GDP จีนไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะเติบโตประมาณ 4.3 4.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ชะลอลงจาก 5.0% ในไตรมาสแรก เนื่องจากสงครามในอิหร่านทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น กำลังซื้อในประเทศอ่อนแอ และวิกฤตอสังหาริมทรัพย์กดดัน [4][6][23] IMF ปรับคาดการณ์ GDP จีนทั้งปี 2569 ขึ้นเป็น 4.6% จาก 4.4% ในเดือนเมษายน ขณะที่ธนาคารโลกคาดการณ์ไว้ที่ 4....

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What is the expected GDP growth rate for China in the second quarter of 2026, what factors are dr. Article summary: ## China's Q2 2026 GDP Growth Expected to Moderate, Full-Year Consensus Around 4.5–4.6%. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual e
เศรษฐกิจจีนเริ่มต้นปี 2569 ได้อย่างแข็งแกร่ง โดย GDP ในไตรมาสแรก (Q1) ขยายตัว 5.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะระดับสูงสุดของกรอบเป้าหมายทางการที่ 4.5-5.0% แต่มาเปลี่ยนเป็นชะลอตัวในไตรมาสที่สอง (Q2) โดยรายงาน "China Economic Update" เดือนมิถุนายน 2569 ของธนาคารโลกยืนยันว่า "โมเมนตัมชะลอตัวลงในไตรมาสที่สอง เนื่องจากการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานโลกทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและเพิ่มความไม่แน่นอน"
แพลตฟอร์มทำนายตลาดอย่าง Polymarket แสดงให้เห็นว่าเทรดเดอร์ส่วนใหญ่มองว่าอัตราการเติบโตของ GDP จีนใน Q2/2569 จะอยู่ในช่วง 4.3-4.6%
ซึ่ง ณ กลางเดือนกรกฎาคม 2569 ยังไม่มีการประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS)
ข้อมูลในเดือนเมษายนสะท้อนภาพชะลอตัวชัดเจน กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวลง และยอดค้าปลีกทรุดตัวแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี ขณะที่เศรษฐกิจจีนต้องต่อสู้กับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากสงครามในอิหร่าน และอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแออย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การส่งออกยังคงเป็นจุดสว่าง โดยเพิ่มขึ้นถึง 14.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญไม่ให้เศรษฐกิจทรุดหนัก
เครื่องยนต์หลักยังคงเป็นการส่งออก จากความต้องการของห่วงโซ่อุปทาน AI การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว และฐานการผลิตที่แข่งขันสูงของจีน การส่งออกสุทธิคาดว่ามีส่วนสนับสนุน GDP ถึง 1.1% ในปี 2568 และยังคงเป็นแรงหนุนต่อเนื่องในต้นปี 2569
แวนการ์ด (Vanguard) ระบุว่า "จีนกำลังได้รับประโยชน์จากวัฏจักรขาขึ้นเชิงโครงสร้างของยุค AI และการเปลี่ยนผ่านสีเขียว ขณะที่ห่วงโซ่อุปทานที่แข่งขันได้ช่วยให้การส่งออกยังคงยืดหยุ่น"
มาตรการกระตุ้นทางการคลัง การสนับสนุนทางการเงิน และนโยบายอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (15th Five-Year Plan) ช่วยให้เศรษฐกิจเริ่มต้นปีได้ดี รัฐบาลตั้งเป้าหมายการเติบโตปี 2569 ที่ 4.5-5.0% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990 โดยนักวิเคราะห์มองว่าสิ่งนี้เปิดพื้นที่ให้รัฐบาลท้องถิ่นสามารถจัดลำดับความสำคัญในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
นอกเหนือจากระยะสั้น แรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างใน AI เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีสีเขียวกำลังสร้างจุดเติบโตใหม่ โดยผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีกำไรพุ่งสูงถึง 103.9% ในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2569 ซึ่งได้แรงหนุนจากกระแสการลงทุนด้าน AI ทั่วโลก
สงครามในอิหร่านผลักดันราคาพลังงานโลกให้สูงขึ้น เพิ่มต้นทุนปัจจัยการผลิตให้กับผู้ผลิตจีน และบีบอัตรากำไรของโรงงานที่ต่ำอยู่แล้ว นี่คือปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการชะลอตัวของ Q2 โดยการคาดการณ์อ้างอิงของ IMF ในเดือนเมษายนอยู่บนสมมติฐานที่ว่า "ความขัดแย้งจะเกิดขึ้นในระยะสั้นและราคาพลังงานจะปรับตัวขึ้นปานกลางที่ 19% ในปี 2569"
แต่เมื่อถึงกลางปี ความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อและเพิ่มความไม่แน่นอน
ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงปรับตัวตามความต้องการที่อยู่อาศัยที่ลดลง ส่งผลให้เกิดผลกระทบทางลบต่อความมั่งคั่งจากราคาทรัพย์สินที่ตกต่ำ และจำกัดการเงินของรัฐบาลท้องถิ่น ธนาคารโลกตั้งข้อสังเกตว่า "การลงทุนภาคเอกชนถูกจำกัดจากการปรับฐานของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังดำเนินอยู่"
การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงระมัดระวัง การเติบโตของยอดค้าปลีกชี้ให้เห็นว่าอุปสงค์ของครัวเรือนยังคงอ่อนแอ ตลาดแรงงานอ่อนตัว และแรงกดดันจากเงินฝืดยังคงอยู่ รายงานของ IMF ภายใต้มาตรา 4 (Article IV) คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะ "เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว"
IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์เป็น 4.6% ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) เดือนกรกฎาคม 2569 โดยระบุว่าเศรษฐกิจจีนได้รับการสนับสนุนจากการส่งออกที่ยืดหยุ่นและมาตรการเชิงนโยบาย แม้จะมีอุปสรรคจากความขัดแย้งในอิหร่าน ขณะที่ธนาคารโลกคาดการณ์ที่ 4.4% ซึ่งระมัดระวังกว่า โดยเน้นถึงจุดอ่อนที่ยังคงมีอยู่ในการใช้จ่ายของผู้บริโภค การลงทุนภาคเอกชน และภาคอสังหาริมทรัพย์
ในบรรดาธนาคารชั้นนำ โกลด์แมน แซคส์ มองในแง่ดีที่สุดที่ 4.8% ในขณะที่ยูบีเอสและบีบีวีอาอยู่ที่ 4.5% ช่วงคาดการณ์ที่แตกต่างกันนี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนอย่างมีนัยสำคัญว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะคงอยู่นานเท่าใด และอุปสงค์ในประเทศจะฟื้นตัวได้ในครึ่งปีหลังของปี 2569 หรือไม่
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
GDP จีนไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะเติบโตประมาณ 4.3 4.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ชะลอลงจาก 5.0% ในไตรมาสแรก เนื่องจากสงครามในอิหร่านทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น กำลังซื้อในประเทศอ่อนแอ และวิกฤตอสังหาริมทรัพย์กดดัน [4][6][23]
GDP จีนไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะเติบโตประมาณ 4.3 4.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ชะลอลงจาก 5.0% ในไตรมาสแรก เนื่องจากสงครามในอิหร่านทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น กำลังซื้อในประเทศอ่อนแอ และวิกฤตอสังหาริมทรัพย์กดดัน [4][6][23] IMF ปรับคาดการณ์ GDP จีนทั้งปี 2569 ขึ้นเป็น 4.6% จาก 4.4% ในเดือนเมษายน ขณะที่ธนาคารโลกคาดการณ์ไว้ที่ 4.4% และโกลด์แมน แซคส์มองในแง่ดีที่สุดที่ 4.8% [1][6][24]
การส่งออกที่แข็งแกร่งและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อัดฉีดเข้ามาช่วงต้นปีเป็นปัจจัยหนุนหลัก ส่วนสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อ ภาวะถดถอยของอสังหาริมทรัพย์ และแรงกดดันจากเงินฝืดเป็นปัจจัยฉุดรั้งเศรษฐกิจ [4][6][20]