ด้วยขนาดระดับฟูลไซซ์ N90 จึงแตกต่างจากรถ Xiaomi รุ่นก่อนอย่าง SU7 และ YU7 ที่เน้นภาพลักษณ์สปอร์ตมากกว่า โดย Sky Nomad ถูกวางตำแหน่งให้ตอบโจทย์การเดินทางของครอบครัวขนาดใหญ่เป็นหลัก
N90 ใช้ระบบ EREV ซึ่งแตกต่างจากรถไฮบริดทั่วไปในจุดสำคัญ เครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ไม่ได้ส่งกำลังไปหมุนล้อโดยตรง ส่วนล้อขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD
สเปกด้านพลังงานที่มีการรายงาน ได้แก่
แนวทางนี้ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทาง โดยรถยังสามารถขับด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ขณะที่เครื่องยนต์จะเข้ามาช่วยจ่ายไฟเมื่อแบตเตอรี่ลดลง เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องเดินทางไกลและยังไม่ต้องการพึ่งสถานีชาร์จตลอดเส้นทาง
รายงานระบุว่า Xiaomi ใช้ซัพพลายเออร์แบตเตอรี่ 2 รายสำหรับ N90 ได้แก่
ก่อนหน้านี้มีรายงานที่เชื่อมโยง CATL กับแบตเตอรี่แบบ 4C ของแพลตฟอร์ม Kunlun เช่นกัน แต่ข้อมูลที่ระบุถึง N90 โดยตรงชี้ว่า Sunwoda และ CALB เป็นซัพพลายเออร์หลักของรุ่นนี้
Xiaomi ยังไม่ได้ประกาศราคาจำหน่าย Sky Nomad N90 ในวันที่เปิดตัว 9 กรกฎาคม อย่างไรก็ตาม รายงานก่อนหน้านี้ประเมินว่า Kunlun N3 อาจอยู่ในช่วงราคา 350,000–400,000 หยวน หรือประมาณ 48,000–55,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้รถอยู่ในตำแหน่งเดียวกับ Li Auto L9
มีรายงานอีกสายหนึ่งระบุเป้าหมายราคาประมาณ 200,000 หยวนสำหรับตลาดครอบครัว แต่ข้อมูลก่อนเปิดตัวส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับช่วงราคา 350,000–400,000 หยวนมากกว่า ดังนั้นราคาจริงยังต้องรอการประกาศจาก Xiaomi
การเปิดตัว Sky Nomad เกิดขึ้นท่ามกลางการชะลอตัวของตลาดสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ Xiaomi โดยบริษัทอธิบายทิศทางใหม่ว่าเป็นการตอบสนองต่อการเติบโตที่ช้าลงในตลาดสมาร์ทโฟน
ในไตรมาส 1 ปี 2026
ราคาชิปหน่วยความจำอย่าง DRAM และ NAND flash เพิ่มขึ้นราวเท่าตัวในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการของศูนย์ข้อมูล AI ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ Counterpoint คาดว่าต้นทุนดังกล่าวจะยังอยู่ในระดับสูงอย่างน้อยจนถึงปี 2027
แรงกดดันนี้กระทบกำไรสมาร์ทโฟนโดยตรง สัดส่วนต้นทุนชิ้นส่วนหน่วยความจำในรายการวัสดุของเครื่อง หรือ BOM เพิ่มจากประมาณ 10–15% เป็น 30–40% และมีการคาดการณ์ว่าอาจเพิ่มขึ้นถึง 50%
ภายในเดือนมิถุนายน 2026 หุ้น Xiaomi สูญเสียมูลค่าประมาณ 28–33% นับจากต้นปี ราคาหุ้นเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ประมาณ 2.97 ยูโร หรือค่าที่เทียบเท่าในรายงานตลาดหุ้น
หลังการรายงานผลประกอบการไตรมาสแรก นักวิเคราะห์หลายรายปรับมุมมองต่อบริษัท โดย Jefferies ลดคำแนะนำหุ้น Xiaomi เป็น “Underperform” เนื่องจากอัตรากำไรสมาร์ทโฟนที่หดตัวและผลขาดทุนจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
แม้ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าของ Xiaomi จะเพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจรถยนต์ยังมีผลขาดทุนที่ขยายตัว ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อฐานะการเงินของบริษัท Xiaomi ตั้งเป้าส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้ารวม 550,000 คันในปี 2026 แต่การเร่งยอดขายดังกล่าวต้องแลกกับการใช้เงินทุนจำนวนมาก
SU7 และ YU7 ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นก่อนหน้าของ Xiaomi เน้นกลุ่มผู้ซื้อที่ชอบสมรรถนะและดีไซน์สปอร์ต ขณะที่ Sky Nomad N90 ขยับไปสู่กลุ่มครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน ต้องการที่นั่ง 3 แถว และต้องการเดินทางไกลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ
ระยะทางรวมสูงสุด 1,500 กม. ทำให้ N90 มีจุดขายที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าล้วนทั่วไป และเข้าใกล้ข้อเสนอของผู้เล่น EREV รายใหญ่ในจีนอย่าง Li Auto
Lei Jun ซีอีโอ Xiaomi ประกาศซีรีส์ Sky Nomad ผ่านบัญชี Weibo โดยอธิบายรถกลุ่มนี้ว่าเป็น SUV ที่ “ฉลาด อเนกประสงค์ และกว้างขวาง” การใช้แบรนด์ย่อยแยกจากชื่อ Xiaomi โดยตรงอาจช่วยให้บริษัทวางตำแหน่งรถครอบครัวได้ชัดขึ้น และลดความเสี่ยงที่ประเด็นด้านคุณภาพหรืออัตรากำไรจากการเข้าสู่ตลาดไฮบริดครั้งแรกจะกระทบภาพรวมของแบรนด์หลัก
Sky Nomad N90 คือ SUV EREV ขนาดฟูลไซซ์สำหรับครอบครัว ความยาวราว 5.3 เมตร มีตัวเลือก 5 หรือ 7 ที่นั่ง ใช้แบตเตอรี่กว่า 70 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 400–500 กม. และมีระยะทางรวมสูงสุด 1,500 กม. โดยใช้แบตเตอรี่จาก Sunwoda และ CALB เป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของรถรุ่นนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขสเปกเพียงอย่างเดียว การเปิดตัวเกิดขึ้นในช่วงที่ Xiaomi กำลังรับมือกับกำไรสมาร์ทโฟนที่ลดลง ต้นทุนชิปที่พุ่งสูง ผลขาดทุนจากธุรกิจรถยนต์ และราคาหุ้นที่อ่อนตัวลง Sky Nomad จึงเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของ Xiaomi ว่าบริษัทจะนำความสำเร็จจากการขยายเข้าสู่ตลาดรถยนต์มาสร้างการเติบโตในตลาด SUV ไฮบริดสำหรับครอบครัวได้ ก่อนที่แรงกดดันต่อธุรกิจสมาร์ทโฟนจะรุนแรงขึ้นกว่าเดิม