บริษัทเทคโนโลยีในจีนและอินเดียกำลังลดงานบางประเภทผ่านการไม่ต่อสัญญา หยุดรับบัณฑิตใหม่ การไม่ทดแทนคนที่ลาออก และการปรับโครงสร้าง จีนใช้แนวทางที่ระมัดระวังมากกว่า โดยมีแรงกดดันจากนโยบาย AI ของรัฐและคำตัดสินศาลที่จำกัดการเลิกจ้างเพียงเพราะบริษัทนำ AI มาใช้ อินเดียได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะธุรกิจบริการไอทีและซอฟต์แวร์ ซ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact check with cited sources for How are AI driven job cuts and "silent layoffs" reshaping the technology workforces of both China. Article summary: AI driven job cuts and "silent layoffs" are profoundly reshaping the technology workforces of both China and India — but in distinctly different ways due to each country's regulatory and economic context.. Topic tags: general web, agents, ai, automation, workflow. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numb
การลดพนักงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังเปลี่ยนโฉมตลาดแรงงานเทคโนโลยีของจีนและอินเดีย แต่รูปแบบในสองประเทศแตกต่างกันตามบริบทเศรษฐกิจและกฎระเบียบ
ภาพรวมที่เหมือนกันคือ บริษัทไม่ได้เพียง “ลดคน” เท่านั้น แต่กำลังเปลี่ยนประเภทของทักษะที่ต้องการ งานประจำหรืองานที่ทำซ้ำได้ง่ายถูกลดบทบาทลง ขณะที่ตำแหน่งด้านวิศวกรรม AI การวิจัย และการดูแลระบบ AI กลับมีการแข่งขันสูงขึ้น
บริษัทเทคโนโลยีจีนจำนวนหนึ่งเลือกใช้การลดกำลังคนแบบค่อยเป็นค่อยไป แทนการประกาศเลิกจ้างครั้งใหญ่ที่เห็นได้ชัดเจน วิธีที่พบ ได้แก่ การไม่ต่อสัญญาพนักงานรับเหมาหรือพนักงานสัญญาจ้าง การชะลอหรือหยุดรับบัณฑิตใหม่ การปล่อยให้จำนวนพนักงานลดลงตามการลาออก และการคัดคนออกผ่านการประเมินผลงาน แนวทางนี้ถูก Reuters เรียกว่า “การเลิกจ้างแบบเงียบ ๆ” ซึ่งส่วนหนึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดแรงกระเพื่อมทางสังคม
Alibaba เป็นตัวอย่างหนึ่งที่มีรายงานว่ากำลังลดจำนวนพนักงานอย่างค่อยเป็นค่อยไปและปล่อยให้การลาออกตามธรรมชาติลดขนาดองค์กรลง ขณะเดียวกันบริษัทก็ทุ่มเงินลงทุนไปกับ AI
รัฐบาลจีนตั้งเป้าให้ AI ถูกนำไปใช้ในภาคส่วนสำคัญ 70% ภายในปี 2027 เป้าหมายดังกล่าวทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องเร่งปรับกระบวนการทำงานและเพิ่มผลิตภาพด้วยระบบอัตโนมัติ
Citibank ประเมินว่า งานในจีน 9.6% หรือประมาณ 70 ล้านตำแหน่ง มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากการแทนที่ด้วย AI ความเสี่ยงนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อัตราการว่างงานของคนหนุ่มสาวอยู่ที่ราว 17% และมีบัณฑิตใหม่ 12.7 ล้านคนเข้าสู่ตลาดแรงงานในช่วงฤดูร้อน
ในเดือนเมษายน 2026 ศาลประชาชนชั้นกลางเมืองหางโจว ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลาง AI ของจีน มีคำตัดสินเข้าข้างพนักงานเทคโนโลยีที่ถูกแทนที่ด้วย AI โดยเห็นว่าการเลิกจ้างเพียงเพราะระบบ AI สามารถทำงานเดียวกันได้ ไม่เพียงพอที่จะทำให้การเลิกจ้างชอบด้วยกฎหมาย
ศาลในกรุงปักกิ่งมีคำตัดสินในทิศทางใกล้เคียงกัน โดยจัดให้การแทนที่พนักงานด้วย AI เป็นเหตุผลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายภายใต้กฎหมายสัญญาจ้างแรงงานของจีน แนวทางนี้ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจีนจะห้ามปรับโครงสร้างทั้งหมด แต่สะท้อนว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นการตัดสินใจเชิงธุรกิจ ไม่ใช่เหตุอัตโนมัติที่ทำให้นายจ้างยกเลิกสัญญาจ้างได้
มีการประเมินว่า พนักงานเทคโนโลยีในจีนราว 78,000 คนได้รับผลกระทบจากการลดงานที่เกี่ยวข้องกับ AI ในปี 2026 จนถึงช่วงกลางปี
อินเดียมีสัดส่วน 7.16% ของการเลิกจ้างงานเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 สูงเป็นอันดับสองในบรรดาประเทศต่าง ๆ
บริษัทในอินเดียไม่ได้ลดคนผ่านการประกาศเลิกจ้างครั้งใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ยังใช้วิธีชะลอการจ้างงาน ไม่ทดแทนตำแหน่งที่ว่าง และคัดคนออกผ่านการประเมินผลงาน การปรับโครงสร้างดังกล่าวอาจทำให้พนักงานรู้สึกถึงแรงกดดัน แม้บริษัทจะไม่ได้ประกาศ “ปลดพนักงาน” อย่างเป็นทางการ
TeamLease ประเมินว่า ภายในเดือนพฤษภาคม มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในอินเดียราว 10,000–15,000 คนสูญเสียงานจากการเลิกจ้างลักษณะนี้ และจำนวนงานที่อาจถูกลดลงตลอดปี 2026 อาจสูงถึง 35,000 ตำแหน่ง
Oracle, Amazon, Meta และ Flipkart เป็นหนึ่งในบริษัทที่ดำเนินการลดพนักงานในอินเดีย โดยมีการระบุถึงระบบอัตโนมัติหรือการนำ AI มาใช้เป็นหนึ่งในปัจจัย
ผลกระทบไม่ได้กระจายเท่ากันทุกอุตสาหกรรม ภาคการศึกษามีสัดส่วนการเลิกจ้างที่เชื่อมโยงกับ AI สูงสุดในอินเดียที่ 21.67% ตามด้วยภาคการเงิน 14.73%
สำหรับอุตสาหกรรมบริการไอทีและซอฟต์แวร์ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 315,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การลดต้นทุนและการเพิ่มผลิตภาพกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ บริษัทจึงมีแนวโน้มลดงานที่ทำซ้ำได้ ขณะเดียวกันก็ต้องการคนที่มีทักษะสูงขึ้นเพื่อออกแบบและควบคุมระบบ AI
ความย้อนแย้งที่เด่นชัดที่สุดคือ เทคโนโลยีเดียวกับที่ช่วยลดงานบางประเภท กำลังสร้างสงครามแย่งบุคลากร AI
การจ้างงานเฉพาะด้าน AI ในภาคไอทีของอินเดียเพิ่มขึ้น 16% ในเดือนมิถุนายน 2026 ขณะที่การรับสมัครงานเทคโนโลยีโดยรวมลดลง 3%
ตัวเลขนี้ชี้ว่า บริษัทไม่ได้หยุดจ้างงานทั้งหมด แต่กำลังเปลี่ยนไปหาคนที่มีทักษะต่างจากเดิม ความต้องการผู้เชี่ยวชาญ AI ในอินเดียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ประเทศจะเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างที่เชื่อมโยงกับ AI มากที่สุด
บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนกำลังกลับมาเร่งรับบุคลากรด้าน AI การแข่งขันดังกล่าวส่งผลไปถึงการเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยและการวางแผนกำลังคนขององค์กร แต่จีนยังเผชิญช่องว่างด้านบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง
ในระดับโลก บริษัทที่ลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรกลับกำลังทุ่มเงินลงทุนด้าน AI ราว 725,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 เพิ่มจาก 410,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 จนเกิดคำเปรียบเปรยว่า “คนออก แต่ GPU เข้ามาแทน”
ในช่วงห้าเดือนแรกของปี 2026 มีงานเทคโนโลยีทั่วโลกสูญหายมากกว่า 116,000 ตำแหน่ง ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจมีงานที่เกี่ยวข้องกับ AI ใหม่ถึง 12 ล้านตำแหน่งเกิดขึ้นทั่วโลกภายในสิ้นปี
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องจำนวนงานที่เพิ่มหรือลด แต่เป็นการแบ่งตลาดแรงงานออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน
ดังนั้น คำตอบไม่ได้มีเพียงว่า AI กำลัง “แย่งงาน” หรือ “สร้างงาน” แต่คือ AI กำลังเปลี่ยนงานบางประเภทให้หายไป พร้อมสร้างความต้องการใหม่ที่ต้องใช้ทักษะสูงกว่า ความย้อนแย้งนี้จึงอาจทำให้ตลาดแรงงานเทคโนโลยีมีทั้งข่าวปลดคนและข่าวรับสมัครงาน AI อยู่บนหน้าข่าวเดียวกัน
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
บริษัทเทคโนโลยีในจีนและอินเดียกำลังลดงานบางประเภทผ่านการไม่ต่อสัญญา หยุดรับบัณฑิตใหม่ การไม่ทดแทนคนที่ลาออก และการปรับโครงสร้าง
บริษัทเทคโนโลยีในจีนและอินเดียกำลังลดงานบางประเภทผ่านการไม่ต่อสัญญา หยุดรับบัณฑิตใหม่ การไม่ทดแทนคนที่ลาออก และการปรับโครงสร้าง จีนใช้แนวทางที่ระมัดระวังมากกว่า โดยมีแรงกดดันจากนโยบาย AI ของรัฐและคำตัดสินศาลที่จำกัดการเลิกจ้างเพียงเพราะบริษัทนำ AI มาใช้
อินเดียได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะธุรกิจบริการไอทีและซอฟต์แวร์ ซึ่งกำลังเร่งเพิ่มผลิตภาพและลดบทบาทงานประจำ