การเปิดเผยครั้งนี้สอดคล้องกับรายงานก่อนหน้า ในเดือนมกราคม 2025 แอนโทนี บลิงเคน ซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Financial Times ว่า มีเหตุผลให้เชื่อว่าจีนเคยติดต่อรัสเซียเรื่องอาวุธนิวเคลียร์และบอกว่า “อย่าไปถึงจุดนั้น” ขณะที่โรเบิร์ต วิลกี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวกับ Newsmax ในเดือนธันวาคม 2025 ว่า จีนได้เตือนวลาดิเมียร์ ปูตินอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่ควรเข้าใกล้ “ปุ่มนิวเคลียร์”
เซเลนสกียืนยันว่า เขาและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ หารือถึงบทบาทและความเป็นไปได้ที่จีนจะเข้ามามีส่วนร่วมในสงคราม ระหว่างการประชุมสุดยอด NATO ประเด็นที่พูดคุยกันครอบคลุม “บทบาทของจีนในสงคราม การมีส่วนร่วมในปัจจุบันหรือที่อาจเกิดขึ้น และศักยภาพของจีนในกระบวนการเจรจา”
เซเลนสกียังกล่าวว่า เขาพูดคุยเรื่องจีนกับผู้นำยุโรปเช่นกัน แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่าทรัมป์สื่อสารหรือมีข้อมูลใดเกี่ยวกับปักกิ่งบ้าง
การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามทางการทูตที่ต้องการดึงจีนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในเดือนมิถุนายน 2026 ทรัมป์ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงช่วยยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน โดยขอให้จีนช่วยนำปูตินกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา ก่อนหน้านั้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 จีนเคยแสดงจุดยืนสนับสนุนความริเริ่มด้านสันติภาพของทรัมป์ในเวที G20
ทรัมป์แจ้งต่อเซเลนสกีว่า สหรัฐจะ ให้ใบอนุญาตยูเครนผลิตระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตภายในประเทศ โดยทรัมป์กล่าวว่า “สิ่งหนึ่งที่เราจะพูดคุยกันคือ เราจะให้ใบอนุญาตแก่คุณเพื่อผลิตแพทริออต”
นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งสำคัญ เพราะยูเครนร้องขอเทคโนโลยีสำหรับผลิตระบบสกัดกั้นขีปนาวุธภายในประเทศมานานแล้ว ท่ามกลางการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากรัสเซีย อย่างไรก็ตาม การได้รับใบอนุญาตไม่ได้หมายความว่าการผลิตจะเริ่มได้ทันที เนื่องจากยังมีอุปสรรคด้านเทคโนโลยี ห่วงโซ่อุปทาน และกำลังการผลิต
ก่อนหน้านี้ สหรัฐเคยอนุญาตให้เยอรมนีและญี่ปุ่นผลิตระบบดังกล่าวภายใต้ใบอนุญาตมาแล้ว
รายงานเกี่ยวกับขนาดความช่วยเหลือทางการเงินจากชาติพันธมิตรมีตัวเลขไม่ตรงกัน โดยหลายสำนัก รวมถึง India Today รายงานว่า ประเทศสมาชิก NATO ให้คำมั่นสนับสนุนยูเครนใหม่ประมาณ 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว SANA ของซีเรีย ซึ่งอ้างข้อมูลจาก Reuters และ Anadolu Agency รายงานตัวเลขรวมสูงถึง 1.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนบทความก่อนการประชุมจาก Eurointegration ระบุว่าที่ประชุมอาจให้คำมั่น 1.4 แสนล้านยูโรภายในระยะเวลา 2 ปี
ดังนั้น ตัวเลขที่ควรอ่านอย่างระมัดระวังคือประมาณ 8 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สื่อภาษาอังกฤษกระแสหลักรายงานตรงกันมากกว่า ขณะที่ตัวเลข 1.4 แสนล้านดอลลาร์อาจหมายถึงยอดสนับสนุนรวมตามกรอบการรายงานที่แตกต่างกัน
การประชุมยังเปิดเผยสัญญาด้านกลาโหมหลายรายการ มาร์ก รุตเต เลขาธิการ NATO อธิบายว่าการประชุมครั้งนี้เป็นช่วงเวลาที่พันธมิตรจะเปลี่ยนคำมั่นทางการเมืองให้กลายเป็นการจัดซื้อและส่งมอบในภาคอุตสาหกรรมอย่างประสานงานกัน
ข้อตกลงที่ประกาศรวมถึงการจัดซื้อโดรนจาก Northrop Grumman ของสหรัฐฯ และเครื่องบินจาก Saab ของสวีเดน นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังหารือกับเยอรมนีและประเทศอื่น ๆ เกี่ยวกับการผลิตอาวุธร่วมกัน
โดยภาพรวม การประชุมที่อังการาจึงไม่ได้มีเพียงถ้อยแถลงทางการทูตเกี่ยวกับจีนและรัสเซีย แต่ยังสะท้อนความพยายามของ NATO ในการสร้างกำลังการผลิตด้านกลาโหมระยะยาว และเชื่อมโยงศักยภาพการผลิตของยูเครนเข้ากับโครงสร้างอุตสาหกรรมของพันธมิตร