ค่าตัวสุดท้ายยังอยู่ระหว่างการเจรจาระหว่างสโมสร แต่สื่อเยอรมนีรายงานว่าอยู่ในช่วง 30–40 ล้านยูโร ซึ่งถือว่าลดลงอย่างมากจากราคาที่ดอร์ทมุนด์เรียกตอนแรกสูงถึง 60–70 ล้านยูโรในช่วงต้นปี 2026 ซึ่งสะท้อนถึงฟอร์มการเล่นที่ไม่สม่ำเสมอของ อเดเยมี และสัญญาของเขาที่กำลังจะเข้าสู่ปีสุดท้าย รายงานก่อนหน้านี้จากเดือนมกราคม 2026 ระบุว่าราคาเริ่มต้นของดอร์ทมุนด์อยู่ในช่วง 60–70 ล้านยูโร แต่ก็ยอมรับว่าฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ของอเดเยมีทำให้ตำแหน่งต่อรองของพวกเขาอ่อนแอลง บาร์เซโลนาประเมินค่าตัวของอเดเยมีไว้ที่ประมาณ 40 ล้านยูโร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของสัญญากับสโมสร
สัญญาปัจจุบันของอเดเยมีจะหมดอายุใน ซัมเมอร์ปี 2027 เท่านั้น ดอร์ทมุนด์ได้เสนอสัญญาฉบับใหม่จนถึงปี 2030 พร้อมขึ้นค่าเหนื่อยจากปีละ 5.5 ล้านยูโร แต่อเดเยมี ยังคงลังเลที่จะเซ็น และเรียกร้องให้มีค่าฉีกสัญญารวมอยู่ในสัญญา ซึ่งเป็นสิ่งที่ดอร์ทมุนด์หลีกเลี่ยงมาโดยตลอด ความตึงเครียดกับโค้ช นิโก โควัช ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เขาต้องการย้ายทีม หากไม่มีความคืบหน้าในการต่อสัญญา การขายในช่วงซัมเมอร์นี้มีแนวโน้มสูงขึ้น ฆอร์เก เมนเดส เอเยนต์ของเขา พยายามผลักดันให้มีค่าฉีกสัญญาประมาณ 80 ล้านยูโรในสัญญาใหม่ แต่ดอร์ทมุนด์ไม่ยินยอม ภายในปลายเดือนมิถุนายน 2026 รายงานระบุว่าการเจรจาขยายสัญญายังคงดำเนินต่อไปแต่ไม่มีความคืบหน้า ทำให้การย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้เป็นผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุด
อเดเยมีได้ให้ สัญญาณไฟเขียวด้วยวาจา แก่บาร์เซโลนาแล้วในเรื่องเงื่อนไขส่วนตัว ซึ่งเป็นการปูทางไปสู่การย้ายทีมหากทั้งสองสโมสรตกลงค่าตัวกันได้ ก่อนหน้านี้ในปี 2026 มีรายงานว่าเขารอคอยการย้ายไปพรีเมียร์ลีก โดยมี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ให้ความสนใจ อย่างไรก็ตาม การผลักดันในช่วงท้ายของบาร์เซโลนาและสถานะการได้เล่นแชมเปียนส์ลีกดูเหมือนจะเปลี่ยนลำดับความสำคัญของเขา TransferFeed รายงานว่าอเดเยมีต้องการย้ายไปบาร์เซโลนาเท่านั้นในช่วงซัมเมอร์นี้
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ บาร์เซโลนามี อ็อปชั่นซื้อขาด มาร์คัส แรชฟอร์ด (ที่ยืมตัวจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตลอดทั้งฤดูกาล) มูลค่า 30 ล้านยูโร แต่ข้อตกลงดังกล่าว หมดอายุลงในวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2026 โดยที่สโมสรไม่ได้ใช้สิทธิ์ แรชฟอร์ดเป็นผู้เล่นสำคัญ ทำได้ 8 ประตู 11 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 29 นัด และบาร์เซโลนาเคยแสดงความประสงค์ที่จะเก็บเขาไว้ตั้งแต่ต้นฤดูกาล อย่างไรก็ตาม สโมสรปล่อยให้อ็อปชั่นหมดอายุ และการไล่ล่าอเดเยมี ซึ่งมีค่าตัวใกล้เคียงกัน (30-40 ล้านยูโร เทียบกับ 30 ล้านยูโรของแรชฟอร์ด) บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าบาร์เซโลนากำลัง เปลี่ยนลำดับความสำคัญในตำแหน่งปีกไปที่อเดเยมี แทนที่จะซื้อแรชฟอร์ดถาวร คาดว่าแรชฟอร์ดจะกลับไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหลังจบฟุตบอลโลก 2026
เป็นที่น่าสังเกตว่าการตัดสินใจไม่ใช้อ็อปชั่นซื้อขาดของบาร์เซโลนาไม่ได้ปิดโอกาสในการทำข้อตกลงกับแรชฟอร์ดในอนาคตโดยสิ้นเชิง ESPN รายงานว่าอ็อปชั่นหมดอายุในวันที่ 15 มิถุนายน แต่ทั้งสองสโมสรยังคงสามารถเจรจาข้อตกลงใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่ออเดเยมีกลายเป็นเป้าหมายหลัก การย้ายทีมถาวรของแรชฟอร์ดจึงมีโอกาสน้อยลง
แหล่งข่าวจากบาร์เซโลนาแจ้งกับ The Athletic ว่าสโมสรอาจพิจารณาใช้จ่าย ประมาณ 200 ล้านยูโร ในซัมเมอร์นี้ แม้ว่าขีดความสามารถที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับการขายผู้เล่นออกเป็นหลักก็ตาม งบประมาณส่วนหนึ่งถูกจัดสรรไปแล้วสำหรับเป้าหมายอื่น เช่น การเซ็นสัญญากับ แอนโธนี กอร์ดอน ด้วยค่าตัวประมาณ 80 ล้านยูโรในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 การย้ายทีมของอเดเยมีสอดคล้องกับ กลยุทธ์การเจรจาที่เงียบและเฉียบคม ของบาร์เซโลนา นั่นคือ ไม่สร้างกระแสต่อสาธารณะ ใช้คนกลางในการเจรจา (เฆราร์ โรมาโร / ฌิฌองเตส เอฟซี เป็นผู้รายงานข่าว) และใช้สถานะสัญญาและความต้องการย้ายทีมของนักเตะเป็นตัวต่อรองเพื่อกดราคาให้ต่ำกว่าที่ดอร์ทมุนด์ตั้งไว้เดิมมาก
หลังจากที่ลาลีกาปรับเพิ่มวงเงินการใช้จ่ายของบาร์เซโลนาเป็น 433 ล้านยูโรในเดือนมีนาคม 2026 สโมสรก็มีพื้นที่ทางการเงินมากขึ้นกว่าในช่วงหลายตลาดที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงดำเนินงานภายใต้วินัยทางการเงินที่เข้มงวด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้การไล่ล่าอเดเยมีมาในรูปแบบ 'ต้นทุนต่ำ' ปัจจุบันค่าแรงจริงของบาร์เซโลนายังคงสูงกว่า 500 ล้านยูโรต่อปี ซึ่งเกินวงเงินที่กำหนด แต่สโมสรก็ใกล้จะถึงจุดคุ้มทุนมากขึ้นแล้ว
โดยสรุป: บาร์เซโลนาได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ ได้รับคำยืนยันจากนักเตะ และกำลังเจรจาค่าตัวประมาณ 30-40 ล้านยูโร อ็อปชั่นซื้อขาดแรชฟอร์ดหมดอายุลงโดยไม่ได้ถูกใช้ ทำให้อเดเยมีกลายเป็นตัวแทนที่มีแนวโน้มสูง งบประมาณโดยรวมของสโมสรสำหรับซัมเมอร์นี้อยู่ที่ประมาณ 200 ล้านยูโร แต่การใช้จ่ายเป็นไปอย่างเงียบและรอบคอบ