รัฐสภายุโรปมีมติคว่ำร่างกฎหมาย Delegated Act 2026/2680 ที่จะจัดให้ถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบเสี่ยงสูงต่อการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินทางอ้อม (ILUC) ส่งผลให้ไม่สามารถนับเป็นพลังงานหมุนเวียนได้ภายในปี 2030 การตัดสินใจครั้งนี้สร้าง 'ปริศนาสามเส้า' ให้ EU: ปกป้องเกษตรกรในประเทศ แต่กลับบ่อนทำลายจุดยืนทางกฎหมายในข้อพิพาท WTO เรื...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for Why did the European Parliament block the EU's soy biofuel phaseout, and what are the consequence. Article summary: Here is the full fact-checked breakdown.. Topic tags: general, government, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2026 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศใช้ Delegated Act 2026/2680 ซึ่งจัดให้น้ำมันถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินทางอ้อม (ILUC) ภายใต้คำสั่งพลังงานหมุนเวียน (RED II) การประกาศนี้หมายถึง การค่อยๆ เลิกใช้เชื้อเพลิงชีวภาพจากถั่วเหลืองในการนับเป็นเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนของ EU ภายในปี 2030
แต่ใน เดือนกรกฎาคม 2026 รัฐสภายุโรปได้ลงมติคว่ำร่างกฎหมายดังกล่าว
สร้างสิ่งที่นักวิเคราะห์เรียกว่า 'ปริศนาสามเส้า' ได้แก่ การปกป้องเกษตรกรรม EU การทำให้จุดยืนทางกฎหมายใน WTO อ่อนแอลง และการบั่นทอนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ
คณะกรรมการ ITRE (Industry, Research and Energy) ของรัฐสภาลงมติแนะนำให้คัดค้าน โดยมี Motion for Objection จากกลุ่มการเมือง EPP และ ECR สนับสนุน และ ที่ประชุมใหญ่ก็ลงมติตาม
เหตุผลที่ระบุไว้ ได้แก่:
คณะกรรมการ WTO ได้ตัดสินในมาตรการปาล์มน้ำมันของ EU ในสองคดีแล้ว:
การที่ EU คว่ำแผนเลิกใช้ถั่วเหลือง ขณะที่มาตรการปาล์มน้ำมันยังคงอยู่ ทำให้เกิด ภาพลักษณ์ของการเลือกปฏิบัติ: ปาล์มน้ำมันถูกแบน แต่ถั่วเหลืองไม่ถูกแบน สิ่งนี้บ่อนทำลายการป้องกันทางกฎหมายของ EU ที่ว่าระเบียบวิธี ILUC นั้นเป็นวิทยาศาสตร์และไม่เลือกปฏิบัติ องค์กร Transport & Environment (T&E) โต้แย้งว่าการตัดสินใจของรัฐสภา 'เจาะรู' ในแนวรับของ EU ใน WTO
รายงานของ USDA Foreign Agricultural Service ระบุว่าการคำนวณ ILUC ใหม่ครอบคลุมทั้งปาล์มน้ำมันและถั่วเหลืองภายใต้ระเบียบวิธีเดียวกัน
หมายความว่าการปฏิเสธของรัฐสภาทำให้เกิดความไม่สอดคล้องกันโดยตรง
นี่คือผลกระทบที่เร่งด่วนที่สุด:
การตัดสินใจของรัฐสภาสร้าง ปริศนาสามเส้า: การคว่ำแผนเลิกใช้ถั่วเหลืองช่วยปกป้องเกษตรกรรม EU และหลีกเลี่ยงข้อเรียกร้อง WTO ในทันทีจากประเทศผู้ส่งออกถั่วเหลือง แต่ในขณะเดียวกันก็ ทำให้จุดยืนทางกฎหมายของ EU ในข้อพิพาท WTO เรื่องปาล์มน้ำมันอ่อนแอลง ทำให้อินโดนีเซียและมาเลเซียกล้าที่จะขอการตอบโต้มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และบั่นทอนความทะเยอทะยานด้านสภาพภูมิอากาศของ EU เกี่ยวกับเชื้อเพลิงชีวภาพที่เชื่อมโยงกับการตัดไม้ทำลายป่า ขณะนี้ EU ต้องเลือกระหว่างความเปราะบางทางการค้า การหยุดชะงักทางการเกษตร และความน่าเชื่อถือด้านสภาพภูมิอากาศ—มันไม่สามารถมีได้ทั้งสามอย่าง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
รัฐสภายุโรปมีมติคว่ำร่างกฎหมาย Delegated Act 2026/2680 ที่จะจัดให้ถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบเสี่ยงสูงต่อการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินทางอ้อม (ILUC) ส่งผลให้ไม่สามารถนับเป็นพลังงานหมุนเวียนได้ภายในปี 2030
รัฐสภายุโรปมีมติคว่ำร่างกฎหมาย Delegated Act 2026/2680 ที่จะจัดให้ถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบเสี่ยงสูงต่อการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินทางอ้อม (ILUC) ส่งผลให้ไม่สามารถนับเป็นพลังงานหมุนเวียนได้ภายในปี 2030 การตัดสินใจครั้งนี้สร้าง 'ปริศนาสามเส้า' ให้ EU: ปกป้องเกษตรกรในประเทศ แต่กลับบ่อนทำลายจุดยืนทางกฎหมายในข้อพิพาท WTO เรื่องปาล์มน้ำมัน และเสี่ยงต่อการถูกตอบโต้ทางการค้ามูลค่ากว่า 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีจากอินโดนี...
อินโดนีเซียได้ยื่นขอระงับสิทธิประโยชน์ทางการค้ากับ EU แล้ว ขณะที่มาเลเซียก็พร้อมเดินตาม ส่งผลให้ EU เสี่ยงต่อการถูกตอบโต้ทางการค้ามูลค่ามหาศาล