Dave Limp ซีอีโอ Blue Origin ส่งบันทึกถึงพนักงานเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม เพื่อยืนยันว่าบริษัทกำลังระดมทุนที่มูลค่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์ และนี่เป็นครั้งแรกที่ Blue Origin รับเงินทุนจากภายนอก B
ก่อนหน้านี้ เบโซส์เป็นผู้สนับสนุนเงินทุนหลักของบริษัทมาโดยตลอด โดยใช้เงินจากการขายหุ้น Amazon มาลงทุนใน Blue Origin มีการประเมินว่าเขาใส่เงินให้บริษัทไปแล้วราว 1-2 หมื่นล้านดอลลาร์ และในบางช่วงขายหุ้น Amazon ประมาณปีละ 1 พันล้านดอลลาร์เพื่อใช้เป็นเงินทุน FBH
ในเดือนพฤษภาคม 2026 Limp เคยบอกพนักงานในการประชุมทั่วบริษัทว่า เงินทุนจากภายนอก “กำลังเป็นทางเลือกที่พิจารณาได้” ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญ เพราะการระดมทุนลักษณะนี้อาจทำให้สัดส่วนการถือครองของผู้ก่อตั้งลดลง T เบโซส์เองก็กล่าวในเดือนเดียวกันว่า บริษัทมี “ภาพที่ชัดเจนเพียงพอเกี่ยวกับอนาคตและความสำเร็จทางการเงิน” จนสามารถพิจารณารับเงินจากนักลงทุนภายนอกได้ F
การตัดสินใจระดมทุนเกิดขึ้นขณะที่ Blue Origin ต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตจรวด New Glenn และแข่งขันกับ SpaceX ในตลาดการปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างรับมือกับความเสียหายครั้งใหญ่ที่ฐานปล่อยจรวดในฟลอริดา
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 รอน เดอแซนทิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ประกาศโครงการขยายวิทยาเขต Rocket Park ของ Blue Origin ที่ Cape Canaveral Spaceport มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์ NS
โครงการดังกล่าวมีรายละเอียดสำคัญ ได้แก่
โครงการที่ใช้ชื่อรหัสว่า “Project Horizon” มีเป้าหมายเพิ่มปริมาณและน้ำหนักของสัมภาระที่ Blue Origin สามารถนำส่งขึ้นสู่วงโคจรได้ T นับตั้งแต่ปี 2015 บริษัทลงทุนในซัพพลายเออร์ 500 รายภายในรัฐฟลอริดาไปแล้วมากกว่า 2.3 พันล้านดอลลาร์ F
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 จรวด New Glenn ระเบิดระหว่างการทดสอบจุดระเบิดแบบอยู่กับที่ หรือ static fire test ที่ Launch Complex 36 ของ Cape Canaveral Space Force Station แรงระเบิดทำลายตัวจรวดและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อฐานปล่อย New Glenn ที่ใช้งานได้เพียงแห่งเดียวของบริษัท CE ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ Y
Limp ระบุเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนว่า Blue Origin ตั้งเป้ากลับมาบินอีกครั้ง “ก่อนสิ้นปี” WCR ต่อมาในวันที่ 30 มิถุนายน เขากล่าวว่าบริษัทจะไม่สร้างฐานปล่อยเดิมขึ้นมาใหม่ทั้งหมด แต่จะใช้รูปแบบปฏิบัติการแบบผสมระหว่างแนวนอนและแนวตั้ง หรือ “horizontal/vertical hybrid” เพื่อเร่งกำหนดการ WCB
แนวทางนี้จะอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ระหว่างพัฒนาอยู่แล้วสำหรับ New Glenn รุ่นใหญ่กว่า ซึ่งใช้ชื่อว่า “9x4” CB อย่างไรก็ตาม สาเหตุของการระเบิดยังไม่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ RE
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นานหลังภารกิจในเดือนเมษายน 2026 ที่สูญเสียสัมภาระบรรทุก และสำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐฯ หรือ FAA ได้กำหนดให้มีการสอบสวนเหตุขัดข้องของภารกิจดังกล่าว S
ก่อนรอบนี้ Blue Origin เปิดเผยเงินทุนที่ระดมได้ทั้งหมดเพียง 167.4 ล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ F เมื่อเทียบกันแล้ว เงินทุนรอบใหม่ 1 หมื่นล้านดอลลาร์มีขนาดใหญ่กว่ายอดเงินทุนที่เปิดเผยก่อนหน้านี้ประมาณ 60 เท่า
มูลค่าก่อนรับเงินลงทุน 1.3 แสนล้านดอลลาร์ยังทำให้ Blue Origin เข้าไปอยู่ในกลุ่มบริษัทอวกาศและกลาโหมที่มีมูลค่าสูงมาก ใกล้เคียงหรืออาจสูงกว่าบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในอุตสาหกรรมเดียวกันบางแห่ง
ความสำคัญของดีลนี้จึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่คือการเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจทางการเงินของบริษัท จากเดิมที่เบโซส์เป็นผู้สนับสนุนหลักเพียงคนเดียว มาเป็นบริษัทที่มีนักลงทุนสถาบันเข้ามาถือหุ้นและมีการกำหนดมูลค่าจากตลาดเอกชนอย่างเป็นทางการมากขึ้น
การรับเงินทุนจากนักลงทุนภายนอกยังอาจปูทางไปสู่การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป หรือ IPO ในอนาคต เพราะช่วยสร้างทั้งมาตรฐานประเมินมูลค่าและโครงสร้างคณะกรรมการที่บริษัทมหาชนจำเป็นต้องมี TBF แต่ยังไม่มีการประกาศกำหนดการเข้าตลาดหุ้น และหลังเหตุระเบิดของ New Glenn การ IPO ในระยะใกล้ยังถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น TBF
การระดมทุนของ Blue Origin เกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นต่อธุรกิจอวกาศ หลัง SpaceX เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 โดยมีรายงานว่าเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และประเมินมูลค่าบริษัทไว้ที่ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ WT
บรรยากาศดังกล่าวช่วยเพิ่มความคาดหวังต่อมูลค่าของบริษัทอวกาศเอกชนรายอื่น แต่ไม่ได้รับประกันว่า Blue Origin จะเข้าตลาดหุ้นได้ในเร็ววัน หรือจะทำผลงานทางธุรกิจได้เทียบเท่า SpaceX
ดังนั้น ดีลนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของ Blue Origin แต่ความสำเร็จในระยะต่อไปยังขึ้นอยู่กับการขยายกำลังการผลิต การฟื้นฟูฐานปล่อย และการพา New Glenn กลับขึ้นบินได้ตามแผน