หลังการเสียชีวิตของอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ระบอบการปกครองต้องเผชิญกับรอยร้าวภายในที่ขยายวงกว้างอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยสมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts... กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ภายใต้การนำของพลจัตวา อาหมัด วาฮิดี ได้ปิดกั้นความพยายามข...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What are the key signs of the widening public rift within Iran's ruling establishment over US dip. Article summary: Based on the available evidence, the account of a widening public rift within Iran's ruling establishment over US diplomacy and war strategy following Khamenei's death is strongly corroborated by multiple authoritative s. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
การเสียชีวิตของอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ได้ผลักดันให้ประเทศเข้าสู่วิกฤตภายในที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติปี 1979 แม้ว่าระบอบการปกครองจะสามารถจัดการเปลี่ยนผ่านผู้นำได้อย่างรวดเร็ว โดยการแต่งตั้งมอย์ตาบา คาเมเนอี บุตรชายของเขา ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ แต่ความขัดแย้งภายในสถาบันที่ตามมากลับไม่ยุติลงง่ายๆ
การโต้เถียงกันในที่สาธารณะที่หาได้ยากภายในสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) การขัดขวางความยืดหยุ่นทางการทูตที่ถูกบันทึกไว้ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รวมถึงท่าทีตั้งรับของประธานาธิบดีเปเซชเคียนต่อบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (Islamabad MoU) ล้วนชี้ให้เห็นว่าผู้นำอิหร่านไม่สามารถสร้างฉันทามติได้ และความเสี่ยงที่การเผชิญหน้าทางทหารกับสหรัฐฯ จะหวนกลับมานั้นมีสูงขึ้น
สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดของความบาดหมางภายในเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2026 เมื่อ สมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญ 63 คนจากทั้งหมด 88 คน ซึ่งเป็นองค์กรคณะสงฆ์ที่มีหน้าที่แต่งตั้งและกำกับดูแลผู้นำสูงสุด ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันเรียกร้องให้คณะเจรจาของอิหร่านยึดมั่นใน "เส้นสีแดง" ที่คาเมเนอีวางไว้ในการเจรจากับสหรัฐฯ แม้จะระบุว่าส่งถึง "ประชาชนชาวอิหร่าน" แต่เนื้อหาของแถลงการณ์กลับถูกตีความว่าเป็นคำเตือนโดยตรงถึงผู้นำสูงสุดมอย์ตาบา คาเมเนอี และประธานาธิบดีเปเซชเคียน
ในเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ สำนักเลขาธิการของสภาผู้เชี่ยวชาญเองได้ ตำหนิกลุ่มผู้ลงนามอย่างเปิดเผย ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา โดยระบุว่าแถลงการณ์ดังกล่าวละเมิดขั้นตอนปกติและควรคงไว้ซึ่งเอกภาพขององค์กร สำนักข่าว Iran International ระบุว่านี่คือ "ข้อพิพาทสาธารณะที่หาได้ยาก" ภายในสถาบันที่ปกติแล้วจะดำเนินงานอย่างเงียบๆ
ความขัดแย้งไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น: สมาชิกรัฐสภาสายแข็งกร้าวจาก แนวร่วมปายดารี (Paydari / Stability Front) ยังได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนการวิพากษ์วิจารณ์ MoU ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านของสมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย
IRGC มีบทบาทสำคัญในการจำกัดทางเลือกทางการทูตของอิหร่าน รายงานของ ISW เมื่อเดือนเมษายน 2026 ระบุว่า พลจัตวา อาหมัด วาฮิดี ผู้บัญชาการ IRGC และคณะทำงานของเขาได้ขัดขวางความพยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ของโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา และเจ้าหน้าที่ "สายปฏิบัตินิยม" คนอื่นๆ ที่ต้องการผลักดันให้ระบอบการปกครองมีท่าทีที่ยืดหยุ่นมากขึ้นในการเจรจา วาฮิดีดูเหมือนจะเป็นฝ่ายชนะในการแย่งชิงอำนาจภายในครั้งนี้ โดยใช้ท่าทีที่แข็งกร้าวและไม่ประนีประนอม ซึ่งกาลิบาฟไม่มีอำนาจพอที่จะเปลี่ยนแปลงได้
สื่อที่เชื่อมโยงกับ IRGC (สำนักข่าวฟาร์ส) ส่งสัญญาณในเดือนพฤษภาคม 2026 ว่าการเจรจาจะล้มเหลว เว้นแต่สหรัฐฯ จะแสดงความยืดหยุ่น ในขณะเดียวกันก็ยืนกรานว่าอิหร่านจะไม่หารือเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของตน ซึ่งเท่ากับเป็นการปิดช่องทางการทูตให้แคบลง
ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน พบว่าตัวเองตกอยู่ในสถานะที่ยากลำบากในการต้องปกป้องบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ซึ่งเป็นกรอบข้อตกลง 14 ข้อที่ลงนามกับสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 จากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ภายในประเทศ เขาได้ยืนยันต่อสาธารณะว่าข้อตกลงนี้บรรลุผลสำเร็จ "โดยประสานงานอย่างเต็มที่กับผู้นำสูงสุด มอย์ตาบา คาเมเนอี และได้รับการสนับสนุนจากสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด"
เปเซชเคียนมองว่าข้อตกลงนี้เป็น "ความสำเร็จทางการทูต" และเตือนว่าอิหร่านจะรักษาข้อผูกพันของตนก็ต่อเมื่อสหรัฐฯ ทำเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งเรียกแรงกดดันทางทหารของทรัมป์ว่าเป็น "การขู่เข็ญที่ไร้เหตุผล"
ตัวผู้นำสูงสุดมอย์ตาบา คาเมเนอี เองก็ยอมรับถึงความตึงเครียดภายในครั้งสำคัญ: เขาอนุมัติ MoU "แม้จะมีความเห็นที่แตกต่าง" หลังจากได้รับคำรับรองจากเปเซชเคียน
ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ผลักดันให้เกิดความบาดหมางภายในคือการไม่มีผู้นำที่มีอำนาจสั่งสมอย่างที่อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอีเคยมี รายงานของ Bloomberg ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 ระบุว่าสภาสงครามที่สืบทอดอำนาจต่อจากคาเมเนอีนั้น "กำลังเผยให้เห็นความแตกแยกระหว่างกลุ่มการเมืองต่างๆ" โดยไม่มีบุคคลใดสามารถบังคับใช้ฉันทามติได้
นักวิเคราะห์หลายรายที่ถูกอ้างอิงโดย RFE/RL และ Institute for the Study of War ประเมินว่า การขาดผู้นำสูงสุดที่มีอำนาจสั่งสมเช่นเดียวกับคาเมเนอี ทำให้ข้อพิพาทระหว่างกลุ่มในประเด็นสงครามและสันติภาพยากที่จะคลี่คลายลงได้ภายใน การปฏิเสธ MoU ของกลุ่มสายแข็งกร้าวสุดขั้ว ผนวกกับการขัดขวางของ IRGC ทำให้พื้นที่สำหรับการประนีประนอมลดน้อยลง และเพิ่มโอกาสที่ความขัดแย้งทางทหารจะกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง หากเงื่อนไขที่เปราะบางของ MoU ต้องล้มเหลวลง
บทวิเคราะห์จาก ศูนย์ศึกษาอัลจาซีรา (Al Jazeera Centre for Studies) ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 ระบุว่าการเจรจาโดยตรงรอบแรกที่กรุงอิสลามาบัด "ไม่สามารถบรรลุผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมใดๆ" ทำให้กรอบการหยุดยิงที่เปราะบางนี้ตกอยู่ในความเสี่ยง
หลักฐานยืนยันว่ามีรอยร้าวในที่สาธารณะที่ขยายวงกว้างขึ้นภายในกลุ่มผู้นำอิหร่านในประเด็นการทูตกับสหรัฐฯ และยุทธศาสตร์สงคราม หลังการเสียชีวิตของคาเมเนอี การขึ้นสู่อำนาจของมอย์ตาบา คาเมเนอี ในเดือนมีนาคม 2026 ไม่ได้ฟื้นฟูอำนาจที่ไม่มีข้อกังขาแบบที่บิดาเคยมี และความขัดแย้งภายในสถาบันยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึงเดือนกรกฎาคม 2026 การแตกแยกอย่างเปิดเผยภายในสภาผู้เชี่ยวชาญ การขัดขวางความยืดหยุ่นของ IRGC ที่ถูกบันทึกไว้ ท่าทีตั้งรับของเปเซชเคียนต่อ MoU และคำเตือนของนักวิเคราะห์ที่ว่าการไม่มีอำนาจศูนย์กลางที่เป็นเอกภาพจะเพิ่มความเสี่ยงของการเผชิญหน้าทางทหารต่อไป ล้วนเป็นข้อมูลที่มีแหล่งที่มาน่าเชื่อถือ และสะท้อนให้เห็นว่านี่คือช่วงเวลาที่เปราะบางอย่างแท้จริงของสาธารณรัฐอิสลาม
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
หลังการเสียชีวิตของอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ระบอบการปกครองต้องเผชิญกับรอยร้าวภายในที่ขยายวงกว้างอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยสมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts...
หลังการเสียชีวิตของอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ระบอบการปกครองต้องเผชิญกับรอยร้าวภายในที่ขยายวงกว้างอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยสมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts... กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ภายใต้การนำของพลจัตวา อาหมัด วาฮิดี ได้ปิดกั้นความพยายามของกลุ่มสายกลาง รวมถึงโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา ที่ต้องการผลักดันให้นโยบายการเจรจามีความยืดหยุ่นมากขึ้น ส่งผล...
ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับในการปกป้องบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (Islamabad MoU) ซึ่งเป็นกรอบข้อตกลง 14 ข้อที่ลงนามกับสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มแข็งก...