ขณะที่ฝั่งยูเครน ทรัมป์และเซเลนสกีก็มีสายคุยกันหลายครั้ง รวมถึงครั้งหนึ่งก่อนการประชุม G7 ในเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานว่าทั้งสองโทรศัพท์คุยกันทันทีก่อนหรือระหว่างการประชุมซัมมิตอังการา การพบปะที่สำคัญที่สุดถูกกำหนดให้เกิดขึ้นแบบตัวต่อตัว
ทรัมป์และเซเลนสกีมีกำหนดพบปะกันในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม เวลา 14:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ภายหลังการประชุมสภาแอตแลนติกเหนือ โดยกำหนดเวลาไว้หนึ่งชั่วโมง
เซเลนสกีคาดว่าจะยื่นคำร้องโดยตรงต่อทรัมป์ เพื่อขอความช่วยเหลือในการเติมเต็มคลังแสงอาวุธที่ผลิตโดยอเมริกา โดยเฉพาะระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานแพทริออตและ NASAMS การพบกันครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดของทั้งคู่ หลังจากที่เคยเผชิญหน้ากันอย่างดุเดือดในทำเนียบขาวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025
ก่อนการพบกัน เคียฟเปลี่ยนยุทธวิธีโดยการถอยออกจากความคิดริเริ่มสันติภาพที่สหรัฐฯ สนับสนุนก่อนหน้านี้ และหันมาโน้มน้าวทรัมป์ว่ายูเครนยังคงมีอำนาจต่อรองในความขัดแย้งนี้
ทรัมป์เดินทางถึงอังการาท่ามกลาง 'การยืนกรานที่เพิ่มขึ้นของอเมริกาให้ชาติสมาชิกนาโตเพิ่มงบกลาโหมอย่างรวดเร็ว' ก่อนการประชุม เขาโพสต์บน Truth Social บ่นว่าสหรัฐฯ จ่ายเงินค้ำจุนนาโตมากกว่าชาติอื่นโดยไม่ได้รับประโยชน์ตอบแทนที่เท่าเทียม
ในวันแรก (7 กรกฎาคม) ทรัมป์ 'จุดชนวนข้อพิพาท' เกี่ยวกับสงครามอิหร่านและกรีนแลนด์ เขายังเรียกสเปนว่า 'พันธมิตรที่แย่มาก' และความแตกแยกเรื่องการใช้จ่ายด้านกลาโหมครอบงำการประชุมช่วงเปิด
เพื่อตอบโต้ นาโตเตรียม 'การเปิดโปงครั้งใหญ่' ของข้อตกลงซื้ออาวุธมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ โครงการทางทหารใหม่เหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อพิสูจน์ให้ทรัมป์เห็นว่าพันธมิตรยุโรปกำลังเปลี่ยนคำมั่นสัญญาของตนให้เป็นกำลังรบจริง สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่านาโตเปิดเผยข้อตกลงซื้ออาวุธมูลค่าอย่างน้อย 5 หมื่นล้านดอลลาร์
นายมาร์ก รุตเต เลขาธิการนาโต กล่าวว่าการประชุมสุดยอดครั้งนี้จะแสดงให้เห็นว่าชาวยุโรปกำลัง 'ทำตามคำมั่นที่จะเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหม'
เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม ก่อนการประชุมสุดยอดเพียงวันเดียว รัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟด้วยขีปนาวุธและโดรนครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตหลายราย เซเลนสกีเรียกร้องให้สหรัฐฯ และพันธมิตรยุโรป 'ตัดสินใจอย่างแข็งแกร่ง' ในการตอบโต้ที่การประชุมนาโต
พื้นหลังของความขัดแย้งยังรวมถึงปฏิบัติการโจมตีระยะไกลของยูเครนที่ยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของรัสเซีย แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะของการโจมตีในช่วงใกล้ประชุมสุดยอดจะไม่ชัดเจนนักจากแหล่งข่าวที่มี แต่ความขัดแย้งยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด โดยที่พันธมิตรถูก 'บีบอัดจากการรุกรานทางทหารของรัสเซียที่ต่อเนื่อง'
ในระหว่างการประชุมสุดยอด ชาติสมาชิกนาโตหลายประเทศได้ประกาศให้การสนับสนุนทางทหารเพิ่มเติมแก่ยูเครน รวมถึงระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานเพิ่มเติม
ตุรกีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดที่กรุงอังการา ซึ่งเป็นการประชุมสุดยอดนาโตครั้งที่ 36 และเป็นครั้งที่สองที่ตุรกีเป็นเจ้าภาพต่อจากอิสตันบูลในปี 2004
ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอันวางตำแหน่งตัวเองเป็นคนกลางสำคัญระหว่างรัสเซียและยูเครนตลอดช่วงสงคราม การเลือกอังการาเป็นสถานที่จัดประชุมถูกมองกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นการตอกย้ำบทบาทสะพานเชื่อมทางการทูตของตุรกี
การประชุมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ทรัมป์ 'แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลของเขาสนิทสนมกับเจ้าภาพปีนี้ ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ของตุรกี' ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ตุรกีที่อบอุ่นขึ้นภายใต้การดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของทรัมป์
การประชุมสุดยอดอังการา 2026 ดำเนินไปในฐานะวาทกรรมทางการทูตที่เดิมพันสูง: ทรัมป์กดดันพันธมิตรนาโตเรื่องงบกลาโหมพร้อมกันไปกับการวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้สร้างสันติภาพผ่านสายตรงถึงปูติน และเตรียมพบหน้ากับเซเลนสกีที่ตึงเครียด ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางฉากหลังของการโจมตีเคียฟครั้งใหม่ของรัสเซียและการโจมตีระยะไกลของยูเครน บทบาทของตุรกีในฐานะเจ้าภาพและคนกลางตอกย้ำถึงอิทธิพลที่ต่อเนื่องของแอร์โดอันในฐานะผู้เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคู่สงคราม