สาเหตุหลักมาจากแรงกดดันเชิงกลยุทธ์ 3 ประการที่มาบรรจบกัน:
1. ความต้องการในประเทศที่ชะลอตัวและการปรับไลน์อัพรถรุ่นใหม่ Sealion 07 EV รุ่นไฟฟ้าล้วนเริ่มถูกบดบังในตลาดจีนจากรถรุ่นใหม่ที่มีการแข่งขันสูงกว่า BYD จึงแทนที่ด้วย Sealion 07 DM-i/DM-p ซึ่งเป็นปลั๊กอินไฮบริดบนแพลตฟอร์มใหม่ที่เปิดตัวในปี 2025 และกำลังเตรียมเปิดตัว Sealion 08 แบบ 3 แถวที่นั่ง รูปแบบนี้—เลิกขายรุ่น EV รุ่นเก่าในประเทศแต่ยังคงผลิตเพื่อส่งออก—เหมือนกับที่ BYD เคยทำกับ Sealion 6 PHEV ที่ยุติการขายในจีนตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 แต่ยังคงผลิตเพื่อตลาดต่างประเทศ
2. การส่งออกให้มาร์จิ้นสูงกว่าและมีความต้องการที่แข็งแกร่งกว่า ในขณะที่ยอดขายในประเทศอ่อนแอลง Sealion 7 ขายดีในต่างประเทศ ในเดือนพฤษภาคม 2026 เพียงเดือนเดียว มีการส่งออกถึง 12,636 คัน และในออสเตรเลียสามารถแซงหน้า Tesla Model Y ได้ ตลาดต่างประเทศให้ผลกำไรต่อคันที่ดีกว่าตลาดภายในประเทศที่มีการแข่งขันสูงของ BYD มาก
3. กำลังการผลิตส่วนเกินภายในประเทศและสต็อกสินค้าค้างสต็อก BYD ได้ลดกำลังการผลิตในจีน—ยกเลิกกะกลางคืน ยกเลิกไลน์การผลิตใหม่ และชะลอการขยายโรงงาน—เนื่องจากมีสินค้าค้างสต็อกจำนวนมากแม้จะมีการลดราคาอย่างหนัก การย้ายการผลิต Sealion 7 ไปสู่ช่องทางการส่งออกช่วยให้ BYD ใช้กำลังการผลิตที่มีอยู่โดยไม่เพิ่มสต็อกสินค้าค้างในประเทศ
ในเดือนพฤษภาคม 2025 สำนักข่าว Reuters รายงานว่า BYD ตั้งเป้าขายรถยนต์ครึ่งหนึ่งของทั้งหมดนอกประเทศจีนภายในปี 2030 เพิ่มขึ้นจากประมาณ 10% ในปี 2024 สำหรับปี 2026 บริษัทตั้งเป้ายอดขายต่างประเทศไว้ที่ 1.3–1.5 ล้านคัน คิดเป็นการเติบโตประมาณ 24% จาก 1.05 ล้านคันที่ขายในต่างประเทศในปี 2025 Bloomberg ประเมินว่า BYD น่าจะบรรลุเป้าหมายปี 2026 ได้ไม่ยาก
เมื่อการแข่งขัน EV ในจีนรุนแรงขึ้นและสงครามราคากดดันมาร์จิ้น การขายต่างประเทศกลายเป็นเครื่องยนต์ทำกำไรของ BYD รายงานหนึ่งระบุว่ายอดขายต่างประเทศของ BYD คิดเป็น 46% ของรายได้รวม โดยให้มาร์จิ้นที่สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ แม้ความต้องการในประเทศจะหดตัวประมาณ 30% ยอดขายทั่วโลกในเดือนมิถุนายน 2026 เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 403,472 คัน โดยการส่งออกที่พุ่งสูงขึ้นช่วยชดเชยความต้องการในประเทศที่อ่อนแอ
Sealion 7 ไม่ใช่กรณีเดียว BYD ได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบ:
สร้างการแบ่งกลุ่มที่ชัดเจน: จีนได้รุ่น PHEV และ EV ที่รีเฟรชใหม่ล่าสุด ส่วนตลาดต่างประเทศได้รุ่นที่พิสูจน์แล้วว่ามีความต้องการสูง แต่เริ่มเก่าเกินไปสำหรับตลาดจีนที่มีการแข่งขันสูง
BYD กำลังสร้างโรงงานในไทย อุซเบกิสถาน บราซิล และฮังการี (ใกล้เสร็จ) เพื่อให้บริการตลาดภูมิภาคและหลีกเลี่ยงภาษี EU สำหรับรถ EV ที่ผลิตในจีน กำลังการผลิตรวมของโรงงานต่างประเทศคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 300,000 คันต่อปีในระยะแรก
| ปัจจัย | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาผลิตในจีน | พ.ค. 2024 – ก.ค. 2026 |
| ยอดขายรวมในจีน | มากกว่า 215,000 คัน |
| สาเหตุหลัก | อุปสงค์ในประเทศอ่อนแอ + ปรับไลน์อัพรถรุ่นใหม่ + ให้ความสำคัญส่งออก |
| รุ่นทดแทนในประเทศ | Sealion 07 DM-i/DM-p (PHEV เปิดตัวปี 2025) + Sealion 08 ที่กำลังจะมา |
| อุปสงค์ส่งออก | 12,636 คันในเดือนพ.ค. 2026 เพียงเดือนเดียว แซง Tesla Model Y ในออสเตรเลีย |
| กลยุทธ์โดยรวม | ส่วนหนึ่งของเป้าหมาย BYD ให้ 50% ของยอดขายมาจากต่างประเทศภายในปี 2030 ท่ามกลางกำลังการผลิตส่วนเกินและสงครามราคาในประเทศ |
การถอน Sealion 7 ออกจากจีนอย่างเงียบๆ เป็นภาพจำลองของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ BYD: ใช้จีนเป็นสนามทดสอบเพื่อพัฒนารถรุ่นใหม่อย่างรวดเร็ว จากนั้นส่งออกรุ่นที่กำลังจะถูกแทนที่ไปยังตลาดต่างประเทศที่ยังมีความต้องการ ในขณะเดียวกันก็รีเฟรชไลน์อัพรถในประเทศด้วยเทคโนโลยีที่ใหม่กว่า