ไมโครซอฟท์เปิดตัวโมเดล AI ในเครือ MAI จำนวน 7 โมเดลในงาน Build 2026 และเริ่มนำมาใช้ใน Excel และ Outlook แทนโมเดลของ OpenAI และ Anthropic เพื่อลดต้นทุน AI [1][2][17] MAI Thinking 1 ราคาเพียง $0.03 ต่อ 1K token ในขณะที่ OpenAI o3 ที่เทียบเท่าราคา $0.10 หรือมากกว่า ทำให้ประหยัดได้ถึง 70% ส่วน MAI Code 1 Flash ถูกกว่า C...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What specific AI models did Microsoft recently introduce at Build 2026, which software products l. Article summary: Here is a fact-checked, sourced assessment across all five questions.. Topic tags: general, documentation, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evid
ไมโครซอฟท์เพิ่งสร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการ AI ด้วยการประกาศเปลี่ยนมาใช้โมเดล AI ที่พัฒนาขึ้นเองภายในบริษัท (In-House) หรือที่เรียกว่า MAI Models ในแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่าง Excel และ Outlook แทนที่โมเดลจาก OpenAI และ Anthropic เจ้าพ่อวงการ AI ที่ไมโครซอฟท์เคยทุ่มเงินลงทุนไปหลายหมื่นล้านดอลลาร์
ในงาน Build 2026 เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ประกาศเปิดตัว โมเดล MAI จำนวน 7 โมเดล ครอบคลุมการทำงานหลากหลายด้าน ตั้งแต่การให้เหตุผล (Reasoning) การเขียนโค้ด การสร้างภาพ การถอดเสียง และการสังเคราะห์เสียง โมเดลเรือธงคือ MAI-Thinking-1 โมเดล reasoning ขนาด 35 พันล้านพารามิเตอร์ พร้อมหน้าต่างบริบท (Context Window) 256K ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากข้อมูลที่ได้รับอนุญาตเชิงพาณิชย์ล้วนๆ
ส่วนนักพัฒนาก็ได้ MAI-Code-1-Flash โมเดลเขียนโค้ดขนาดเล็กที่ถูกปรับแต่งสำหรับ GitHub Copilot โดยเฉพาะ
เพียงไม่ถึงเดือนต่อมา ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2026 Bloomberg รายงาน ว่าไมโครซอฟท์เริ่มนำโมเดล MAI ไปใช้ใน Excel และ Outlook จริง แทนที่โมเดลของ OpenAI และ Anthropic สำหรับการประมวลผล AI พรอมพ์นับหมื่นครั้งต่อสัปดาห์ เหตุผลหลักคือการลดต้นทุน
โดยไมโครซอฟท์จะใช้สิ่งที่เรียกว่าโมเดลออร์เคสเตรชันบนแพลตฟอร์ม Azure AI Foundry เพื่อเปลี่ยนเส้นทางคำขอไปยังโมเดลของตัวเอง
ข้อมูลการเปรียบเทียบราคา MAI ในเดือนมิถุนายน 2026 จาก Azure AI Foundry ระบุว่า โมเดล MAI มีราคาถูกกว่าโมเดลของพาร์ทเนอร์ถึง 20–60% ตัวอย่างที่น่าสนใจ:
| โมเดล | ราคาต่อ 1K input tokens | โมเดลที่เทียบได้ (ฝั่งอื่น) | ราคาฝั่งอื่น |
|---|---|---|---|
| MAI-Thinking-1 | $0.03 | OpenAI o3 เทียบเท่า | $0.10 หรือมากกว่า |
| MAI-Code-1-Flash | $0.015 | Claude Haiku 4.5 | $0.025 |
จากตารางนี้ MAI-Thinking-1 มีราคาถูกกว่า OpenAI o3 ที่เทียบเท่าถึง 70% ในขณะที่ MAI-Code-1-Flash ถูกกว่า Claude Haiku 4.5 ถึง 40% มีแม้กระทั่งข้อมูลจาก LinkedIn ที่อ้างว่า MAI-Thinking-1 หลังจากปรับแต่งให้กับ McKinsey มีประสิทธิภาพเหนือกว่า GPT-5.5 ของ OpenAI ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า 10 เท่า แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้มาจากแหล่งที่ผู้ใช้สร้างขึ้น ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
การเปลี่ยนโมเดลใน Excel และ Outlook ไม่ได้หมายความว่าไมโครซอฟท์จะเลิกใช้ OpenAI หรือ Anthropic บริษัทยังคงขายโมเดลของทั้งสองพาร์ทเนอร์ผ่าน Azure และเพิ่งจะผสานโมเดล Claude ของ Anthropic เข้าไปในฟีเจอร์ Copilot ของ Office 365 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 สิ่งที่กำลังเปลี่ยนไปคือส่วนผสมของโมเดล: ไมโครซอฟท์กำลังเดินหน้าสู่ กลยุทธ์หลายโมเดลที่ยืดหยุ่น โดยใช้ MAI ภายในสำหรับงานที่มีปริมาณสูงและไวต่อต้นทุนใน Excel และ Outlook, ใช้ Claude สำหรับงานสร้างสรรค์หรือวิเคราะห์ใน PowerPoint และ Word และยังคงเสนอ OpenAI สำหรับกรณีการใช้งานอื่นๆ
เป้าหมายภายในของไมโครซอฟท์ตามรายงานของ Bloomberg คือการลดค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้กับผู้ให้บริการ AI ภายนอกด้วยการเปลี่ยนเส้นทางการทำงานด้าน Inference มาใช้โมเดลของตัวเองให้มากที่สุด ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทำได้ง่ายขึ้นเมื่อไมโครซอฟท์ควบคุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน (Azure) และเลเยอร์โมเดล (MAI)
ไมโครซอฟท์ลงทุนไปประมาณ $13 พันล้านดอลลาร์ใน OpenAI และ $5 พันล้านดอลลาร์ใน Anthropic ตามรายงานต่างๆ การลงทุนเหล่านี้ยังคงมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ ไมโครซอฟท์ยังคงขายโมเดลของทั้งสองพาร์ทเนอร์ผ่าน Azure และ OpenAI เพียงรายเดียวก็ได้ตกลงที่จะใช้บริการ Azure คิดเป็นมูลค่าประมาณ $250 พันล้านดอลลาร์แล้ว
อย่างไรก็ตาม การผลักดัน MAI ทำให้ไมโครซอฟท์มี อำนาจต่อรองด้านต้นทุน เหนือพาร์ทเนอร์ ทุกครั้งที่ Copilot พรอมพ์ถูกเปลี่ยนจากโมเดลภายนอกมาเป็น MAI นั่นหมายถึงไมโครซอฟท์จะเก็บกำไรไว้เองแทนที่จะจ่ายค่าธรรมเนียม API ให้บุคคลที่สาม
Mustafa Suleyman ซีอีโอฝ่าย AI ของไมโครซอฟท์บอกกับ Bloomberg อย่างตรงไปตรงมาว่า "เป้าหมายของเราคือการลดและท้ายที่สุดคือการกำจัด" การจ่ายเงินให้ Anthropic หลักการเดียวกันนี้ใช้กับ OpenAI: โมเดลของไมโครซอฟท์เองกลายเป็นทางเลือกที่ประหยัด ช่วยลดความจำเป็นในการยอมรับการขึ้นราคาจากพาร์ทเนอร์รายใดรายหนึ่ง
แหล่งข้อมูลยืนยันว่าทั้ง OpenAI และ Anthropic ได้ยื่นเอกสารสำหรับการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) แบบลับๆ ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 อย่างไรก็ตาม หลักฐานไม่สนับสนุนข้อสรุปที่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงของไมโครซอฟท์จะส่งผลต่อ IPO เหล่านั้นอย่างไร สิ่งที่พอพูดได้ในวงแคบคือ การใช้ MAI ใน Excel และ Outlook อาจลดความต้องการ Inference บางส่วนที่มิฉะนั้นจะสร้างรายได้ให้ OpenAI หรือ Anthropic
หากรูปแบบนี้ขยายไปยังผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของไมโครซอฟท์ ก็อาจทำให้สมมติฐานที่ว่าการใช้งาน Office และ Copilot จะสร้างรายได้ Enterprise Inference ที่เพิ่มขึ้นให้กับผู้ให้บริการโมเดลภายนอกนั้นอ่อนแอลง
แหล่งข้อมูลไม่ได้ระบุผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง และไม่ได้ระบุว่านักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จะประเมินความเสี่ยงนั้นอย่างไร
การผลักดัน MAI ของไมโครซอฟท์เป็นกลยุทธ์การลดต้นทุนและการพึ่งพา ไม่ใช่การหย่าขาดจากพาร์ทเนอร์ AI อย่างสิ้นเชิง การยืนยันการใช้ MAI ใน Excel และ Outlook การเปิดตัวโมเดล MAI 7 โมเดลในงาน Build 2026 และข้อได้เปรียบด้านราคาที่รายงาน ล้วนชี้ไปที่อนาคตที่ไมโครซอฟท์จะเป็นเจ้าของ AI Stack ของตัวเองมากขึ้น ในขณะที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์กับ OpenAI และ Anthropic ไว้ด้วย
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ไมโครซอฟท์เปิดตัวโมเดล AI ในเครือ MAI จำนวน 7 โมเดลในงาน Build 2026 และเริ่มนำมาใช้ใน Excel และ Outlook แทนโมเดลของ OpenAI และ Anthropic เพื่อลดต้นทุน AI [1][2][17]
ไมโครซอฟท์เปิดตัวโมเดล AI ในเครือ MAI จำนวน 7 โมเดลในงาน Build 2026 และเริ่มนำมาใช้ใน Excel และ Outlook แทนโมเดลของ OpenAI และ Anthropic เพื่อลดต้นทุน AI [1][2][17] MAI Thinking 1 ราคาเพียง $0.03 ต่อ 1K token ในขณะที่ OpenAI o3 ที่เทียบเท่าราคา $0.10 หรือมากกว่า ทำให้ประหยัดได้ถึง 70% ส่วน MAI Code 1 Flash ถูกกว่า Claude Haiku 4.5 ถึง 40% [8]
ไมโครซอฟท์เดินกลยุทธ์หลายโมเดล ยังคงขายโมเดลของ OpenAI และ Anthropic ผ่าน Azure แต่เปลี่ยนเส้นทางงานที่มีปริมาณสูงใน Office ไปใช้ MAI ที่ถูกกว่าเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง [1][4][7]