Nvidia เปิดตัวและส่งมอบ Vera CPU แบบ 88 คอร์ให้กับ OpenAI, Anthropic, SpaceX, Oracle Cloud และ ByteDance แล้ว เบนช์มาร์กอิสระจาก Phoronix ชี้ Vera เร็วกว่า Intel Xeon 6980P 1.55 เท่า และนำ AMD EPYC 9575F ประมาณ 10% Nvidia คาดการณ์รายได้จาก Vera CPU ถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีงบประมาณนี้

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What recent developments have occurred in Nvidia's push into the CPU market with its Vera process. Article summary: ## Nvidia's Vera CPU: Recent Developments. Topic tags: general, news, documentation, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
Nvidia เริ่มรุกหนักในตลาด CPU อย่างจริงจังแล้ว Vera โปรเซสเซอร์ตัวแรกของบริษัทที่ออกแบบมาเป็นซีพียูสำหรับศูนย์ข้อมูลโดยเฉพาะ (standalone CPU) ถูกส่งให้ลูกค้ารายใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังผลิตเต็มรูปแบบ Vera ไม่ใช่แค่ชิปเซิร์ฟเวอร์ทั่วไป แต่ถูกสร้างมาเพื่อรองรับโหลดงาน AI รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า 'Agentic AI' หรือ 'AI แบบเอเจนต์' ซึ่งโมเดลไม่ได้แค่ตอบคำถาม แต่ยังสามารถรันโค้ด ใช้เครื่องมือต่างๆ และจำลองสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้
นี่คือทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ Nvidia Vera CPU
Vera CPU คือไมโครโพรเซสเซอร์สำหรับศูนย์ข้อมูลตัวแรกของ Nvidia ที่ทำงานได้ด้วยตัวเอง โดยประกาศเปิดตัวครั้งแรกที่งาน GTC ซานโฮเซ เมื่อเดือนมีนาคม 2026 Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia เรียกมันว่า "ธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์รายต่อไป" ของบริษัท
Vera ถูกสร้างด้วยคอร์ Olympus แบบ Arm จำนวน 88 คอร์บนชิปชิ้นเดียว (monolithic die) ไม่ใช่การต่อชิปหลายๆ ชิ้น (chiplet) มีแบนด์วิธหน่วยความจำ LPDDR5X สูงถึง 1.2 TB/s และโครงข่ายภายในชิป (on-chip fabric) ความเร็ว 3.6 TB/s
Nvidia อ้างว่าเป็น CPU ที่มีจำนวนคำสั่งต่อรอบสัญญาณนาฬิกา (IPC) สูงที่สุดในโลก โดยสามารถดำเนินการได้ถึง 10 คำสั่งต่อหนึ่งรอบสัญญาณนาฬิกา
ต่างจาก Grace CPU รุ่นก่อนของ Nvidia ที่ออกแบบมาให้ทำงานคู่กับ GPU ของตัวเอง Vera สามารถทำงานเป็น CPU หลักในระบบ AI Factory สำหรับงานต่างๆ เช่น การรันโค้ด, การทำ Sandboxing, การวิเคราะห์ข้อมูล, การจัดการ Data Pipeline และการประสานงานของ Agent ต่างๆ
Nvidia กล่าวว่า Vera สามารถทำงาน Agentic AI ได้เร็วกว่า CPU สถาปัตยกรรม x86 ถึง 1.8 เท่า และให้ประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อม Sandbox ที่เร็วกว่าสถาปัตยกรรม CPU ทั่วไปถึง 80%
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ทางผู้ผลิต (vendor) เป็นคนให้มา ซึ่งควรดูเป็นแนวโน้มมากกว่าจะเป็นข้อมูลตายตัว
Phoronix ได้ตีพิมพ์ผลทดสอบประสิทธิภาพอิสระครั้งแรกของ Vera CPU แบบ 88 คอร์ :
ผู้วิจารณ์ของ Phoronix กล่าวว่านี่คือ "คู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมากับโปรเซสเซอร์ x86_64 ของ Intel และ AMD"
Nate Kupp รองประธานฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานของ Perplexity กล่าวว่า Vera สามารถประมวลผลงานเขียนโค้ดของ AI Agent ได้เร็วกว่า CPU ทั่วไปประมาณ 1.5 เท่า Kupp กล่าวว่า "Vera เหมาะสมกับงานหลักของเราอย่างตรงตัว"
Nvidia คาดการณ์ว่าจะมียอดขาย Vera CPU สูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีงบประมาณปัจจุบัน (สิ้นเดือนมกราคม 2027) ตัวเลขคาดการณ์นี้แยกออกจากที่ Nvidia เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะทำรายได้ 1 ล้านล้านดอลลาร์จากชิป AI ตระกูล Blackwell และ Rubin
Colette Kress ซีเอฟโอของ Nvidia บรรยายว่า Vera CPU กำลังเปิด "โอกาสทางธุรกิจใหม่มูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์" พร้อมกล่าวเสริมว่า "ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่และผู้ผลิตระบบทุกรายกำลังร่วมมือกับเราเพื่อนำไปใช้งาน" โดยรวมแล้ว Nvidia คาดการณ์รายได้ไตรมาสที่ 2 ไว้ที่ 91,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดไว้ที่ 86,840 ล้านดอลลาร์
จากข้อมูลของ Nvidia ที่ยืนยันการส่งมอบล็อตแรกและข้อมูลเปิดเผยต่อมา ลูกค้าและพาร์ทเนอร์กลุ่มแรกๆ ที่ได้รับการยืนยันแล้ว ได้แก่ :
นอกจากนี้ Nvidia ยังเริ่มเสนอขาย Vera ให้กับลูกค้าองค์กรในจีนด้วย แม้ว่ารายได้จากจีนจะไม่ได้รวมอยู่ในการคาดการณ์ของไตรมาสที่ 2
Perplexity ยืนยันเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2026 ว่ามีแผนจะใช้ Vera CPU ของ Nvidia เพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ของตน ปัจจุบัน Perplexity ใช้ Nemotron 3 Ultra ของ Nvidia สำหรับฟีเจอร์ค้นหาและผลิตภัณฑ์ Perplexity Computer อยู่แล้ว
แต่ทางบริษัทไม่ได้เปิดเผยปริมาณการสั่งซื้อที่แน่นอน
Vera ยังเป็นหัวใจสำคัญของแพลตฟอร์ม Vera Rubin ซึ่งเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI แบบฟูลสแตกที่รวม Vera CPU, Rubin GPU, NVLink 6 Switch, ConnectX-9 SuperNIC, BlueField-4 DPU และ Spectrum-6 Ethernet Switch เข้าด้วยกัน แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดเวลาในการฝึกฝนโมเดล (training) และต้นทุนต่อโทเคน (token costs) สำหรับการทำงานแบบ Agentic AI การผลิตระบบ Vera Rubin เริ่มต้นแล้วในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ในโรงงานกว่า 350 แห่งใน 30 ประเทศ คาดว่าระบบจะเริ่มจัดส่งได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2026
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Nvidia เปิดตัวและส่งมอบ Vera CPU แบบ 88 คอร์ให้กับ OpenAI, Anthropic, SpaceX, Oracle Cloud และ ByteDance แล้ว
Nvidia เปิดตัวและส่งมอบ Vera CPU แบบ 88 คอร์ให้กับ OpenAI, Anthropic, SpaceX, Oracle Cloud และ ByteDance แล้ว เบนช์มาร์กอิสระจาก Phoronix ชี้ Vera เร็วกว่า Intel Xeon 6980P 1.55 เท่า และนำ AMD EPYC 9575F ประมาณ 10%
Nvidia คาดการณ์รายได้จาก Vera CPU ถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีงบประมาณนี้