กองทัพอากาศยูเครนไม่สามารถสกัดขีปนาวุธ ballistic ( ballistic missile ) ของรัสเซียได้แม้แต่ลูกเดียวในการโจมตีกรุงเคียฟคืนวันที่ 5 6 กรกฎาคม 2026 เพราะขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น PAC 3 ที่ใช้กับระบบ Patriot อย่างวิกฤต [1][7] โฆษกกองทัพอากาศยูเครน ยูรี อิห์นัต ยืนยันว่ากองทัพมี 'การขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นอย่างมีนัยสำคัญ' ท...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What caused Ukraine's failure to intercept any ballistic missiles during Russia's July 5–6, 2026. Article summary: ## Why Ukraine failed to intercept any ballistic missiles. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนไม่สามารถสกัดขีปนาวุธ ballistic ( ballistic missile ) ได้แม้แต่ลูกเดียว ระหว่างการโจมตีครั้งใหญ่ของรัสเซียที่กรุงเคียฟในคืนวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2026 สาเหตุหลักคือ การขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นอย่างวิกฤต โดยเฉพาะขีปนาวุธ PAC-3 ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ ซึ่งใช้ในระบบ Patriot BN
ตามการเปิดเผยของโฆษกกองทัพอากาศยูเครน ยูรี อิห์นัต (Yurii Ihnat) ทางกองทัพรายงานว่ามี 'การขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นอย่างมีนัยสำคัญ' หมายความว่า เมื่อคลังแสงขีปนาวุธสกัดกั้นของ Patriot หมดลง ก็ไม่มีอะไรเหลือไว้ยิงสกัดขีปนาวุธ ballistic ที่กำลังพุ่งเข้าใส่ได้อีกแล้ว BK กองกำลังยูเครนสามารถยิงสกัดขีปนาวุธร่อน (cruise missile) และขีปนาวุธ Kalibr ได้สำเร็จ แต่ขีปนาวุธ ballistic ทั้ง 23 ลูกที่รัสเซียยิงใส่กรุงเคียฟนั้นพุ่งถึงเป้าหมายโดยไม่มีใครขัดขวาง BS
การโจมตีครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 22 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 คนทั่วกรุงเคียฟและปริมณฑล โดยมีอาคารที่อยู่อาศัยถูกโจมตีโดยตรง CCN
ประธานาธิบดีเซเลนสกี้เดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดนาโตที่กรุงอังการา (Ankara) ประเทศตุรกี ทันทีหลังการโจมตี (วันที่ 7-8 กรกฎาคม 2026) พร้อมข้อเรียกร้องเร่งด่วนหลายประการ:
1. ส่งมอบระบบ Patriot และขีปนาวุธสกัดกั้นเพิ่มเติมทันที — เซเลนสกี้เรียกร้องโดยตรงต่อสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรยุโรปให้จัดหาระบบ Patriot และขีปนาวุธ PAC-3 เพิ่มเติม ซึ่งจำเป็นต่อการหยุดยั้งขีปนาวุธ ballistic เขากล่าวว่า 'การจัดหาขีปนาวุธสกัดกั้นที่ผลิตโดยสหรัฐฯ ไม่เพียงพอ' ทำให้เคียฟไร้ทางป้องกันการโจมตีด้วย ballistic EF
2. ข้อตกลงแลกเปลี่ยนขีปนาวุธกับเยอรมนี — ยูเครนเสนอข้อตกลงที่เยอรมนีจะส่งมอบขีปนาวุธ Patriot ที่มีอยู่ในคลังปัจจุบันให้ยูเครนก่อน และเยอรมนีจะได้รับขีปนาวุธสกัดกั้นที่ผลิตจากอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของยูเครนในอนาคต การตัดสินใจนี้ต้องเกิดขึ้นจากเยอรมนีระหว่างการประชุมสุดยอด T
3. จัดตั้ง 'พันธมิตรต่อต้านขีปนาวุธ ballistic' (Anti-Ballistic Coalition) — เซเลนสกี้เรียกร้องให้นาโตจัดตั้งกลุ่มประเทศที่ร่วมกันอุทิศตนเพื่อจัดหาและผลิตระบบต่อต้านขีปนาวุธ ballistic ในขนาดใหญ่ โดยกล่าวว่า ยุโรปต้องการ 'ระบบต่อต้าน ballistic ที่ผลิตจำนวนมากและมีราคาที่เข้าถึงได้ในวันนี้' SD
4. เร่งกำลังการผลิตของพันธมิตร — ณ ที่ประชุม เซเลนสกี้กดดันให้พันธมิตรเพิ่มกำลังการผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นในภาคอุตสาหกรรม โดยเรียกสถานการณ์ว่า 'ไร้สาระ' ที่การผลิตยังไม่ถูกขยายขนาดให้เพียงพอต่อการปกป้องชีวิตพลเรือนในยุคนี้ BS
5. ทำให้การป้องกันทางอากาศเป็นผลลัพธ์หลักของการประชุมสุดยอด — ก่อนและระหว่างการประชุม เซเลนสกี้ยืนกรานว่าข้อผูกมัดที่เป็นรูปธรรมด้านการป้องกันทางอากาศต้องเป็นหนึ่งในผลลัพธ์สำคัญของการประชุมที่อังการา เขากล่าวว่า 'เรื่องนี้ — การป้องกันทางอากาศ — ต้องเป็นหนึ่งในผลลัพธ์หลัก ถ้าหากพันธมิตรนาโตยังมีความหมายต่อสมาชิกอยู่' N
นอกจากนี้ เซเลนสกี้ยังใช้การประชุมเพื่อวิ่งเต้นโดยตรงกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และผู้นำยุโรป ห้ามมิให้เลื่อนการส่งมอบตามสัญญา โดยเขียนจดหมายถึงทรัมป์และรัฐสภาสหรัฐฯ เรียกร้องให้ช่วยเหลือด้านระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่างเร่งด่วน N
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
กองทัพอากาศยูเครนไม่สามารถสกัดขีปนาวุธ ballistic ( ballistic missile ) ของรัสเซียได้แม้แต่ลูกเดียวในการโจมตีกรุงเคียฟคืนวันที่ 5 6 กรกฎาคม 2026 เพราะขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น PAC 3 ที่ใช้กับระบบ Patriot อย่างวิกฤต [1][7]
กองทัพอากาศยูเครนไม่สามารถสกัดขีปนาวุธ ballistic ( ballistic missile ) ของรัสเซียได้แม้แต่ลูกเดียวในการโจมตีกรุงเคียฟคืนวันที่ 5 6 กรกฎาคม 2026 เพราะขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น PAC 3 ที่ใช้กับระบบ Patriot อย่างวิกฤต [1][7] โฆษกกองทัพอากาศยูเครน ยูรี อิห์นัต ยืนยันว่ากองทัพมี 'การขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นอย่างมีนัยสำคัญ' ทำให้เมื่อคลังแสง Patriot หมดลง ก็ไม่มีอาวุธเหลือไว้ยิงสกัดขีปนาวุธ ballistic [1][5]
ยูเครนสามารถสกัดขีปนาวุธร่อนและขีปนาวุธ Kalibr ได้ แต่ขีปนาวุธ ballistic ทั้ง 23 ลูกที่รัสเซียยิงใส่นั้นพุ่งถึงเป้าหมายโดยไม่มีใครขัดขวาง [1][11]