ความขัดแย้ง start จากนโยบายอิหร่านในเม.ย. 2026 และปะทุรุนแรงในมิ.ย. ทรัมป์โพสต์มีม 'RESTRAINING ORDER NEEDED' บน Truth Social ก่อนการประชุมสุดยอด NATO ที่อังการาไม่ถึง 24 ชั่วโมง สร้างวิกฤตทางการทูตที่บดบังวาระสำคัญด้านงบประมาณกลาโหมและความช่วยเหลือยูเครน

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What caused the public feud between Donald Trump and Giorgia Meloni, how did it escalate through. Article summary: Here is a fact-checked chronology and analysis of the Trump–Meloni feud and its impact on the Ankara NATO summit.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative
ความสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างผู้นำประชานิยมฝ่ายขวาสองคนได้พังทลายลงภายในเวลาเพียงสามเดือน กลายเป็นวิกฤตทางการทูตครั้งใหญ่ เรื่องบาดหมางระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐอเมริกา และนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) แห่งอิตาลี เริ่มต้นจากข้อพิพาทเรื่องนโยบายอิหร่าน ปะทุขึ้นจากข้อกล่าวหาเรื่องรูปถ่ายในที่ประชุม G7 และถึงจุดเดือดเมื่อทรัมป์โพสต์มีมเยาะเย้ยว่า 'ต้องมีคำสั่งห้ามเข้าใกล้' (restraining order) บน Truth Social เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ผู้นำทั้งสองจะพบหน้ากันในการประชุมสุดยอด NATO เดือนกรกฎาคม 2026 ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ต่อไปนี้คือไทม์ลน์ของแต่ละเหตุการณ์สำคัญ ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ของทั้งสองฝ่าย และผลกระทบต่อพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
รอยร้าวในที่สาธารณะมีสองชั้น โดยชั้นแรกเกิดขึ้นก่อนการประชุม G7 ซะอีก ในเดือนเมษายน 2026 ทรัมป์โจมตีเมโลนีที่ออกมาประณามการกระทำของเขาต่อสมเด็จพระสันตปาปาลีโอที่ 14 และที่ไม่สนับสนุนการรณรงค์ของสหรัฐฯ-อิสราเอลต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Corriere della Sera ทรัมป์กล่าวว่าเมโลนี 'ขาดความกล้าหาญ' และเรียกเธอว่า 'ยอมรับไม่ได้' นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการพังทลายของความสัมพันธ์ที่เคยแนบแน่นที่สุดครั้งหนึ่งระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำยุโรป
ในการประชุมสุดยอด G7 ที่เมืองเอเวียง-เล-แบ็ง ประเทศฝรั่งเศส ทรัมป์และเมโลนีถูกถ่ายภาพขณะกำลังพูดคุยกันอย่างใกล้ชิดและยิ้มแย้ม สำนักนายกรัฐมนตรีอิตาลีเผยแพร่ภาพดังกล่าวเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟูความสัมพันธ์ สองวันต่อมา ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ LA7 ของอิตาลี ทรัมป์อ้างว่าเมโลนี 'ขอร้องให้ผมถ่ายรูปกับเธอ เธออยากถ่ายรูปกับผมมาก ผมคงไม่ถ่ายให้หรอก แต่ผมสงสารเธอ'
สื่อหลายสำนัก รวมถึง BBC และ AP รายงานว่าคำพูดของทรัมป์เป็นชนวนที่ทำให้ความขัดแย้งลุกลาม
เมโลนีปฏิเสธ เมโลนีโพสต์วิดีโอตอบโต้เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน เรียกข้อกล่าวหาของทรัมป์ว่า 'แต่งเรื่องขึ้นมาโดยสมบูรณ์' และย้ำว่า 'ฉันและอิตาลีไม่เคยขอร้องใคร' รัฐบาลอิตาลีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยรัฐมนตรีหลายคนออกมาสนับสนุนเธอต่อสาธารณะ
อิตาลียกเลิกการเยือนวอชิงตัน นายอันโตนิโอ ทาจานี (Antonio Tajani) รัฐมนตรีต่างประเทศและรองนายกรัฐมนตรีอิตาลี ยกเลิกการเยือนวอชิงตันตามกำหนดการในวันที่ 21-22 มิถุนายนอย่างกะทันหัน โดยเรียกคำพูดของทรัมป์ว่า 'ร้ายแรงและเป็นการดูหมิ่น' และกล่าวว่าได้ 'ดูหมิ่นชาวอิตาลีทั้งประเทศ' สื่อรายงานว่าการยกเลิกครั้งนี้เป็นการตำหนิทางการทูตอย่างรุนแรงจากพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐฯ
ทรัมป์ย้ำจุดยืน ทรัมป์ยืนยันอีกครั้งว่าเมโลนีเป็นฝ่ายขอถ่ายรูป และในโพสต์ Truth Social เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน เขายังกล่าวหาอิตาลีว่าปฏิเสธไม่ให้สหรัฐฯ ใช้รันเวย์สำหรับปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน
ข้อพิพาทเรื่องงบประมาณกลาโหม NATO เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน มาร์ก รึตเตอ (Mark Rutte) เลขาธิการ NATO แถลงว่าอิตาลียังไม่บรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายด้านกลาโหม ซึ่งรัฐมนตรีกลาโหมอิตาลีได้ออกมาคัดค้านต่อสาธารณะ เพิ่มความตึงเครียดอีกชั้นหนึ่ง
ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2026 — หนึ่งวันก่อนการประชุมสุดยอด NATO ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ในวันที่ 7-8 กรกฎาคม — ทรัมป์โพสต์มีมบน Truth Social เป็นภาพของตัวเองกับเมโลนีพร้อมคำบรรยายว่า 'RESTRAINING ORDER NEEDED' (ต้องมีคำสั่งห้ามเข้าใกล้) สื่อเป็นนัยว่าเธอกำลังตามตื้อเขาอย่างไม่ลดละ ทรัมป์ยังโพสต์ภาพตัดต่อที่เกี่ยวข้องกับบารัค โอบามาและมิเชล โอบามา ควบคู่ไปกับมีมเยาะเย้ยเมโลนีอีกด้วย
Forbes, Irish Times และ NDTV ต่างรายงานว่านี่คือการที่ทรัมป์ 'จุดไฟ' ความบาดหมางขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่ผู้นำทั้งสองกำลังจะพบหน้ากันที่การประชุมสุดยอด
หลักฐานที่มีอยู่บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าความบาดหมางนี้เสี่ยงที่จะกลบประเด็นสำคัญของ NATO:
สื่อหลายสำนักบรรยายถึงความบาดหมางนี้ว่าเป็น 'พายุเพลิงทางการทูต' และ 'วิกฤต' ที่คุกคามที่จะ 'ทำลายพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกก่อนการประชุมสุดยอด NATO ที่สำคัญ' การทำงานตามวาระสำคัญของการประชุมสุดยอดเกี่ยวกับพันธกรณีด้านกลาโหม การขายอาวุธให้ยูเครน และยุทธศาสตร์ต่อรัสเซีย มีแนวโน้มว่าจะถูกบดบังบางส่วนจากดราม่าส่วนตัวระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีอิตาลี
ความบาดหมางนี้มีต้นตอจากความโกรธของทรัมป์ที่เมโลนีไม่สนับสนุนนโยบายอิหร่านของเขา (เม.ย. 2026) จากนั้นก็ปะทุขึ้นในเดือนมิถุนายนเมื่อทรัมป์อ้างว่าเธอ 'ขอร้อง' ให้ถ่ายรูปที่ G7 ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เมโลนีและรัฐบาลอิตาลีปฏิเสธอย่างแข็งขัน การยกเลิกการเยือนสหรัฐฯ ของทาจานีและมีม 'คำสั่งห้ามเข้าใกล้' ของทรัมป์ในคืนก่อนการประชุมสุดยอดที่อังการาได้สร้างวิกฤตทางการทูตที่คุกคามที่จะกลบวาระการประชุม NATO ในเรื่องงบประมาณกลาโหม ข้อตกลงด้านอาวุธ และการสนับสนุนยูเครน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ความขัดแย้ง start จากนโยบายอิหร่านในเม.ย. 2026 และปะทุรุนแรงในมิ.ย.
ความขัดแย้ง start จากนโยบายอิหร่านในเม.ย. 2026 และปะทุรุนแรงในมิ.ย. ทรัมป์โพสต์มีม 'RESTRAINING ORDER NEEDED' บน Truth Social ก่อนการประชุมสุดยอด NATO ที่อังการาไม่ถึง 24 ชั่วโมง สร้างวิกฤตทางการทูตที่บดบังวาระสำคัญด้านงบประมาณกลาโหมและความช่วยเหลือยูเครน