การโจมตีเมื่อวันที่ 1-2 กรกฎาคม เป็นการพลิกกลับรูปแบบที่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2026 อย่างชัดเจน ตามรายงานของสถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (ISW) รัสเซียลดความถี่ของการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธขนาดใหญ่ในเดือนมิถุนายนอย่างมีนัยสำคัญ โดยดำเนินการโจมตีครั้งใหญ่ที่มีอาวุธมากกว่า 300 ชิ้นเพียง 2 ครั้งตลอดทั้งเดือน เทียบกับรูปแบบปกติที่ 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคม
การโจมตีในเดือนกรกฎาคมนี้ถือเป็นการโจมตีเคียฟครั้งเดียวที่ร้ายแรงที่สุดในปี 2026 กองทัพอากาศยูเครนรายงานว่ารัสเซียยิง ขีปนาวุธและโดรนรวม 570 ลูก ในคืนเดียว ซึ่งเป็นปริมาณที่เทียบเท่ากับช่วงที่มีความรุนแรงสูงสุดของปี
| ตัวชี้วัด | ตัวเลข | แหล่งที่มา |
|---|---|---|
| อาวุธโจมตีทางอากาศทั้งหมดที่ยิง | 570 ลูก (โดรน Shahed 496 ลำ, ขีปนาวุธ Iskander 24 ลูก, ขีปนาวุธ Zircon 4 ลูก, และขีปนาวุธร่อนอื่นๆ) | |
| ผู้เสียชีวิตในเคียฟเพียงแห่งเดียว | อย่างน้อย 30 ราย (ยอดสุดท้าย 31 ราย) | |
| ผู้บาดเจ็บในเคียฟเพียงแห่งเดียว | อย่างน้อย 91-102 ราย | |
| อาคารที่เสียหายในเคียฟ | ประมาณ 130 แห่ง รวมถึงอาคารอพาร์ตเมนต์ 20 หลังและสถานพยาบาล | |
| การประกาศวันไว้อาลัย | 3 กรกฎาคม ในเคียฟ | |
| ขีปนาวุธที่เจาะแนวป้องกันทางอากาศได้ | 25 ลูก |
การโจมตีครั้งนี้ใช้อาวุธผสมที่ซับซ้อนจากหลายทิศทาง กองทัพอากาศยูเครนยืนยันว่ารัสเซียใช้ขีปนาวุธ (Iskander), ขีปนาวุธร่อน (Kh-101, Kalibr), ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง Zircon และโดรนโจมตีอีกหลายร้อยลำ ทุกเขตของกรุงเคียฟได้รับความเสียหาย โดยมีรายงานการโจมตีในสถานที่มากกว่า 30 แห่งทั่วเมือง อาคารที่อยู่อาศัยสูง 9 ชั้นพังทลายบางส่วน และสถานีรถพยาบาลถูกโจมตี ทำให้เจ้าหน้าที่การแพทย์เสียชีวิต โปแลนด์ส่งเครื่องบินรบขึ้นสกัดกั้น และฟินแลนด์จำกัดน่านฟ้าเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์
ในวันเดียวกันที่เกิดการโจมตีครั้งใหญ่ที่เคียฟ ยูเครนได้แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการโจมตีทางไกลที่กำลังขยายตัว เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม โดรนของยูเครนโจมตี โรงงานลูกปืนแห่งรัฐเพนซา (State Bearing Plant) ในเมืองเพนซา ประเทศรัสเซีย ซึ่งผลิตชิ้นส่วนสำหรับขีปนาวุธและเครื่องบินทหาร ทำให้เกิดการแจ้งเตือนขีปนาวุธในเมือง
การโจมตีนี้สอดคล้องกับรูปแบบที่ใหญ่ขึ้น การประเมินของ ISW เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนระบุว่ายูเครน ยังคงขยายความรุนแรงและระยะ ของการโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยกลางและพิสัยไกลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการโจมตีพื้นที่กรุงมอสโกเป็นครั้งที่สามภายในหนึ่งสัปดาห์ช่วงปลายเดือนมิถุนายน การรณรงค์โจมตีด้วยโดรนของยูเครนได้มุ่งเป้าไปที่โรงกลั่นน้ำมัน สถานประกอบการอุตสาหกรรมการทหาร และฐานทัพอากาศของรัสเซียที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียหลายร้อยกิโลเมตรอย่างเป็นระบบ โรงงานเพนซาอยู่ห่างจากชายแดนยูเครนกว่า 600 กิโลเมตร ซึ่งเน้นย้ำถึงระยะปฏิบัติการที่เพิ่มขึ้นของยูเครน
ในขณะที่การโจมตีทางอากาศเป็นข่าวใหญ่ กองกำลังรัสเซียยังคงปฏิบัติการรุกในภูมิภาคดอนเนตสก์ โดยยังคงกดดันศูนย์กลางโลจิสติกส์อย่างโปครอฟสก์ เซเลนสกีกล่าวถึงปัญหาการขาดแคลนกำลังพลและกระสุนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่กองกำลังยูเครนต้องเผชิญกับการโจมตีด้วยระเบิดร่อนและจู่โจมทางบกอย่างต่อเนื่องตลอดแนวหน้าอันยาวไกล แหล่งข้อมูลจากต้นเดือนกรกฎาคม 2026 ยืนยันถึงกลยุทธ์โดยรวมของรัสเซียในการโจมตีทางบกแบบขัดสีในภาคตะวันออก แม้ว่ารายงานประจำวันโดยละเอียดสำหรับช่วงเวลานั้นยังคงออกมาไม่ครบถ้วน
ผลการค้นหาไม่มีรายงานที่เจาะจงเกี่ยวกับแรงกดดันในภาคการเกษตรในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม 2026 อย่างไรก็ตาม รูปแบบกว้างๆ — การโจมตีของรัสเซียที่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านธัญพืช ทุ่งนาที่ถูกวางทุ่นระเบิด และเส้นทางส่งออกที่ถูกคุกคาม — เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดสงคราม แต่ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอในแหล่งข้อมูลปัจจุบันที่จะลงรายละเอียดถึงสถานการณ์ใหม่ในสัปดาห์นี้โดยเฉพาะ
สัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม 2026 รัสเซียยุติช่วงพักในเดือนมิถุนายนจากการโจมตีทางอากาศขนาดใหญ่ ด้วยการโจมตีเคียฟครั้งใหญ่ที่สุดของปี โดยใช้ขีปนาวุธและโดรน 570 ลูก สังหารประชาชนอย่างน้อย 31 ราย เซเลนสกีประกาศตอบโต้ ในวันเดียวกัน ยูเครนแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการโจมตีทางไกลที่ขยายตัว โดยโจมตีโรงงานผลิตชิ้นส่วนขีปนาวุธในเมืองเพนซา ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนกว่า 600 กิโลเมตร
การโจมตีเมื่อวันที่ 1-2 กรกฎาคม เป็นการพลิกกลับรูปแบบที่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2026 อย่างชัดเจน ตามรายงานของสถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (ISW) รัสเซียลดความถี่ของการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธขนาดใหญ่ในเดือนมิถุนายนอย่างมีนัยสำคัญ โดยดำเนินการโจมตีครั้งใหญ่ที่มีอาวุธมากกว่า 300 ชิ้นเพียง 2 ครั้งตลอดทั้งเดือน เทียบกับรูปแบบปกติที่ 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคม
การโจมตีในเดือนกรกฎาคมนี้ถือเป็นการโจมตีเคียฟครั้งเดียวที่ร้ายแรงที่สุดในปี 2026 กองทัพอากาศยูเครนรายงานว่ารัสเซียยิง ขีปนาวุธและโดรนรวม 570 ลูก ในคืนเดียว ซึ่งเป็นปริมาณที่เทียบเท่ากับช่วงที่มีความรุนแรงสูงสุดของปี
| ตัวชี้วัด | ตัวเลข | แหล่งที่มา |
|---|---|---|
| อาวุธโจมตีทางอากาศทั้งหมดที่ยิง | 570 ลูก (โดรน Shahed 496 ลำ, ขีปนาวุธ Iskander 24 ลูก, ขีปนาวุธ Zircon 4 ลูก, และขีปนาวุธร่อนอื่นๆ) | |
| ผู้เสียชีวิตในเคียฟเพียงแห่งเดียว | อย่างน้อย 30 ราย (ยอดสุดท้าย 31 ราย) | |
| ผู้บาดเจ็บในเคียฟเพียงแห่งเดียว | อย่างน้อย 91-102 ราย | |
| อาคารที่เสียหายในเคียฟ | ประมาณ 130 แห่ง รวมถึงอาคารอพาร์ตเมนต์ 20 หลังและสถานพยาบาล | |
| การประกาศวันไว้อาลัย | 3 กรกฎาคม ในเคียฟ | |
| ขีปนาวุธที่เจาะแนวป้องกันทางอากาศได้ | 25 ลูก |
การโจมตีครั้งนี้ใช้อาวุธผสมที่ซับซ้อนจากหลายทิศทาง กองทัพอากาศยูเครนยืนยันว่ารัสเซียใช้ขีปนาวุธ (Iskander), ขีปนาวุธร่อน (Kh-101, Kalibr), ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง Zircon และโดรนโจมตีอีกหลายร้อยลำ ทุกเขตของกรุงเคียฟได้รับความเสียหาย โดยมีรายงานการโจมตีในสถานที่มากกว่า 30 แห่งทั่วเมือง อาคารที่อยู่อาศัยสูง 9 ชั้นพังทลายบางส่วน และสถานีรถพยาบาลถูกโจมตี ทำให้เจ้าหน้าที่การแพทย์เสียชีวิต โปแลนด์ส่งเครื่องบินรบขึ้นสกัดกั้น และฟินแลนด์จำกัดน่านฟ้าเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์
ในวันเดียวกันที่เกิดการโจมตีครั้งใหญ่ที่เคียฟ ยูเครนได้แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการโจมตีทางไกลที่กำลังขยายตัว เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม โดรนของยูเครนโจมตี โรงงานลูกปืนแห่งรัฐเพนซา (State Bearing Plant) ในเมืองเพนซา ประเทศรัสเซีย ซึ่งผลิตชิ้นส่วนสำหรับขีปนาวุธและเครื่องบินทหาร ทำให้เกิดการแจ้งเตือนขีปนาวุธในเมือง
การโจมตีนี้สอดคล้องกับรูปแบบที่ใหญ่ขึ้น การประเมินของ ISW เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนระบุว่ายูเครน ยังคงขยายความรุนแรงและระยะ ของการโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยกลางและพิสัยไกลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการโจมตีพื้นที่กรุงมอสโกเป็นครั้งที่สามภายในหนึ่งสัปดาห์ช่วงปลายเดือนมิถุนายน การรณรงค์โจมตีด้วยโดรนของยูเครนได้มุ่งเป้าไปที่โรงกลั่นน้ำมัน สถานประกอบการอุตสาหกรรมการทหาร และฐานทัพอากาศของรัสเซียที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียหลายร้อยกิโลเมตรอย่างเป็นระบบ โรงงานเพนซาอยู่ห่างจากชายแดนยูเครนกว่า 600 กิโลเมตร ซึ่งเน้นย้ำถึงระยะปฏิบัติการที่เพิ่มขึ้นของยูเครน
ในขณะที่การโจมตีทางอากาศเป็นข่าวใหญ่ กองกำลังรัสเซียยังคงปฏิบัติการรุกในภูมิภาคดอนเนตสก์ โดยยังคงกดดันศูนย์กลางโลจิสติกส์อย่างโปครอฟสก์ เซเลนสกีกล่าวถึงปัญหาการขาดแคลนกำลังพลและกระสุนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่กองกำลังยูเครนต้องเผชิญกับการโจมตีด้วยระเบิดร่อนและจู่โจมทางบกอย่างต่อเนื่องตลอดแนวหน้าอันยาวไกล แหล่งข้อมูลจากต้นเดือนกรกฎาคม 2026 ยืนยันถึงกลยุทธ์โดยรวมของรัสเซียในการโจมตีทางบกแบบขัดสีในภาคตะวันออก แม้ว่ารายงานประจำวันโดยละเอียดสำหรับช่วงเวลานั้นยังคงออกมาไม่ครบถ้วน
ผลการค้นหาไม่มีรายงานที่เจาะจงเกี่ยวกับแรงกดดันในภาคการเกษตรในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม 2026 อย่างไรก็ตาม รูปแบบกว้างๆ — การโจมตีของรัสเซียที่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านธัญพืช ทุ่งนาที่ถูกวางทุ่นระเบิด และเส้นทางส่งออกที่ถูกคุกคาม — เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดสงคราม แต่ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอในแหล่งข้อมูลปัจจุบันที่จะลงรายละเอียดถึงสถานการณ์ใหม่ในสัปดาห์นี้โดยเฉพาะ
สัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม 2026 รัสเซียยุติช่วงพักในเดือนมิถุนายนจากการโจมตีทางอากาศขนาดใหญ่ ด้วยการโจมตีเคียฟครั้งใหญ่ที่สุดของปี โดยใช้ขีปนาวุธและโดรน 570 ลูก สังหารประชาชนอย่างน้อย 31 ราย เซเลนสกีประกาศตอบโต้ ในวันเดียวกัน ยูเครนแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการโจมตีทางไกลที่ขยายตัว โดยโจมตีโรงงานผลิตชิ้นส่วนขีปนาวุธในเมืองเพนซา ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนกว่า 600 กิโลเมตร