เจ.ดี. แวนซ์กล่าวว่า ปฏิบัติการรุกของรัสเซียกำลังสร้างผลลัพธ์ในสนามรบได้น้อยมาก และศักยภาพการรุกกำลัง “เข้าใกล้ศูนย์” [3][4][10] ข้อมูลของ Institute for the Study of War (ISW) ระบุว่า การยึดพื้นที่ของรัสเซียชะลอตัวลงอย่างมาก โดยปี 2026 รัสเซียยึดหรือแทรกซึมพื้นที่ได้เพียงราว 40.64 ตารางกิโลเมตรในเดือนพฤษภาคม [12][21...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact check with cited sources for What did Vice President JD Vance say in a July 2026 interview about Russia's offensive capability. Article summary: Here is a complete, sourced breakdown of Vice President JD Vance's July 2026 remarks, the supporting data, and the surrounding context.. Topic tags: general web, workflow, marketing, manufacturing, data. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts.
คำกล่าวของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจ.ดี. แวนซ์ที่ว่า ศักยภาพการรุกของรัสเซียในยูเครนกำลัง “เข้าใกล้ศูนย์” มีหลักฐานหลายชุดสนับสนุน โดยเฉพาะตัวเลขการยึดพื้นที่ที่ลดลงและความสูญเสียของกองทัพรัสเซียที่เพิ่มขึ้น
แต่คำพูดนี้ต้องอ่านอย่างมีเงื่อนไข: แวนซ์กำลังพูดถึง ความสามารถในการรบภาคพื้นดินและการยึดครองพื้นที่ ไม่ได้หมายความว่ารัสเซียหมดความสามารถในการยิงขีปนาวุธหรือส่งโดรนโจมตีเมืองของยูเครน
ในการให้สัมภาษณ์กับ The Sunday Times ซึ่งมีรายงานเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2026 แวนซ์กล่าวว่า ปฏิบัติการรุกของรัสเซียกำลัง “แทบไม่ก่อให้เกิดอะไรในสนามรบ” และผลลัพธ์ที่รัสเซียได้รับจากการรุกอย่างต่อเนื่องกำลัง “เล็กน้อยจนแทบเป็นศูนย์” RBA
ประเด็นสำคัญจากคำกล่าวที่มีการรายงาน ได้แก่
แวนซ์ยังให้เหตุผลว่า ในสงครามที่โดรนและเทคโนโลยีเฝ้าตรวจการณ์แพร่หลาย การที่ยูเครนรักษาแนวป้องกันและค่อย ๆ ทำให้กองกำลังรัสเซียอ่อนล้า อาจสมเหตุสมผลกว่าการเปิดฉากรุกขนาดใหญ่ของตนเอง P
ขณะนี้ยังไม่มีการเผยแพร่บทถอดความภาษาอังกฤษแบบเต็มคำต่อสาธารณะผ่านสำนักข่าวตะวันตก แหล่งข่าวที่รายงานถ้อยคำดังกล่าวมาจากสื่อยูเครน ซึ่งอ้างรายงานของ European Pravda เกี่ยวกับบทสัมภาษณ์ของ The Sunday Times P
ดังนั้น ถ้อยคำภาษาอังกฤษที่เผยแพร่อาจเป็นการแปลหรือการเรียบเรียงให้กระชับ แต่สาระสำคัญสอดคล้องกันในหลายรายงาน นั่นคือ รัสเซียกำลังได้ผลจากการรุกภาคพื้นดินน้อยลงอย่างมาก ขณะที่ยูเครนยังรักษาแนวรับได้
Institute for the Study of War หรือ ISW เป็นสถาบันวิเคราะห์ความขัดแย้งในกรุงวอชิงตันที่ใช้ข้อมูลเปิดและภาพตำแหน่งทางภูมิศาสตร์เพื่อประเมินการควบคุมพื้นที่ ตัวเลขของ ISW ชี้ให้เห็นภาพการรุกของรัสเซียที่ชะลอตัวลงอย่างเด่นชัด
ตามข้อมูลที่ Al Jazeera อ้างจาก ISW กองทัพรัสเซียยึดพื้นที่ในยูเครนได้ประมาณ 2,190 ตารางกิโลเมตรตลอดช่วงหกเดือนแรกของปี 2025 แต่ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2026 ยึดได้เพียงประมาณ 622 ตารางกิโลเมตร A
ในภาพรวมที่กว้างขึ้น รัสเซียยึดพื้นที่ได้ 2,190 ตารางกิโลเมตรตลอดปี 2025 แต่ปี 2026 ยึดได้เพียง 573 ตารางกิโลเมตรตามข้อมูลอีกชุดที่ถูกรายงานไว้ โดยส่วนสำคัญของพื้นที่ดังกล่าวเกิดขึ้นในเดือนมกราคม R
อัตราการรุกจึงลดจากประมาณ 16.6 ตารางกิโลเมตรต่อวันในช่วงหกเดือนแรกของปี 2025 เหลือราว 1.03 ตารางกิโลเมตรต่อวันในปี 2026 ตามการคำนวณที่ Al Jazeera รายงาน A
ISW ประเมินว่า กองกำลังรัสเซียยึดพื้นที่หรือแทรกซึมเข้าไปได้เพียง 40.64 ตารางกิโลเมตรในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างมาก UU
การประเมินของ ISW ยังระบุว่า ในช่วงเดือนธันวาคม 2025 ถึงพฤษภาคม 2026 รัสเซียยึดหรือแทรกซึมพื้นที่ได้ประมาณ 40.64 ตารางกิโลเมตร แต่สูญเสียการควบคุมพื้นที่ราว 281.1 ตารางกิโลเมตร เมื่อพิจารณาเฉพาะพื้นที่ที่รัสเซียเคยควบคุม U
แหล่งข่าวยูเครนที่ ISW นำมาประกอบรายงานระบุว่า ยูเครนสามารถฟื้นการควบคุมพื้นที่ได้มากกว่าพื้นที่ที่รัสเซียยึดได้ในเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ดี ISW เตือนว่าตัวเลขจากแต่ละฝ่ายใช้วิธีคำนวณต่างกัน จึงไม่ควรนำมาเปรียบเทียบโดยไม่ดูระเบียบวิธี UA
ในเดือนเมษายน 2026 รัสเซียประสบภาวะสูญเสียพื้นที่สุทธิเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การรุกของยูเครนในแคว้นเคิร์สก์เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 AA
ISW ยังระบุว่า อัตราการรุกของรัสเซียลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 และไม่สามารถผลักดันกลับการตีโต้ของยูเครนในบางแนวรบได้ C
ด้วยเหตุนี้ ISW จึงไม่สามารถคาดการณ์ได้อีกต่อไปว่ารัสเซียจะยึดเมืองโดเนตสก์และแนวป้อมปราการสำคัญในพื้นที่ได้เมื่อใด เพราะเริ่มไม่ชัดเจนว่ารัสเซียยังมีศักยภาพเพียงพอที่จะยึดพื้นที่ดังกล่าวได้หรือไม่ U
ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2026 Al Jazeera รายงานว่า การรุกของรัสเซียในยูเครนกำลังชะลอตัวอย่างหนัก ขณะที่ความกังวลในรัสเซียเพิ่มขึ้น โดยอ้างข้อมูล ISW และการประเมินความสูญเสียของกองทัพรัสเซีย A
ประเด็นสำคัญของรายงานคือ
ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากสงครามเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบได้ยากและอาจแตกต่างกันตามวิธีประเมิน แต่ภาพรวมที่แหล่งข่าวนำเสนอมีทิศทางเดียวกัน: รัสเซียใช้กำลังและสูญเสียจำนวนมากเพื่อแลกกับการรุกคืบทางพื้นที่ที่จำกัด
พลเอกโอเล็กซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ TSN เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 โดยระบุว่า ยูเครนกำลังเตรียมรับความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะเปิดการโจมตีจากทางเหนือ T
อย่างไรก็ตาม ซีร์สกีประเมินว่า การพยายามรุกเข้าหากรุงเคียฟไม่น่าเป็นไปได้ และการโจมตีจากดินแดนเบลารุสก็ไม่น่าเกิดขึ้น แม้ยูเครนจะกล่าวหารัสเซียมาหลายสัปดาห์ว่าพยายามผลักดันให้เบลารุสมีบทบาทมากขึ้นในสงคราม T
ท่าทีดังกล่าวสอดคล้องกับการประเมินของแวนซ์ในแง่ที่ว่า รัสเซียยังสามารถวางแผนหรือเตรียมปฏิบัติการใหม่ได้ แต่ความสามารถในการเปิดการรุกขนาดใหญ่และบรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์นั้นถูกจำกัดมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ ซีร์สกีระบุว่า การรุกครั้งใหญ่ของรัสเซียระหว่างวันที่ 17–20 มีนาคม 2026 ล้มเหลวและสร้างความสูญเสียอย่างรุนแรง โดยมีกำลังพลจำนวนมากถูกส่งเข้าโจมตีโดยแทบไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ A
เขายังเคยระบุด้วยว่า จำนวนทหารรัสเซียที่สูญเสียอาจสูงกว่าจำนวนทหารใหม่ที่รับเข้ามา ทำให้การรักษาปฏิบัติการรุกอย่างต่อเนื่องทำได้ยากขึ้น A
ISW ประเมินว่า ยูเครนมีความได้เปรียบด้านโดรนในสนามรบ และความได้เปรียบนี้น่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การรุกของรัสเซียชะงัก รวมถึงเปิดทางให้ยูเครนตีโต้ในบางพื้นที่ U
ยูเครนเพิ่มการผลิตโดรนภายในประเทศและขยายขีดความสามารถในการโจมตีระยะกลาง โดยมุ่งเป้าไปที่เส้นทางลำเลียงยุทโธปกรณ์ ศูนย์ส่งกำลังบำรุง อุปกรณ์ทางทหาร และกำลังพลของรัสเซีย การโจมตีลักษณะนี้ทำให้รัสเซียส่งกำลังบำรุงไปยังแนวหน้าได้ยากขึ้น และลดประสิทธิภาพของการรุกภาคพื้นดิน
เพียงสามวันก่อนบทสัมภาษณ์ของแวนซ์ถูกเผยแพร่ รัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟครั้งใหญ่ในช่วงเช้ามืดวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 โดยใช้โดรนหลายร้อยลำและขีปนาวุธหลายสิบลูก R
ตามรายงานของ Reuters มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย บาดเจ็บอีกหลายสิบคน และอาคารประมาณ 130 แห่งได้รับความเสียหาย R รัสเซียระบุว่าเป็น “การโจมตีตอบโต้ครั้งใหญ่” ขณะที่โฆษกเครมลิน ดมิทรี เปสคอฟ กล่าวว่า รัสเซียจะ “เพิ่มแรงกดดันต่อไป” R
เหตุการณ์นี้ไม่ได้หักล้างคำประเมินของแวนซ์โดยตรง เพราะเป็นการแสดงให้เห็นความสามารถคนละด้านกัน
กล่าวอีกอย่างคือ รัสเซียอาจกำลังสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนกำลังเข้ายึดพื้นที่จำนวนมาก แต่ยังคงมีศักยภาพในการสร้างความเสียหายและทำให้พลเรือนเสียชีวิตผ่านการโจมตีทางอากาศ
คำกล่าวของแวนซ์เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการใช้ทั้งแรงกดดันทางทหารและข้อเสนอด้านการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร เพื่อผลักดันให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินเข้าสู่การเจรจา RW
ก่อนหน้านี้ แวนซ์เคยเตือนว่ารัสเซียต้อง “ตื่นขึ้นและยอมรับความเป็นจริง” และกล่าวว่ารัสเซียได้ยอมถอยในประเด็นสำคัญบางส่วนระหว่างการเจรจา WA การประเมินในเดือนกรกฎาคมที่มองว่ายูเครนกำลังยืนหยัดได้ดีขึ้น จึงถือเป็นท่าทีที่มองสถานการณ์ในสนามรบเป็นบวกกว่าคำกล่าวก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ กำลังพิจารณาคำขอของยูเครนเกี่ยวกับขีปนาวุธพิสัยไกล Tomahawk และชาติยุโรปก็เพิ่มความช่วยเหลือทางทหารให้ยูเครน A การที่แวนซ์ชี้ว่าการตั้งรับของยูเครนกำลังได้ผล อาจถูกใช้สนับสนุนเหตุผลว่าความช่วยเหลือจากตะวันตกกำลังสร้างผลลัพธ์ หรืออาจเป็นส่วนหนึ่งของการปูทางสู่การเจรจา โดยเน้นว่ารัสเซียไม่สามารถชนะได้ง่าย ๆ ด้วยการรบในสนามรบ
หลักฐานจาก ISW รายงานของ Al Jazeera และการประเมินของซีร์สกีสนับสนุนคำกล่าวของแวนซ์ในประเด็นสำคัญ นั่นคือ การรุกภาคพื้นดินของรัสเซียกำลังให้ผลตอบแทนลดลงอย่างมาก รัสเซียยึดพื้นที่ได้น้อยลง ขณะที่ความสูญเสียยังอยู่ในระดับสูง และยูเครนสามารถหยุดยั้งหรือผลักดันกลับได้ในบางแนวรบ
แต่การบอกว่า “ศักยภาพการรุกใกล้เป็นศูนย์” ไม่ควรถูกตีความว่า รัสเซียหมดอำนาจทางทหารโดยสิ้นเชิง การโจมตีกรุงเคียฟเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมแสดงให้เห็นว่า รัสเซียยังคงสามารถยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายในเมืองได้อย่างรุนแรง
ข้อสรุปที่แม่นยำกว่าคือ: รัสเซียกำลังประสบปัญหาอย่างหนักในการรุกภาคพื้นดินและยึดพื้นที่ใหม่ แต่ยังคงมีศักยภาพสูงในการโจมตีระยะไกลและสร้างความเสียหายต่อยูเครน
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เจ.ดี. แวนซ์กล่าวว่า ปฏิบัติการรุกของรัสเซียกำลังสร้างผลลัพธ์ในสนามรบได้น้อยมาก และศักยภาพการรุกกำลัง “เข้าใกล้ศูนย์” [3][4][10]
เจ.ดี. แวนซ์กล่าวว่า ปฏิบัติการรุกของรัสเซียกำลังสร้างผลลัพธ์ในสนามรบได้น้อยมาก และศักยภาพการรุกกำลัง “เข้าใกล้ศูนย์” [3][4][10] ข้อมูลของ Institute for the Study of War (ISW) ระบุว่า การยึดพื้นที่ของรัสเซียชะลอตัวลงอย่างมาก โดยปี 2026 รัสเซียยึดหรือแทรกซึมพื้นที่ได้เพียงราว 40.64 ตารางกิโลเมตรในเดือนพฤษภาคม [12][21]
Al Jazeera รายงานว่า รัสเซียสูญเสียกำลังพลเสียชีวิตราว 40,000 นายในเดือนมิถุนายน 2026 ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมอาจอยู่ที่ประมาณ 80,000 นาย [10]