รัสเซียเดินหน้าสร้าง ‘เขตกันชน’ (security zone) ตามแนวชายแดนยูเครนอย่างเป็นระบบ โดยปูตินสั่งขยายพื้นที่ในซูมีและคาร์คิฟต่อเนื่องในปี 2026 ขณะที่ลาฟรอฟระบุเป้าหมายสูงสุดครอบคลุมถึงคาร์คิฟ ดนิโปรเปตรอฟสค์ มือโกเลียฟ และ... ฝั่งตรงข้าม โปแลนด์เปิดโครงการ ‘Eastern Shield’ (Tarcza Wschód) มูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ สร้างแ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What are the current developments in the Kremlin's systematic creation of a buffer zone along Ukr. Article summary: ## Kremlin's "Buffer Zone" along Ukraine's Border. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 เครมลินได้ประกาศนโยบายสร้าง ‘เขตกันชน’ หรือ ‘เขตความปลอดภัย’ ตามแนวชายแดนยูเครนอย่างเป็นทางการ และไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายชั่วคราวเท่านั้น ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน สั่งขยายเขตดังกล่าวเข้าสู่ปี 2026 โดยกำหนดเป้าหมายไปยังแคว้นซูมีและคาร์คิฟ ขณะที่เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ประกาศเป้าหมายสูงสุดที่รวมถึงแคว้นคาร์คิฟ ดนิโปรเปตรอฟสค์ มือโกเลียฟ และโอเดสซาทั้งหมด
ในทางตรงกันข้าม โปแลนด์ได้เปิดตัวโครงการ ‘Eastern Shield’ (Tarcza Wschód) ซึ่งเป็นแนวป้องกันชายแดนมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ความยาว 800 กิโลเมตร ตลอดแนวพรมแดนด้านตะวันออกติดกับเบลารุสและเขตคาลินินกราดของรัสเซีย โครงการนี้ถือเป็นโครงการเสริมกำลังชายแดนครั้งใหญ่ที่สุดของโปแลนด์นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 บทความนี้จะตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทั้งสองฝ่ายในสมรภูมิความมั่นคงของยุโรปตะวันออก โดยอ้างอิงจากรายงานของรอยเตอร์ สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (ISW) และแหล่งข้อมูลจากรัฐบาล
ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เปิดเผยต่อสาธารณะในเดือนพฤษภาคม 2025 ว่ากองกำลังรัสเซียได้เริ่มสร้างเขตกันชนตามแนวชายแดนยูเครน โดยระบุว่า “งานกำลังดำเนินอยู่” มิทรี เพสคอฟ โฆษกเครมลิน กล่าวในเดือนกรกฎาคม 2026 ว่าเขตนี้กำลังถูกสร้างขึ้น “อย่างเป็นระบบ” ตามที่จำเป็นเพื่อความมั่นคงของรัสเซีย
ขยายสู่ปี 2026: ในปลายเดือนธันวาคม 2025 ปูตินสั่งการโดยตรงให้ขยายเขตกันชนในแคว้นซูมีและคาร์คิฟของยูเครนตลอดปี 2026 พลเอกวาเลรี เกราซีมอฟ เสนาธิการกองทัพรัสเซีย ยืนยันคำสั่งดังกล่าว โดยระบุว่ากองกำลังรัสเซียจะเดินหน้ารุกคืบในแคว้นทางตะวันออกเฉียงเหนือเหล่านี้เพื่อปกป้องแคว้นเคิร์สก์และเบลโกรอดของรัสเซียจากการโจมตีข้ามพรมแดนของยูเครน
ยูเครนประณามแนวคิดนี้ว่าเป็นการยึดครองดินแดนโดยมิชอบ
สถานการณ์ปัจจุบัน: ณ เดือนเมษายน 2026 กองกำลังรัสเซียยึดพื้นที่ 1,700 ตารางกิโลเมตรของยูเครนได้ในปี 2026 เพียงปีเดียว โดยมีการรุกคืบในซูมี คาร์คิฟ และดอนบาสอย่างต่อเนื่อง สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (ISW) ประเมินว่ารัสเซียกำลังดำเนิน ‘สงครามด้านการรับรู้’ (cognitive warfare campaign) ควบคู่กันไป โดยใช้การโจมตีข้ามพรมแดนแบบจำกัดในแนวหน้าตอนเหนือที่เคยสงบนิ่ง เพื่อสร้างความเชื่อให้ชาติตะวันตกว่ายูเครนไม่สามารถยืนหยัดได้
เป้าหมายของรัสเซียขยายออกไปไกลกว่าแค่แนวกันชนแคบๆ:
แคว้นคาร์คิฟและซูมี: การผลักดันเขตกันชนมีเป้าหมายเพื่อสร้างความลึกที่จำเป็นในการปกป้องชายแดนรัสเซีย โดยเกราซีมอฟระบุชื่อทั้งสองแคว้นนี้เป็นเป้าหมายปฏิบัติการโดยตรง เจ้าหน้าที่ยูเครนรายงานว่าเป้าหมายทางทหารของรัสเซียในปี 2026 รวมถึงการสร้างเขตกันชนตลอดแนวชายแดนด้านเหนือของยูเครนผ่านคาร์คิฟ ซูมี และเชอร์นิฮิฟ
แคว้นดนิโปรเปตรอฟสค์: กองกำลังรัสเซียยึดหมู่บ้านแรกในแคว้นดนิโปรเปตรอฟสค์ได้ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2025 นับเป็นครั้งแรกที่การสู้รบภาคพื้นดินมาถึงภูมิภาคนี้นับตั้งแต่เริ่มการรุกรานเต็มรูปแบบ ณ กลางปี 2026 รัสเซียกำลังเพิ่มความพยายามตามแนวชายแดนระหว่างดนิโปรเปตรอฟสค์-ซาปอริซเชีย
เป้าหมายสูงสุดที่กว้างกว่า: ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ระบุในเดือนมกราคม 2026 ว่าเป้าหมายของรัสเซียรวมถึงแคว้นคาร์คิฟ ดนิโปรเปตรอฟสค์ มือโกเลียฟ และโอเดสซาทั้งหมด ซึ่งเป็นดินแดนที่อยู่นอกเหนือกรอบการเจรจาสันติภาพในปัจจุบัน เครมลินยังเรียกร้องให้ยูเครนถอนกำลังออกจากแคว้นโดเนตสค์และลูฮันสค์ทั้งหมดเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นในการเจรจา
ข้อแตกต่างสำคัญ: ‘เขตกันชน’ เป็นเหตุผลทางยุทธวิธีระยะใกล้ แต่คำแถลงของลาฟรอฟและการประเมินของ ISW ชี้ให้เห็นว่าความทะเยอทะยานสูงสุดของรัสเซียนั้นกว้างขวางกว่ามาก โดยมีเป้าหมายยึดครองยูเครนตะวันออกและใต้ทั้งหมด
โล่อีสเทิร์นชิลด์ (Tarcza Wschód) ของโปแลนด์: เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2024 โดยนายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสก์ ถือเป็นโครงการป้องกันชายแดนครั้งใหญ่ที่สุดของโปแลนด์นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีงบประมาณกว่า 1 หมื่นล้านซวอตี (ประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีเป้าหมายแล้วเสร็จในปี 2028
แนวป้องกันบอลติกที่กว้างขึ้น: เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนียร่วมกันประกาศ ‘Baltic Defense Line’ (BDL) ในเดือนมกราคม 2024 โดยสร้างเครือข่ายแนวกั้นรถถัง สนามเพลาะ และป้อมปราการตามแนวชายแดนติดรัสเซียและเบลารุส ซึ่งช่วยเสริมกับโล่อีสเทิร์นชิลด์ของโปแลนด์ให้เกิดเป็นแนวป้องกันต่อเนื่องตลอดแนวปีกตะวันออกเฉียงเหนือของนาโต้
ท่าทีโดยรวมของนาโต้: นาโต้ได้รักษากองพันที่เพิ่มพูนความพร้อมรบขั้นสูง (enhanced forward presence) ที่ปีกตะวันออกตั้งแต่ปี 2017 และพันธมิตรได้เพิ่มการสับเปลี่ยนกำลังพล การลาดตระเวนทางอากาศ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองต่อสงครามในยูเครน
การประเมินทางยุทธวิธี: ทั้งโล่อีสเทิร์นชิลด์และ BDL เป็นการตอบสนองเชิงยับยั้งอย่างชัดเจนต่อการรุกรานยูเครนของรัสเซีย ออกแบบมาเพื่อถ่วงเวลาให้กำลังเสริมของนาโต้มาถึงในยามวิกฤต มากกว่าจะเป็นกำแพงที่ทะลุผ่านไม่ได้ด้วยตัวเอง
กลยุทธ์ ‘เขตกันชน’ ของรัสเซียกำลังเปลี่ยนจากแนวคิดป้องกันระยะสั้นไปสู่การผนวกดินแดนขนาดใหญ่ ในขณะที่นาโต้นำโดยโปแลนด์ตอบโต้ด้วยโครงการเสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเย็น สถานการณ์นี้ตอกย้ำว่ายุโรปตะวันออกกำลังเข้าสู่ยุคแห่งการเผชิญหน้าด้านความมั่นคงที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
รัสเซียเดินหน้าสร้าง ‘เขตกันชน’ (security zone) ตามแนวชายแดนยูเครนอย่างเป็นระบบ โดยปูตินสั่งขยายพื้นที่ในซูมีและคาร์คิฟต่อเนื่องในปี 2026 ขณะที่ลาฟรอฟระบุเป้าหมายสูงสุดครอบคลุมถึงคาร์คิฟ ดนิโปรเปตรอฟสค์ มือโกเลียฟ และ...
รัสเซียเดินหน้าสร้าง ‘เขตกันชน’ (security zone) ตามแนวชายแดนยูเครนอย่างเป็นระบบ โดยปูตินสั่งขยายพื้นที่ในซูมีและคาร์คิฟต่อเนื่องในปี 2026 ขณะที่ลาฟรอฟระบุเป้าหมายสูงสุดครอบคลุมถึงคาร์คิฟ ดนิโปรเปตรอฟสค์ มือโกเลียฟ และ... ฝั่งตรงข้าม โปแลนด์เปิดโครงการ ‘Eastern Shield’ (Tarcza Wschód) มูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ สร้างแนวป้องกันตลอดแนวชายแดน 800 กม.
สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (ISW) ระบุว่ารัสเซียกำลังทำ ‘สงคราม cognitive warfare’ โดยใช้การโจมตีข้ามพรมแดนแบบจำกัดเพื่อสร้างภาพว่ายูเครนไม่อาจต้านทานได้ ส่วนพันธมิตรนาโต้ลงทุนเสริมกำลัง ‘Suwałki Gap’ จุดอ่อนสำคัญทางยุท...