งานวิจัยชิ้นแรกของโลกจาก KAIST เผย AI Agent ใช้พลังงานเฉลี่ย 348.41 วัตต์ ชั่วโมง (Wh) ต่อหนึ่งคำถาม เทียบกับ Chatbot ทั่วไปที่ใช้เพียง 2.55 Wh หรือมากกว่าถึง 136 137 เท่า [4][7][10][15] สาเหตุหลักคือ AI Agent ต้องวางแผน ค้นหา และเรียกใช้เครื่องมือต่างๆ โดยอัตโนมัติ ทำให้ต้องเรียกใช้ LLM เฉลี่ย 9.2 เท่า และมีระยะเวล...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What did the KAIST study find about the energy consumption of AI agents compared to traditional c. Article summary: Here is what the KAIST study (led by Professor Yoo Min-soo of the School of Electrical and Electronic Engineering) found, based on reports released on July 5, 2026. This is described as the world's first systematic quant. Topic tags: general, academic, general web, education, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, water
สมาร์ทโฟนของคุณอาจจะเร็วขึ้น แต่เบื้องหลังมีราคาที่ต้องจ่าย—และราคานั้นคือค่าไฟฟ้าที่มหาศาล
งานวิจัยชิ้นแรกของโลกจาก สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูงแห่งเกาหลี (KAIST) โดยทีมของ ศาสตราจารย์ยู มิน-ซู (Yoo Min-soo) จากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เผยแพร่เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2026 ว่าด้วยการใช้พลังงานของ AI Agent เมื่อเทียบกับ Chatbot แบบดั้งเดิม
ทีมวิจัยวัดการใช้ทรัพยากรของ AI Agent ที่มีอยู่จริง และพบความแตกต่างอย่างมหาศาล:
นี่คือความแตกต่างที่มากถึงประมาณ 136.5 ถึง 137 เท่า
สาเหตุไม่ได้อยู่ที่ AI Agent "ฉลาดน้อยกว่า" แต่อยู่ที่วิธีการทำงานที่ต่างกัน:
งานวิจัยพบว่า AI Agent เรียกใช้ LLM มากกว่าเฉลี่ย 9.2 เท่า เมื่อเทียบกับ Chatbot ทั่วไป และระยะเวลารอคอย (Latency) ก็เพิ่มขึ้น สูงสุดถึง 153.7 เท่า
จุดที่น่าสนใจคือ การทำงานแบบหลายขั้นตอนของ AI Agent ทำให้ GPU ต้องหยุดรอคอยข้อมูลหรือผลลัพธ์จากขั้นตอนก่อนหน้าเป็นเวลานาน ทำให้ GPU มีช่วงเวลาว่างงาน (Idle Time) สูงถึง 54.5% ของเวลาทำงานทั้งหมด สะท้อนถึงความไม่มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรฮาร์ดแวร์ขั้นสูง
ทีมวิจัยได้จำลองสถานการณ์ หากมีการใช้งาน AI Agent อย่างแพร่หลายถึง 1.37 หมื่นล้านครั้งต่อวัน ความต้องการไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์อาจพุ่งสูงถึง 198.9 กิกะวัตต์ (GW) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเกินกว่าโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ AI ระดับหลาย GW ที่หลายประเทศกำลังผลักดัน และคิดเป็น ประมาณครึ่งหนึ่งของความต้องการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา
งานวิจัยนี้ไม่ได้บอกว่า AI Agent ไม่ดี แต่เป็นสัญญาณเตือนว่า หากเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้ในวงกว้างโดยไม่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จะสร้างภาระมหาศาลต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าและสิ่งแวดล้อม
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
งานวิจัยชิ้นแรกของโลกจาก KAIST เผย AI Agent ใช้พลังงานเฉลี่ย 348.41 วัตต์ ชั่วโมง (Wh) ต่อหนึ่งคำถาม เทียบกับ Chatbot ทั่วไปที่ใช้เพียง 2.55 Wh หรือมากกว่าถึง 136 137 เท่า [4][7][10][15]
งานวิจัยชิ้นแรกของโลกจาก KAIST เผย AI Agent ใช้พลังงานเฉลี่ย 348.41 วัตต์ ชั่วโมง (Wh) ต่อหนึ่งคำถาม เทียบกับ Chatbot ทั่วไปที่ใช้เพียง 2.55 Wh หรือมากกว่าถึง 136 137 เท่า [4][7][10][15] สาเหตุหลักคือ AI Agent ต้องวางแผน ค้นหา และเรียกใช้เครื่องมือต่างๆ โดยอัตโนมัติ ทำให้ต้องเรียกใช้ LLM เฉลี่ย 9.2 เท่า และมีระยะเวลารอคอยนานขึ้นถึง 153.7 เท่า [4][6][8]
GPU ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ โดยมีช่วงเวลาว่างงาน (idle) สูงถึง 54.5% ของเวลาทำงานทั้งหมด สะท้อนถึงความสิ้นเปลืองทรัพยากรในการทำงานแบบหลายขั้นตอน [4][9]