ครึ่งแรกเป็นการชิงไหวชิงพริบทางแท็กติกท่ามกลางความร้อนระอุที่โหดร้าย อุณหภูมิสูงถึง 39°C (102°F) ทั้งสองทีมไม่มีโอกาสยิงเข้ากรอบเลยก่อนหมดครึ่งแรก
ฝรั่งเศสครองบอลมากกว่า (76%) และสร้างโอกาสรวมได้มากกว่า แต่ก็เจาะตาข่ายได้สำเร็จก็จากจุดโทษเท่านั้น การสังหารที่นิ่งเย็นของเอ็มบั๊ปเป้ทำให้ฝรั่งเศสคว้าชัย 1-0 และทะลุเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเป็น สมัยที่ 4 ติดต่อกัน
ประตูที่ 7 ของเอ็มบั๊ปเป้ในทัวร์นาเมนต์ ทำให้เขาตามหลัง ลิโอเนล เมสซี่ เพียงแต้มเดียวในการชิง รางวัลดาวซัลโว
โมร็อคโกกลายเป็นชาติแรกที่การันตีตั๋วรอบก่อนรองชนะเลิศ ด้วยการถล่มแคนาดา เจ้าภาพร่วม 3-0 ที่สนาม NRG สเตเดียม ในฮิวสตัน ท่ามกลางแฟนบอล 68,777 คน
ชัยชนะนี้เป็นการยุติเส้นทางของแคนาดาในฐานะเจ้าภาพ และพาโมร็อคโกเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่สองติดต่อกัน ต่อจากประวัติศาสตร์รอบรองชนะเลิศในปี 2022
ผลการแข่งขันทั้งสองคู่ทำให้เกิด รีแมตช์ของรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 2022 ซึ่งฝรั่งเศสเอาชนะโมร็อคโก 2-0 ก่อนเข้าชิงชนะเลิศที่กาตาร์
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| คู่ | ฝรั่งเศส พบ โมร็อคโก — รอบก่อนรอง (นัดที่ 97) |
| วันที่ | วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2026 |
| เวลาแข่งขัน | 15.00 น. ตามเวลาไทย (ตรงกับ 4:00 p.m. ET) |
| สนาม | จิลเล็ตต์ สเตเดียม (เรียกอย่างเป็นทางการว่า "บอสตัน สเตเดียม" โดยฟีฟ่า), ฟอกซ์โบโร, รัฐแมสซาชูเซตส์ |
| บริบทรีแมตช์ปี 2022 | ฝรั่งเศสชนะโมร็อคโก 2-0 ในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ |
จิลเล็ตต์ สเตเดียมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ทั้งหมด 7 นัด (รอบแบ่งกลุ่ม 5 นัด, รอบ 32 ทีม 1 นัด และรอบก่อนรองชนะเลิศนี้อีก 1 นัด) ซึ่งจะเป็นนัดสุดท้ายของสนามในทัวร์นาเมนต์นี้ เว็บไซต์ทางการของเมืองฟอกซ์โบโรยืนยันวันและสถานที่จัดการแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศในวันที่ 9 กรกฎาคม