คณะกรรมาธิการยุโรปในคำตัดสินปี 2018 ระบุว่า Google กำหนด ข้อจำกัดที่ผิดกฎหมาย 3 ประการ ต่อผู้ผลิตอุปกรณ์ Android และผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ ดังนี้:
การบังคับรวม Google Search และ Chrome เข้ากับ Play Store — Google กำหนดให้ผู้ผลิตต้องติดตั้งแอป Google Search และเบราว์เซอร์ Chrome ไว้ล่วงหน้า ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการได้รับสิทธิ์ใช้งาน Google Play Store การบังคับเช่นนี้ทำให้แอปของ Google ได้เปรียบในการจัดจำหน่ายโดยไม่เป็นธรรมเหนือคู่แข่ง
ข้อตกลงป้องกันการแตกแขนง (Anti-fragmentation agreements – AFAs) — Google จ่ายเงินให้ผู้ผลิตและผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ โดยมีเงื่อนไขว่าพวกเขาจะต้องติดตั้ง Google Search เพียงอย่างเดียวบนอุปกรณ์ของตนเท่านั้น สิ่งจูงใจทางการเงินเหล่านี้ หรือที่เรียกว่าข้อตกลงแบ่งปันรายได้ (revenue-sharing agreements) ทำให้ผู้ผลิตไม่กล้าติดตั้งเสิร์ชเอนจินของคู่แข่ง
การขัดขวางระบบปฏิบัติการ Android ที่เป็นคู่แข่ง (Android forks) — Google ห้ามผู้ผลิตขายอุปกรณ์ใดๆ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชันที่แข่งขันกับของ Google (เรียกว่า "Android fork") แม้ว่าพวกเขาจะขายอุปกรณ์ที่ใช้เวอร์ชันที่ Google รับรองด้วยก็ตาม การกระทำนี้เป็นการปิดกั้นการพัฒนาระบบปฏิบัติการทางเลือกที่อาจเป็นภัยคุกคามต่ออำนาจเหนือตลาดของ Google
คำตัดสินนี้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเกินกว่าเฉพาะกรณีของ Google:
สร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายสำหรับการบังคับใช้ DMA — คำพิพากษานี้เป็นการรับรองแนวทางการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันที่เข้มงวดของคณะกรรมาธิการต่อแพลตฟอร์มดิจิทัล และสร้างรากฐานทางกฎหมายให้กับ กฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับใหม่ที่กำหนดให้แพลตฟอร์มขนาดใหญ่อย่าง Google เป็น "gatekeeper" (ผู้เฝ้าประตู) DMA ได้บัญญัติหลักการเดียวกันหลายประการ เช่น การห้ามเลือกปฏิบัติต่อธุรกิจของตนเอง การห้ามบังคับรวมผลิตภัณฑ์ และการห้ามกำหนดข้อจำกัดในการแข่งขัน โดยวางกรอบการกำกับดูแลเชิงรุกแทนที่จะพึ่งพาการบังคับใช้กฎหมายเป็นรายกรณีเพียงอย่างเดียว
เปิดทางให้คู่แข่งยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหาย — เนื่องจาก CJEU ยืนยันการกระทำผิดอย่างเด็ดขาดแล้ว บุคคลที่สาม เช่น เสิร์ชเอนจินคู่แข่ง นักพัฒนาแอปพลิเคชัน หรือผู้ผลิตอุปกรณ์ สามารถยื่นฟ้อง คดีเรียกค่าเสียหายส่วนบุคคล (private damages lawsuits) ต่อ Google ในศาลแห่งชาติของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้ง่ายขึ้น เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิดที่ผิดกฎหมาย
แรงกดดันด้านการปฏิบัติตาม DMA ต่อ Google อย่างต่อเนื่อง — ในเดือนมกราคม 2026 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิด กระบวนการกำหนดข้อกำหนดเฉพาะ (specification proceedings) เพื่อบังคับให้ Google ปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ DMA ในเรื่องการแบ่งปันข้อมูลการค้นหาและการทำงานร่วมกัน (interoperability) โดยให้เวลากับ Google 6 เดือน และในเดือนพฤษภาคม 2026 มีรายงานว่าคณะกรรมาธิการกำลังเตรียม ค่าปรับอีกจำนวนหลายร้อยล้านยูโร แยกต่างหากกับ Google ภายใต้การสอบสวนการผูกขาดอีกกรณีหนึ่ง
คำตัดสินในคดี Android นี้ยิ่งตอกย้ำโมเมนตัมด้านกฎระเบียบที่มีอยู่
สัญญาณเตือนไปยังบริษัท Big Tech ทั้งหมด — คำตัดสินนี้แสดงให้เห็นว่าศาลยุโรปจะสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันที่เข้มงวด แม้จะกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ก็ตาม ซึ่งเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับคณะกรรมาธิการในการสืบสวนและดำเนินคดีภายใต้ DMA และกฎหมายการแข่งขันอื่นๆ กับ Apple, Meta, Amazon และ Microsoft รวมถึงการที่กลุ่มผู้แพร่ภาพกระจายเสียงผลักดันให้ขยายขอบเขตของ DMA ไปยังแพลตฟอร์มอย่าง Android TV