เป้าหมายของ ABN AMRO ใกล้เคียงกับค่ามัธยฐานจากผลสำรวจของ Reuters ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1.17–1.18 สำหรับสิ้นปี 2026 แต่ต่ำกว่าค่ามัธยฐานของประมาณการจากธนาคารบางแห่งที่อยู่ราว 1.23–1.24
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) รายงานว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน 2026 ขณะที่อัตราว่างงานลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.2%
เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2025 ที่มีการจ้างงานเพิ่ม 147,000 ตำแหน่ง ภาพล่าสุดถือว่าชะลอตัวลงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ตัวเลขของสองเดือนก่อนหน้ายังถูกปรับลดรวมกัน 74,000 ตำแหน่ง
ข้อมูลดังกล่าวทำให้ตลาดลดความคาดหมายต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในระยะใกล้ โดยทั่วไปแล้ว ความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยน้อยลงย่อมลดแรงหนุนของดอลลาร์ และอาจช่วยยูโรได้
อย่างไรก็ตาม ผลต่อ EUR/USD ยังไม่รุนแรงนัก เพราะตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอก็เพิ่มความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจชะลอตัวมากเกินไป ซึ่งอาจกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและส่งผลลบต่อยูโรได้เช่นกัน
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 ECB ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 25 จุดเบสิกพอยต์ สู่ 2.25% นับเป็นการกลับมาขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบเกือบสามปี
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งในอิหร่าน ตลาดคาดว่า ECB อาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกหนึ่งหรือสองครั้ง และอาจดันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขึ้นไปใกล้ 2.50% ในเดือนกันยายน
ด้าน Fed กำลังเผชิญตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนแรง แม้ Bank of America จะยังคาดว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยสามครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 แต่ตัวเลขจ้างงานเดือนมิถุนายนทำให้ความเชื่อมั่นต่อเส้นทางดังกล่าวลดลง
หาก ECB ขึ้นดอกเบี้ยต่อ ขณะที่ Fed ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยหรือดำเนินนโยบายเข้มงวดน้อยกว่า ความแตกต่างของนโยบายการเงินจะกลายเป็นปัจจัยหนุนยูโรในระยะกลาง แต่ในระยะสั้น ดอลลาร์ยังได้แรงสนับสนุนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและสถานะสกุลเงินปลอดภัย
ประมาณการของเจ้าหน้าที่ ECB ในเดือนมิถุนายนปรับแนวโน้มเงินเฟ้อขึ้น โดยคาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะเฉลี่ย 3.0% ในปี 2026 และ 2.3% ในปี 2027 ก่อนลดลงสู่ 2.0% ในปี 2028
ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงาน คาดว่าจะอยู่ที่ 2.5% ทั้งในปี 2026 และ 2027 ขณะเดียวกัน ผลสำรวจผู้เชี่ยวชาญของ ECB ไตรมาสสองปี 2026 ระบุว่า ความคาดหมายเงินเฟ้อ HICP สำหรับปี 2026 และ 2027 ถูกปรับขึ้นอย่างชัดเจน
เงินเฟ้อที่ยังไม่กลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน ทำให้ ECB มีเหตุผลที่จะรักษาท่าทีเข้มงวดต่อไป และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก็เป็นแรงหนุนยูโรผ่านส่วนต่างผลตอบแทนกับสินทรัพย์สกุลเงินอื่น
Reuters รายงานว่า การขึ้นดอกเบี้ยของ ECB มีเป้าหมายสกัดเงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามตั้งแต่ระยะแรก ก่อนที่ต้นทุนพลังงานจะส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการในวงกว้าง The Guardian ก็รายงานในทิศทางเดียวกันว่า การขึ้นดอกเบี้ยเป็นการตอบสนองต่อเงินเฟ้อที่เร่งตัวจากความขัดแย้งในอิหร่าน
หากเกิดการหยุดชะงักของน้ำมันหรือก๊าซจากตะวันออกกลาง ราคาพลังงานในยุโรปอาจเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งจะสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่และทำให้ ECB มีแนวโน้มใช้นโยบายเข้มงวดต่อไป
สถานการณ์นี้มีผลสองด้านต่อ EUR/USD ด้านหนึ่ง การคาดการณ์ดอกเบี้ย ECB ที่สูงขึ้นช่วยหนุนยูโร แต่อีกด้านหนึ่ง ต้นทุนพลังงานที่สูงอาจบั่นทอนเศรษฐกิจยูโรโซนและจำกัดการแข็งค่าของสกุลเงินในระยะยาว
Bill Diviney จาก ABN AMRO ระบุว่า ธนาคารมอง EUR/USD มีโอกาสขาขึ้น “น้อยลงเล็กน้อย” หลังรวมปัจจัยทางการเมืองเข้าไปในประมาณการ
ประเด็นที่ถูกจับตา ได้แก่
แม้ ABN AMRO ยังคาดว่าดอลลาร์จะอ่อนค่าลงในภาพระยะยาว และแบบจำลอง BEER ของธนาคารประเมินมูลค่าพื้นฐานของ EUR/USD ไว้ราว 1.23 แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองทำให้ธนาคารลดเป้าหมายระยะใกล้ลง
| ปัจจัย | ผลต่อ EUR/USD | แหล่งข้อมูลสำคัญ |
|---|---|---|
| การจ้างงานสหรัฐฯ เดือนมิถุนายนเพิ่ม 57,000 ตำแหน่ง อัตราว่างงาน 4.2% | หนุนยูโรเล็กน้อย เพราะลดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยของ Fed | |
| ECB ขึ้นดอกเบี้ยสู่ 2.25% และอาจขึ้นต่อถึง 2.50% | หนุนยูโรผ่านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย | |
| ABN AMRO ลดเป้าหมายเป็น 1.18 ในปี 2026 และ 1.23 ในปี 2027 | สะท้อนว่าขาขึ้นถูกจำกัดจากความเสี่ยงทางการเมือง | |
| เงินเฟ้อยูโรโซน 3.0% ในปี 2026 และ 2.3% ในปี 2027 | สนับสนุนท่าทีเข้มงวดของ ECB และช่วยพยุงยูโร | |
| ความเสี่ยงด้านพลังงานจากความขัดแย้งในอิหร่าน | เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อและหนุนแนวโน้ม ECB ขึ้นดอกเบี้ย | |
| ความเสี่ยงจากการเลือกตั้งฝรั่งเศสและสหรัฐฯ | จำกัดการแข็งค่าของยูโรในระยะสั้น |
EUR/USD กำลังถูกดึงคนละทิศทาง ระหว่าง ECB ที่มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ กับความเสี่ยงด้านพลังงานและการเมืองที่อาจจำกัดแรงซื้อยูโร
หาก ECB เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยสู่ 2.50% ในเดือนกันยายน ขณะที่ Fed ชะลอการดำเนินนโยบายเข้มงวดเพราะตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอ ส่วนต่างนโยบายการเงินอาจผลัก EUR/USD ขึ้นไปใกล้ 1.18 หรือสูงกว่านั้นภายในสิ้นปี
แต่หากราคาพลังงานพุ่งขึ้นต่อ หรือความไม่แน่นอนทางการเมืองรุนแรงขึ้น ยูโรอาจยังถูกจำกัดขาขึ้น แม้ปัจจัยด้านดอกเบี้ยจะดูเป็นบวกก็ตาม ดังนั้น เป้าหมาย 1.18 ของ ABN AMRO จึงสะท้อนภาพ “ยูโรยังมีโอกาสแข็งค่า แต่เส้นทางจะผันผวนและไม่ราบรื่น” มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่าการปรับขึ้นจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง