รายงานก่อนหน้านี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2026 บอกเล่าภาพที่ซับซ้อนกว่านั้น รายงานจากหนังสือพิมพ์เดอะเทลิกราฟเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนระบุว่ากองกำลังรัสเซียได้แทรกซึมเข้าไปในบางส่วนของคอสเตียนตินิฟกาแล้ว และพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็น ‘เขตสีเทา’ (grey zone) ที่ไม่มีฝ่ายใดควบคุมอย่างชัดเจน CNN รายงานเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนเช่นกันว่ารัสเซียกำลังคืบหน้าในแคว้นดอแนตสก์และจดจ่อกับการปิดล้อมเมืองนี้ แต่นักวิเคราะห์อิสระชี้ว่าคำกล่าวอ้างของรัสเซียมักถูกกล่าวเกินจริง เซเลนสกีถึงกับเชิญปูตินอย่างเสียดสีให้มาเจอกันในเมืองที่ ‘ถูกยึด’ เพื่อพิสูจน์ความเท็จของคำกล่าวอ้างนี้ ณ วันที่ 4 กรกฎาคม ยูเครนยืนยันว่ายังควบคุมเมืองนี้อยู่
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 เซเลนสกีได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซแห่งเยอรมนี เพื่อขอขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออตอย่างเร่งด่วน พร้อมเตือนว่ารัสเซียกำลัง ‘ทุ่มเดิมพันครั้งสุดท้ายกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธต่อยูเครน’ เซเลนสกีระบุว่าระบบแพทริออตเป็น ‘สิ่งสำคัญอันดับแรก’ สำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครน และได้เร่งรัดให้มีการส่งมอบทันทีเพื่อรับมือกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่รุนแรงขึ้นของรัสเซีย การหารือเน้นไปที่การจัดหากระสุนเพิ่มเติมสำหรับแท่นยิงแพทริออตที่มีอยู่ เพื่อคุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
ยูเครนกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออตอย่างรุนแรง โดยประเทศใช้ขีปนาวุธแพทริออตประมาณ 60 ลูกต่อเดือน แต่สต็อกที่มีอยู่ลดน้อยลงอย่างมาก ในเดือนเมษายน 2026 กองทัพอากาศยูเครนยืนยันว่าทหารต้องปันส่วนขีปนาวุธสกัดกั้นระหว่างการโจมตีเพื่อสงวนสิ่งที่เหลืออยู่ ระบบแพทริออตซึ่งผลิตโดยสหรัฐฯ ยังคงเป็นเกราะป้องกันขีปนาวุธนำวิถีที่มีประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียวของยูเครน ทำให้การขาดแคลนครั้งนี้เป็นปัญหาที่รุนแรงมาก
เยอรมนีได้นำความคิดริเริ่มหลายอย่างเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลน:
แม้จะมีความพยายามเหล่านี้ เจ้าหน้าที่เยอรมนียอมรับว่าพวกเขาไม่มีระบบแพทริออตเหลือพอที่จะแบ่งให้ยูเครนจากคลังของตนเองอีกแล้ว
ในคืนวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2026 รัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟด้วยโดรนและขีปนาวุธครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายเดือน การโจมตีคร่าชีวิตพลเรือนอย่างน้อย 27 ราย และบาดเจ็บอีก 85-91 ราย สร้างความเสียหายแก่อาคารที่พักอาศัยหลายแห่งทั่วเมือง กองทัพอากาศยูเครนรายงานว่ารัสเซียยิงขีปนาวุธ 74 ลูกและโดรนอีก 496 ลำในคืนนั้น มอสโกระบุว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบโต้การโจมตีฐานที่มั่นน้ำมันของยูเครน การโจมตีเกิดขึ้นหลังจากที่เซเลนสกีเพิ่งจะออกมาเตือนถึงการโจมตีครั้งใหญ่ของรัสเซีย
กองกำลังรัสเซียยังคงคืบหน้าในพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครน โดยเฉพาะในแคว้นดอแนตสก์ ที่ซึ่งพวกเขาได้รวมพลทหารจำนวนมากและพยายามจะโอบล้อม ‘ป้อมปราการ’ (fortress belt) ของยูเครน ซึ่งรวมถึงคอสเตียนตินิฟกาและลีมัน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์อิสระและเจ้าหน้าที่ยูเครนกล่าวว่าคำกล่าวอ้างถึงความคืบหน้าของรัสเซียมักถูกกล่าวเกินจริง และสถานการณ์ในสนามรบยังคงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รัสเซียยังคงโจมตีทางอากาศต่อกรุงเคียฟและใจกลางเมืองอื่นๆ ของยูเครนอย่างไม่หยุดยั้งตลอดปี 2026
ในอนาคต ยูเครนกำลังกดดันให้ชาติตะวันตกในนาโต้ตัดสินใจเรื่องระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่างเร่งด่วนในการประชุมสุดยอดกลุ่มนาโต้ที่กำลังจะมีขึ้น โดยเตือนว่าความล่าช้าในการส่งขีปนาวุธแพทริออตกำลังคร่าชีวิตผู้คน
รายงานก่อนหน้านี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2026 บอกเล่าภาพที่ซับซ้อนกว่านั้น รายงานจากหนังสือพิมพ์เดอะเทลิกราฟเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนระบุว่ากองกำลังรัสเซียได้แทรกซึมเข้าไปในบางส่วนของคอสเตียนตินิฟกาแล้ว และพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็น ‘เขตสีเทา’ (grey zone) ที่ไม่มีฝ่ายใดควบคุมอย่างชัดเจน CNN รายงานเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนเช่นกันว่ารัสเซียกำลังคืบหน้าในแคว้นดอแนตสก์และจดจ่อกับการปิดล้อมเมืองนี้ แต่นักวิเคราะห์อิสระชี้ว่าคำกล่าวอ้างของรัสเซียมักถูกกล่าวเกินจริง เซเลนสกีถึงกับเชิญปูตินอย่างเสียดสีให้มาเจอกันในเมืองที่ ‘ถูกยึด’ เพื่อพิสูจน์ความเท็จของคำกล่าวอ้างนี้ ณ วันที่ 4 กรกฎาคม ยูเครนยืนยันว่ายังควบคุมเมืองนี้อยู่
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 เซเลนสกีได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซแห่งเยอรมนี เพื่อขอขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออตอย่างเร่งด่วน พร้อมเตือนว่ารัสเซียกำลัง ‘ทุ่มเดิมพันครั้งสุดท้ายกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธต่อยูเครน’ เซเลนสกีระบุว่าระบบแพทริออตเป็น ‘สิ่งสำคัญอันดับแรก’ สำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครน และได้เร่งรัดให้มีการส่งมอบทันทีเพื่อรับมือกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่รุนแรงขึ้นของรัสเซีย การหารือเน้นไปที่การจัดหากระสุนเพิ่มเติมสำหรับแท่นยิงแพทริออตที่มีอยู่ เพื่อคุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
ยูเครนกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออตอย่างรุนแรง โดยประเทศใช้ขีปนาวุธแพทริออตประมาณ 60 ลูกต่อเดือน แต่สต็อกที่มีอยู่ลดน้อยลงอย่างมาก ในเดือนเมษายน 2026 กองทัพอากาศยูเครนยืนยันว่าทหารต้องปันส่วนขีปนาวุธสกัดกั้นระหว่างการโจมตีเพื่อสงวนสิ่งที่เหลืออยู่ ระบบแพทริออตซึ่งผลิตโดยสหรัฐฯ ยังคงเป็นเกราะป้องกันขีปนาวุธนำวิถีที่มีประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียวของยูเครน ทำให้การขาดแคลนครั้งนี้เป็นปัญหาที่รุนแรงมาก
เยอรมนีได้นำความคิดริเริ่มหลายอย่างเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลน:
แม้จะมีความพยายามเหล่านี้ เจ้าหน้าที่เยอรมนียอมรับว่าพวกเขาไม่มีระบบแพทริออตเหลือพอที่จะแบ่งให้ยูเครนจากคลังของตนเองอีกแล้ว
ในคืนวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2026 รัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟด้วยโดรนและขีปนาวุธครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายเดือน การโจมตีคร่าชีวิตพลเรือนอย่างน้อย 27 ราย และบาดเจ็บอีก 85-91 ราย สร้างความเสียหายแก่อาคารที่พักอาศัยหลายแห่งทั่วเมือง กองทัพอากาศยูเครนรายงานว่ารัสเซียยิงขีปนาวุธ 74 ลูกและโดรนอีก 496 ลำในคืนนั้น มอสโกระบุว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบโต้การโจมตีฐานที่มั่นน้ำมันของยูเครน การโจมตีเกิดขึ้นหลังจากที่เซเลนสกีเพิ่งจะออกมาเตือนถึงการโจมตีครั้งใหญ่ของรัสเซีย
กองกำลังรัสเซียยังคงคืบหน้าในพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครน โดยเฉพาะในแคว้นดอแนตสก์ ที่ซึ่งพวกเขาได้รวมพลทหารจำนวนมากและพยายามจะโอบล้อม ‘ป้อมปราการ’ (fortress belt) ของยูเครน ซึ่งรวมถึงคอสเตียนตินิฟกาและลีมัน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์อิสระและเจ้าหน้าที่ยูเครนกล่าวว่าคำกล่าวอ้างถึงความคืบหน้าของรัสเซียมักถูกกล่าวเกินจริง และสถานการณ์ในสนามรบยังคงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รัสเซียยังคงโจมตีทางอากาศต่อกรุงเคียฟและใจกลางเมืองอื่นๆ ของยูเครนอย่างไม่หยุดยั้งตลอดปี 2026
ในอนาคต ยูเครนกำลังกดดันให้ชาติตะวันตกในนาโต้ตัดสินใจเรื่องระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่างเร่งด่วนในการประชุมสุดยอดกลุ่มนาโต้ที่กำลังจะมีขึ้น โดยเตือนว่าความล่าช้าในการส่งขีปนาวุธแพทริออตกำลังคร่าชีวิตผู้คน