ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2026 อิหร่านได้จัดพิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อะลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดที่ถูกลอบสังหารจากการโจมตีทางอากาศร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา งานศพครั้งนี้กลายเป็นบททดสอบทางการทูตครั้งสำคัญ: อิหร่านจะยังคงได้รับความเคารพและการเข้าร่วมจากนานาชาติหรือไม่ หลังจากผ่านสงครามนานสี่เดือนและการหยุดยิงที่เปราะบาง สหรัฐฯ ซึ่งยังคงติดอยู่ในการเจรจากับเตหะราน พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้คำตอบเป็น ‘ไม่’ แต่สุดท้ายแล้วแผนการก็ไม่ได้ผลดังที่หวัง
สหรัฐฯ กดดันทางการทูตอย่างไร?
รายงานของสำนักข่าว Mehr News ของอิหร่าน ซึ่งอ้างแหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่าน ระบุว่าสหรัฐฯ ได้เปิดฉาก ‘แคมเปญ comprehensive ในระดับสูงสุด’ ในช่วงห้าวันก่อนงานศพ
กลไกสำคัญคือคำสั่งลับจากมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
- คำสั่งรูบิโอ: เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 2026 รูบิโอได้ออกคำสั่ง (cable) ไปยังสถานทูตและคณะผู้แทนทางการทูตของสหรัฐฯ ทุกแห่ง โดยกำหนดให้พวกเขา ‘ใช้ทุกศักยภาพของสหรัฐฯ’ เพื่อเกลี้ยกล่อมรัฐบาลเจ้าบ้านไม่ให้ส่งคณะผู้แทน เข้าร่วมงาน คำสั่งดังกล่าวระบุว่าการเข้าร่วมจะถือเป็น ‘การกระทำที่ไม่เป็นมิตร’ ซึ่งจะ ‘ส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี’ กับสหรัฐฯ
![]()
- ขอบเขตของคำสั่ง: คำสั่งดังกล่าวอธิบายว่าคณะผู้แทนทางการทูตของสหรัฐฯ ทุกแห่งมีหน้าที่ต้องดำเนินการ lobbies อย่างแข็งขันกับรัฐบาลเจ้าบ้าน โดยตีกรอบว่าการเข้าร่วมคือการท้าทายวอชิงตันโดยตรง
![]()
- การทูตที่เกี่ยวข้อง: นอกจากนี้ รูบิโอยังอยู่ในระหว่างการเยือนประเทศอ่าวเปอร์เซีย (23-25 มิถุนายน ค.ศ. 2026) เพื่อพบปะผู้นำอาหรับและขายกรอบสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านที่กำลังเกิดขึ้น รวมถึงจัดการกับข้อกังวลของพวกเขา แม้จะไม่ได้เป็นการกดดันโดยตรงต่องานศพ แต่การเยือนครั้งนี้ก็ตอกย้ำจุดยืนของวอชิงตันว่าการทำให้ความสัมพันธ์กับอิหร่านกลับมาเป็นปกติในขณะนั้นไม่ใช่สิ่งที่พึงปรารถนา