กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มตำแหน่งงานนอกภาคเกษตรกรรมเพียง 57,000 ตำแหน่ง ในเดือนมิถุนายน ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 113,000–114,000 ตำแหน่งอย่างมาก RLH ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเลขการจ้างงานของเดือนเมษายนและพฤษภาคมยังถูกปรับลดลงรวมกัน 74,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้เมื่อรวมกับตัวเลขที่ถูกปรับลดแล้ว การเปลี่ยนแปลงสุทธิกลับลดลง 17,000 ตำแหน่ง RL รายงานนี้ถูกมองว่าเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนที่อ่อนแอที่สุดในปี 2566 และเป็นสัญญาณชัดเจนของตลาดแรงงานที่ชะลอตัว RB
แม้ตัวเลขโดยรวมจะอ่อนแอ แต่อัตราการว่างงานกลับลดลงมาอยู่ที่ 4.2% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบปี อย่างไรก็ตาม การลดลงนี้เป็นผลจากอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานที่ลดลงเหลือ 61.5% โดยมีผู้คนประมาณ 720,000 คน ออกจากกำลังแรงงานไป RR เมื่อแยกเป็นรายภาคส่วน ภาคการดูแลสุขภาพและบริการสังคม เพิ่มการจ้างงาน 47,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาคการบริการและการท่องเที่ยวกลับมีการจ้างงานลดลง RL
ข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอนี้ส่งผลกระทบทันทีและรุนแรงต่อตลาดหุ้นยุโรป โดย ดัชนี STOXX 600 ทั่วยุโรป ปิดบวก 1.4% ในวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม และทำสถิติสูงสุดใหม่ แนวโน้มขาขึ้นยังคงต่อเนื่องไปจนถึงวันศุกร์ โดย STOXX 600 ทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง MHISK ดัชนีหลักของประเทศต่าง ๆ ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน: DAX ของเยอรมนี บวก 2.2%, FTSE 100 ของอังกฤษ เพิ่มขึ้น 1.7% และ CAC 40 ของฝรั่งเศส ปรับขึ้น 1.7% IS
กลไกการทำงานนั้นตรงไปตรงมา: ข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอช่วยลดความน่าจะเป็นที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้ โดยเทรดเดอร์ปรับลดโอกาสการปรับขึ้นในเดือนกรกฎาคมลงเหลือต่ำกว่า 20% และโอกาสในเดือนกันยายนลดลงเหลือประมาณ 60% และหลังจากรายงานก็ลดลงเหลือประมาณ 53% RR ความคาดหวังถึงอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมและสนับสนุนการประเมินมูลค่าตลาดหุ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นกลุ่ม Growth และเทคโนโลยี นักลงทุนหันไปลงทุนในกลุ่ม Healthcare, Financials และ Defense ซึ่งเป็นกลุ่มที่นำตลาดในขาขึ้น I
การพุ่งขึ้นของหุ้น ASML สู่ระดับ 1,403.40 ยูโร ไม่ใช่แค่ปฏิกิริยาต่อข้อมูลการจ้างงานในวันเดียวเท่านั้น แต่หุ้นยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยหลายอย่างรวมกัน:
หมายเหตุ: ราคาปิดที่ 1,403.40 ยูโรเป็นระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ณ จุดนั้น แต่ราคาปิดสูงสุดตลอดกาลของ ASML ที่ 1,989.44 ดอลลาร์สหรัฐ เคยถูกทำไว้เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ยังคงอยู่ที่ 1,999.96 ดอลลาร์สหรัฐ HM
ASML จะประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 โดยอ้างอิงจากแนวทางที่บริษัทให้ไว้หลังจากประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 เมื่อวันที่ 15 เมษายน และความคาดหวังของนักวิเคราะห์ ตัวเลขสำคัญและประเด็นที่ต้องจับตามีดังนี้:
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้คะแนนหุ้นนี้ในเชิงบวก โดยมีเป้าหมายราคาเฉลี่ยที่สูง ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในความสามารถในการทำกำไรระยะยาวของบริษัท
ความเสี่ยงหลักที่ต้องระวัง: แม้ภาพรวมจะสดใส แต่ ASML ยังคงมีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะกฎหมายที่เสนอในสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปที่การส่งออกอุปกรณ์ผลิตชิปไปยังจีน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อรายได้ M กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นจากสหรัฐฯ และเนเธอร์แลนด์ รวมถึงการลดทอนรายได้จากจีนที่เคยเป็นตลาดสำคัญสำหรับเครื่องผลิตชิปยุคก่อนหน้า ล้วนเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการประกาศผลประกอบการในวันที่ 15 กรกฎาคม