ชุดกฎระเบียบ 'Data Centre Energy Efficiency Package' (มีผลต้นปี 2026) ของ EU ถูกปรับให้อ่อนลง: ขยายการรับรองพลังงานที่ยอมรับได้รวมถึงนิวเคลียร์และการจับคู่พลังงานหมุนเวียนข้ามพรมแดน เลื่อนฉลากความยั่งยืน และยกเลิกการเ... การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบิ๊กเทคพุ่งสูง: อเมซอนเพิ่ม 16% ในปี 2025 กูเกิลเพิ่มเกือบ 50% ใน 5 ปี...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What changes is the EU proposing to its data centre climate regulations, what arguments have Big. Article summary: Below is a comprehensive, source-backed answer to each part of your question.. Topic tags: general, government, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual
สหภาพยุโรป (EU) กำลังเตรียมออกมาตรการกำกับดูแลที่ทะเยอทะยานที่สุดสำหรับ 'ดาต้าเซ็นเตอร์' ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ร่างกฎหมายที่หลุดออกมาและรายงานสืบสวนล่าสุดเผยให้เห็นว่า กฎระเบียบสุดท้ายถูกปรับให้ผ่อนคลายลงอย่างมาก หลังถูกกลุ่ม 'บิ๊กเทค' (Big Tech) กดดันอย่างหนักผ่านการล็อบบี้
'Data Centre Energy Efficiency Package' ของคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในช่วงต้นปี 2026 มีเป้าหมายทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์ในยุโรปเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon-Neutral) ภายในปี 2030 อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนหลายจุด — รวมถึงการขยายขอบเขตใบรับรองพลังงานที่ยอมรับได้ให้ครอบคลุมพลังงานนิวเคลียร์ การเลื่อนการออกฉลากความยั่งยืนของ EU และการเก็บข้อมูลของแต่ละศูนย์ไว้เป็นความลับไม่เปิดเผยสู่สาธารณะ — ทำให้นักวิจารณ์เรียกกรอบการทำงานใหม่นี้ว่าเป็น “สัมปทานแก่บิ๊กเทค” ซึ่งจะไม่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีความหมาย
ชุดมาตรการนี้ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญหลายประการ:
กลุ่มอุตสาหกรรม — นำโดย Microsoft, DigitalEurope (ซึ่งมีสมาชิกคือ Amazon, Google, และ Meta) และ สมาคม European Data Centre Association (EUDCA) — ผลักดันให้กฎระเบียบมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในหลายประเด็น :
เอกสารแสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการของ DigitalEurope ในเดือนธันวาคม 2025 เรียกร้องให้มีกรอบเวลาการดำเนินการที่นานขึ้น การรายงานที่ง่ายขึ้นสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดเล็ก และการยอมรับ Guarantees of Origin (GOs) ในวงกว้างขึ้น รวมถึงของนิวเคลียร์
ตามร่างกฎระเบียบที่รั่วไหลออกมาซึ่งรายงานโดย Financial Times และถูกนำเสนอโดยสื่อหลายสำนัก กรอบการทำงานที่แก้ไขใหม่นี้รวมถึงการผ่อนคลายที่สำคัญดังนี้ :
นักวิจารณ์โต้แย้งว่ากรอบการทำงานที่แก้ไขใหม่นี้ถูกทำให้อ่อนแอลงอย่างมากจนอาจไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ:
ในขณะที่ล็อบบี้เพื่อกฎที่ผ่อนปรนลง บริษัทกลุ่มเดียวกันนี้กลับพบว่าการปล่อยก๊าซของตัวเองพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากการเร่งสร้างดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับ AI:
รายงานของหน่วยงานสหประชาชาติพบว่า การปล่อยก๊าซทางอ้อม (Scope 2 และ 3) จาก Amazon, Google, Meta และ Microsoft รวมกันเพิ่มขึ้นถึง 150% ในช่วงสามปี เนื่องจากการขยายตัวของ AI ผลักดันให้เกิดการใช้ไฟฟ้ามหาศาล LA Times รายงานว่าการปล่อยก๊าซของ Amazon เพิ่มขึ้น 16% ในปี 2025 เพียงปีเดียว โดยได้รับแรงหนุนจากการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล
EU ตั้งเป้าหมายให้ ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 แต่กำลังการผลิตกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วจนการเพิ่มประสิทธิภาพต่างๆ ถูกกลบ:
ในเดือนเมษายน 2026 รายงานสืบสวนจาก AlgorithmWatch, Corporate Europe Observatory และ Investigate Europe เผยว่าคณะกรรมาธิการยุโรป คัดลอกและวางข้อแก้ไขที่ร่างโดย Microsoft และ DigitalEurope ลงในกฎข้อบังคับที่ได้รับมอบหมายที่ควบคุมการรายงานของดาต้าเซ็นเตอร์
ข้อแก้ไขดังกล่าวคือ: ข้อมูลการใช้พลังงานและน้ำของดาต้าเซ็นเตอร์แต่ละแห่งจะต้องไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยจะเผยแพร่เฉพาะข้อมูลแบบรวม (aggregated) เท่านั้น ซึ่งหมายความว่า ประชาชน นักวิจัย และรัฐบาลท้องถิ่น ไม่สามารถตรวจสอบการอ้างสิทธิ์ด้านสิ่งแวดล้อมของผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์รายใดรายหนึ่ง หรือเปรียบเทียบสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้
คณะกรรมาธิการปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า “คัดลอกและวางคำต่อคำ” แต่รายงานสืบสวนแสดงให้เห็นว่าข้อความในกฎระเบียบขั้นสุดท้ายตรงกับร่างที่ Microsoft เสนอมาแทบจะทุกตัวอักษร และคณะกรรมาธิการได้ลบภาษาก่อนหน้านี้ที่กำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะทิ้งไป
การกระทำนี้ถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของการล็อบบี้ของบิ๊กเทค ซึ่ง จำกัดความโปร่งใสและความรับผิดชอบ ต่อการใช้พลังงานและน้ำของผู้ใช้ไฟฟ้าที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป
ความพยายามล็อบบี้ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยียังคงทำสถิติสูงสุด: อุตสาหกรรมดิจิทัลใช้จ่าย €151 ล้านยูโรต่อปีในการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของ EU ในปี 2025 เพิ่มขึ้น 33.6% นับตั้งแต่ปี 2023 ระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2025 เพียงช่วงครึ่งปี ตัวแทนของบิ๊กเทคมีการประชุมล็อบบี้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของคณะกรรมาธิการและสมาชิกรัฐสภายุโรปถึง 378 ครั้ง คิดเป็นเฉลี่ยสามครั้งต่อวันทำการ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ชุดกฎระเบียบ 'Data Centre Energy Efficiency Package' (มีผลต้นปี 2026) ของ EU ถูกปรับให้อ่อนลง: ขยายการรับรองพลังงานที่ยอมรับได้รวมถึงนิวเคลียร์และการจับคู่พลังงานหมุนเวียนข้ามพรมแดน เลื่อนฉลากความยั่งยืน และยกเลิกการเ...
ชุดกฎระเบียบ 'Data Centre Energy Efficiency Package' (มีผลต้นปี 2026) ของ EU ถูกปรับให้อ่อนลง: ขยายการรับรองพลังงานที่ยอมรับได้รวมถึงนิวเคลียร์และการจับคู่พลังงานหมุนเวียนข้ามพรมแดน เลื่อนฉลากความยั่งยืน และยกเลิกการเ... การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบิ๊กเทคพุ่งสูง: อเมซอนเพิ่ม 16% ในปี 2025 กูเกิลเพิ่มเกือบ 50% ใน 5 ปี ขณะที่การปล่อยทางอ้อมของ 4 บริษัทยักษ์ใหญ่รวมกันเพิ่มขึ้น 150% ใน 3 ปี จากการขยายตัวดาต้าเซ็นเตอร์ของ AI
การใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ใน EU คาดว่าจะสูงถึง 150 200 TWh ภายในปี 2030 คิดเป็น 5 7% ของความต้องการไฟฟ้าทั้งหมด ขณะที่รายงานของ UN และ Accenture เตือนว่าการปล่อยคาร์บอนจากดาต้าเซ็นเตอร์ AI ทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้น 11 เท่...