ดัชนี STOXX 600 ปิดบวก 1.4% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขจ้างงานเดือนมิ.ย. แรงขายหุ้น AI ทั่วโลกกดดันตลาด แต่ภาคส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มสุขภาพที่ปรับตัวขึ้น 3.3% สามารถชดเชยแรงกดดันดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์ [1][5] ปัจจัยเฉพาะหุ้นรายตัวหนุนตลาดเพิ่มเติม: Sodexo รายงานรายได้ Q3 Fiscal 2026 ส...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What caused European shares to surge on Thursday, and how did the weak US June jobs report, the g. Article summary: European shares closed at a record high on Thursday, July 2, 2026, with the pan-European STOXX 600 index rising 1.4% to an all-time peak [3][5]. The day's rally was largely driven by a weaker-than-expected US June jobs r. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
หุ้นยุโรปปิดทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ในวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2026 โดยดัชนี STOXX 600 ปรับตัวขึ้น 1.4% สู่ระดับสูงสุดตลอดกาล การดีดตัวในวันนี้เป็นผลมาจากหลายปัจจัยที่ผสมผสานกัน ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานของสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนที่อ่อนแอกว่าคาด ซึ่งกระตุ้นความหวังเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด, แรงขายหุ้น AI ทั่วโลกที่กดดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และการพุ่งขึ้นของหุ้นรายตัวอย่าง Sodexo, Bayer และ SKF ที่ช่วยชดเชยความอ่อนแอของหุ้นเทคโนโลยีได้มากเกินพอ
เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน ซึ่งประมาณครึ่งหนึ่งของที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ขณะที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 4.2% ตัวเลขการจ้างงานที่ต่ำกว่าคาดนี้ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในระยะใกล้นี้ และเสริมความคาดหวังว่าธนาคารกลางจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ข่าวนี้จุดกระแสการลงทุนแบบรับความเสี่ยง (risk-on) ไปทั่วตลาดโลก โดยฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นสะท้อนโอกาสประมาณ 60% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
แรงขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั่วโลกกดดันตลาดในวันพฤหัสบดี โดยหุ้นเทคโนโลยีของยุโรปปรับตัวตามบรรยากาศที่หดหู่ของตลาดโลก อย่างไรก็ตาม การที่ตลาดยุโรปมีสัดส่วนการลงทุนในภาคเทคโนโลยีน้อยกว่าช่วยจำกัดความเสียหาย และภาคส่วนอื่นๆ สามารถชดเชยความอ่อนแอของ AI ได้มากเกินพอ โดยเฉพาะภาคสุขภาพที่ปรับตัวขึ้น 3.3% ในวันนั้น นำการปรับตัวขึ้นโดยรวมและชดเชยแรงกดดันจากหุ้นเทคโนโลยี
ภาคสุขภาพเป็นกลุ่มที่โดดเด่นที่สุด ปรับตัวขึ้น 3.3% ได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและการปรับเพิ่มเรทติ้งจากนักวิเคราะห์
หุ้น Sodexo พุ่งขึ้นประมาณ 6.9% สู่ระดับ 53.25 ยูโร หลังจากรายงานรายได้ในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2026 สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเช้าวันที่ 2 กรกฎาคม ผลการดำเนินงานที่ดีกว่าคาดในธุรกิจบริการด้านอาหารและการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยขับเคลื่อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ข้อมูลจากหลายตลาดหลักทรัพย์ยืนยันว่าราคาปิดของ Sodexo อยู่ที่ประมาณ 53.25–53.50 ยูโรในวันนั้น เพิ่มขึ้นมากกว่า 6.8%
หุ้น Bayer ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยราคาปิดที่ประมาณ 53.36 ยูโรบนตลาด Xetra เพิ่มขึ้นประมาณ 8.9% การดีดตัวของหุ้นได้รับแรงหนุนจากการปรับเพิ่มเรทติ้งของ Deutsche Bank สู่ระดับ "ซื้อ" พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 60 ยูโร
การปรับเพิ่มนี้สะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางเชิงกลยุทธ์ของ Bayer และแนวโน้มที่ดีขึ้นของแผนกเภสัชภัณฑ์และวิทยาศาสตร์พืชผล การปรับตัวของหุ้นยังได้รับการสนับสนุนจากบรรยากาศเชิงบวกของตลาดในวงกว้างหลังจากตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ โดยมีปริมาณการซื้อขายเกือบ 8 ล้านหุ้นบน Xetra
ราคาปิดที่แข็งแกร่งนี้ช่วยให้ดัชนี DAX ของเยอรมนีทะลุระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากไม่สามารถทำได้มาเป็นเวลาหกเดือน
หุ้น SKF ดีดตัวขึ้นประมาณ 3.9% สู่ระดับ 258.6 โครนาสวีเดน หลังจากประกาศร่วมทุนกับ Leaderdrive ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านชิ้นส่วนหุ่นยนต์แม่นยำสูงจากจีน เพื่อผลิตชิ้นส่วนส่งกำลังความแม่นยำสูงสำหรับข้อต่อของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ อีกรายงานหนึ่งระบุว่าหุ้น SKF B เพิ่มขึ้น 4.82% สู่ระดับ 260.80 โครนาสวีเดน
การร่วมทุนครั้งนี้ทำให้ SKF สามารถให้บริการตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วของจีน ซึ่งถูกระบุในประกาศว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุดในโลกในกลุ่มนี้ ขณะเดียวกันก็ใช้เครือข่ายการขายระหว่างประเทศของ SKF เพื่อเจาะตลาดในยุโรป ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา
ข่าวนี้ช่วยหนุนตลาดหุ้นสตอกโฮล์มโดยรวมให้ปรับตัวสูงขึ้นในวันนั้น โดยดัชนี OMXS30 เปลี่ยนเป็นบวก
โดยสรุปแล้ว แรงผลักดันสามประการที่แตกต่างกันมาบรรจบกันเพื่อผลักดันหุ้นยุโรปสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 ประการแรกคือตัวเร่งปฏิกิริยาทางเศรษฐกิจมหภาค: ข้อมูลการจ้างงานเดือนมิถุนายนของสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ ซึ่งเพิ่มตำแหน่งงานเพียง 57,000 ตำแหน่ง ช่วยกระตุ้นความคาดหวังเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและหนุนตลาดโดยรวม ประการที่สองคือการหมุนเวียนของภาคส่วน: แรงขายหุ้น AI ทั่วโลกถูกชดเชยมากเกินพอด้วยการปรับตัวขึ้นที่แข็งแกร่งของหุ้นกลุ่มสุขภาพยุโรปและภาคส่วนที่ไม่ใช่เทคโนโลยีอื่นๆ ประการที่สามคือตัวเร่งปฏิกิริยาเฉพาะบริษัท: Sodexo รายงานรายได้ Q3 ที่ดีกว่าคาด, Bayer ได้รับการอัปเกรดเชิงบวกจากนักวิเคราะห์ และ SKF ประกาศการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจหุ่นยนต์ — ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นแรงผลักดันในระดับหุ้นที่ช่วยผลักดันดัชนีอ้างอิงสู่จุดสูงสุดตลอดกาล
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ดัชนี STOXX 600 ปิดบวก 1.4% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขจ้างงานเดือนมิ.ย.
ดัชนี STOXX 600 ปิดบวก 1.4% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขจ้างงานเดือนมิ.ย. แรงขายหุ้น AI ทั่วโลกกดดันตลาด แต่ภาคส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มสุขภาพที่ปรับตัวขึ้น 3.3% สามารถชดเชยแรงกดดันดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์ [1][5]
ปัจจัยเฉพาะหุ้นรายตัวหนุนตลาดเพิ่มเติม: Sodexo รายงานรายได้ Q3 Fiscal 2026 สูงกว่าคาด, Bayer ได้รับการปรับเพิ่มเรทติ้งจาก Deutsche Bank, และ SKF ประกาศร่วมทุนกับ Leaderdrive ของจีนเพื่อผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์...