แม้แต่กรณีเรือบรรทุก Jimblebar ที่จอดนิ่งอยู่นอกท่าเรือเป็นเวลาหลายสัปดาห์ในเดือนมกราคม 2026 ก็ยังแสดงให้เห็นว่าการปิดกั้นของ CMRG สร้างแรงเสียดทานมหาศาลแต่ไม่ใช่การปิดตายสนิท .
Fortescue ยังไม่รายงานผลกระทบต่อการผลิตเหมืองแร่ . แต่จังหวะนี้อ่อนไหวมากเพราะบริษัทกำลังเปิดตัว Fortune Fines ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ที่ส่งไปยังจีนเป็นครั้งแรก
.
ตลาดแร่เหล็กผันผวนหนัก ในช่วงที่ผ่านมา การรณรงค์ของ CMRG ได้ผลักดันราคาเกรดกลางสูงขึ้น เนื่องจากตลาดต้องปรับตัวต่อการหยุดชะงักของกระแสการค้า . ผู้เข้าร่วมตลาดบางส่วนแสดงความไม่พอใจ เพราะข้อจำกัดเหล่านี้กลับทำให้ราคาเกรดอื่นสูงขึ้นในระยะสั้น สวนทางกับเป้าหมายประหยัดต้นทุน
.
การก่อตั้ง CMRG ในเดือนกรกฎาคม 2022 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ จุดประสงค์คือการเลิก 'ต่างคนต่างสู้' ของโรงเหล็กจีนที่ทำให้จีนเสียเปรียบในการเจรจา .
อำนาจซื้อที่รวมศูนย์ — CMRG รวมความต้องการซื้อจากโรงเหล็กชั้นนำประมาณ 20 แห่ง คิดเป็น 60-70% ของอุปสงค์แร่เหล็กทางทะเลโลก . ในปี 2024 จีนนำเข้าแร่เหล็กประมาณ 1.1 พันล้านตัน และในปี 2025 เพิ่มเป็น 1.26 พันล้านตัน คิดเป็นประมาณสามในสี่ของแร่เหล็กทั้งหมดที่ขนส่งทางทะเลโลก
.
กลยุทธ์กดดันแบบขั้นบันได — CMRG ใช้การปิดกั้นแบบค่อยเป็นค่อยไป: เริ่มจากห้ามซื้อเกรดเฉพาะ (เช่น Hancock Prospecting's MB fines ถูกห้ามนานกว่าปีจนถึงตุลาคม 2025 ), แล้วขยายเป็นแบนสินค้าทั้งหมด (BHP กันยายน 2025
), และตอนนี้ปิดกั้นสต็อกที่ท่าเรือ (Fortescue 2026
).
เป้าหมายการเจรจา — CMRG ต้องการลดราคา, ปรับเงื่อนไขสัญญา, และเปลี่ยนกลไกราคาจากการอ้างอิงดัชนีรายไตรมาส (ที่เหมืองใหญ่ชอบใช้) ไปสู่กลไกตลาดสปอตที่โปร่งใส . แรงกดดันของจีนเพิ่มขึ้นเมื่อมีแหล่งอุปทานใหม่จากโครงการ Simandou ในกินีที่จะเริ่มผลิตในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
.
ในขณะที่ความขัดแย้งกับ BHP เริ่มคลี่คลายในต้นปี 2026 แรงกดดันต่อ Fortescue อาจส่งสัญญาณว่า CMRG กำลังใช้กลยุทธ์หลายแนวรบพร้อมกัน คำถามใหญ่สำหรับตลาดแร่เหล็กโลกคือ การรวมศูนย์อำนาจซื้อของจีนจะบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราคาถาวรหรือไม่ หรือเหมืองใหญ่จะปรับตัวให้เข้ากับความเป็นจริงใหม่ที่ผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดในโลกมีอำนาจรวมศูนย์เหนืออุปสงค์ทั้งหมด