ประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช ประกาศยืนหยัดเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% อย่างชัดเจนที่ฟอรัม ECB ในเมืองซินตรา ส่งสัญญาณไม่ลดดอกเบี้ยแม้ถูกกดดันจากโดนัลด์ ทรัมป์ [18] ค่าเงินเยนร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีที่ 162.84 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐเมื่อคืนวันที่ 1 2 กรกฎาคม ทำสถิติอ่อนค่าลงกว่า 13% ในรอบ 12 เดือน สร้างความกังวลเรื่องการแทรก...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for How are global markets reacting to Fed Chair Kevin Warsh's reaffirmation of the 2% inflation targ. Article summary: ## Global Markets React to a Coordinated Policy Shock. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
ตลาดการเงินโลกเข้าสู่เดือนกรกฎาคม 2026 ด้วยแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่จาก 3 ปัจจัยหลักพร้อมกัน ได้แก่ นโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ภายใต้ประธานคนใหม่, ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงหนักสุดในรอบ 40 ปี และราคาน้ำมันที่ดิ่งลงจากความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชีย พันธบัตร และสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ตอบสนองแตกต่างกันไปตามแรงกดดันที่มีความซับซ้อนในครั้งนี้
ในงานฟอรัมประจำปีของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ซินตรา ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะ 'ยึดมั่นอย่างแน่วแน่' ต่อเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% และจะ 'ทำให้ผิดหวัง' สำหรับใครก็ตามที่คาดหวังนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลง วอร์ชกล่าวว่า ความคาดหวังเรื่องเงินเฟ้อได้ปรับตัวลดลงและความเสี่ยงก็ลดลง แต่เขาย้ำถึงความมุ่งมั่นของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ที่ 'ชัดเจนและเป็นเอกฉันท์' ต่อเสถียรภาพของราคา
ท่าทีที่แข็งกร้าวนี้เกิดขึ้นแม้จะตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ย
ในการประชุมครั้งแรกของวอร์ชในเดือนมิถุนายน FOMC มีมติ 12 ต่อ 0 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% พร้อมกับเปิดฉากการทบทวนกรอบนโยบายการเงินครั้งใหญ่ ซึ่งรวมถึงการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเกี่ยวกับเงินเฟ้อ การสื่อสาร และปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ผลกระทบต่อตลาด: ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 13 เดือน ขณะที่ตลาดปรับเปลี่ยนความคาดหวังไปสู่การคงดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นตามแรงกดดันจากท่าทีแข็งกร้าวของเฟด
อัตราเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนีราคาค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) คาดการณ์ไว้ที่ 3.6% ในปี 2026 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% อย่างมาก
ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าลงเกินกว่า 162 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี ที่ 162.84 เยนในช่วงข้ามคืนของวันที่ 1-2 กรกฎาคม นับเป็นระดับที่อ่อนค่าที่สุดของเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่ปี 1986
การร่วงลงอย่างต่อเนื่องนี้เริ่มจากช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่เยนซื้อขายอยู่แถว 160.80 เยน ก่อนจะไถลลงไปที่ 161.81 เยนในวันที่ 19 มิถุนายน ทะลุระดับ 162 เยนในวันที่ 30 มิถุนายน และยังคงร่วงลงต่อเนื่อง
นักลงทุนกำลังจับตาการแทรกแซงของทางการญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดวันที่ 4 กรกฎาคมของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นช่วงที่ปริมาณการซื้อขายบางตาและอาจเป็นช่วงที่โตเกียวเลือกเข้าแทรกแซงตลาด กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นเคยเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงสกุลเงินมาก่อน แต่ความพยายามเหล่านั้นล้มเหลวในการหยุดยั้งการร่วงลง
ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เงินเยนอ่อนค่าลงประมาณ 13% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
ราคาน้ำมันดิบร่วงลงมากกว่า 1% ในวันที่ 1 กรกฎาคม สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 71.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ลดลง 1.89%) และน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) อยู่ที่ 68.58 ดอลลาร์ ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในกาตาร์ 'กำลังไปได้ด้วยดี' ซึ่งช่วยคลายความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทาน
การปรับตัวลงนี้เป็นแนวโน้มที่ดำเนินมาหลายสัปดาห์แล้ว โดยในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียวน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงประมาณ 21% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 การลงนามข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านในช่วงกลางเดือนมิถุนายนเปิดทางให้เรือเดินสมุทรผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และเป็นสัญญาณถึงการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร ส่งผลให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้มากขึ้น
สหรัฐฯ ยังได้อนุญาตให้มีการส่งออกน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงบางส่วนจากอิหร่านเป็นเวลา 60 วัน โดยอ้างถึง 'การหารือที่สร้างสรรค์' ในสวิตเซอร์แลนด์
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มยังคงไม่แน่นอน การยิงขีปนาวุธตอบโต้กันในช่วงสุดสัปดาห์ทำให้สถานการณ์ยังเปราะบาง และสัญญาณทางการทูตที่หลากหลายจากเตหะรานทำให้ราคาน้ำมันยังไม่ร่วงลงไปมากกว่านี้ ณ วันที่ 2 กรกฎาคม ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังคงซื้อขายใกล้ระดับ 71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยตลาดกำลังประเมินการฟื้นตัวของอุปทาน แต่อ่อนไหวต่อการพลิกกลับของเจรจาเป็นอย่างมาก
ตลาดหุ้นเอเชียเริ่มต้นไตรมาสใหม่ในวันที่ 1 กรกฎาคมด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านพบอุปสรรคใหม่ และการร่วงลงของเงินเยนทำให้นักลงทุนกังวล ตลาดพันธบัตรก็อยู่ภายใต้แรงกดดันเช่นกัน หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น
ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในเอเชียได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเทขายในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเกี่ยวกับ AI ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลง 8.3% และดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นลดลง 3.9% เนื่องจากความตื่นเต้นเกี่ยวกับ AI ชะลอตัวลง ในช่วงเวลานั้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 2 ปีพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 16 เดือน
นักลงทุนต่างชาติกำลังกลับเข้ามาลงทุนในพันธบัตรตลาดเกิดใหม่ในเอเชียอีกครั้ง แม้ว่าเฟดจะกลับมาใช้นโยบายแข็งกร้าวอีกครั้ง โดยเดิมพันว่าธนาคารกลางในภูมิภาคจะคงดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งทำให้ตราสารหนี้มีผลตอบแทนที่น่าดึงดูด พันธบัตรเอเชียมีความอ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ค่อนข้างน้อย โดยค่าสหสัมพันธ์ 30 วันระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 5 ปีของสหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุใกล้เคียงกันในเอเชียเกิดใหม่ อยู่ที่ประมาณ 0.04 เท่านั้น เทียบกับ 0.34 ในภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) และ 0.44 ในละตินอเมริกา
ในขณะเดียวกัน ดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้นยังคงสร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ในวงกว้าง โดยดัชนีดอลลาร์ยังคงทรงตัวในระดับสูง เงินเยนเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากความแข็งแกร่งของดอลลาร์
ตลาดกำลังประเมินสถานการณ์ที่เฟดจะคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น ('higher for longer') เงินเยนที่อาจทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นต้องเข้าแทรกแซงตลาดทุกเมื่อ และราคาน้ำมันที่ได้ลดลงเพื่อสะท้อนความสำเร็จทางการทูตกับอิหร่านแล้ว แต่ยังคงอ่อนไหวสูงต่อการพลิกผันของการเจรจาใดๆ พันธบัตรตลาดเกิดใหม่ในเอเชียเป็นสินทรัพย์ที่ยังมีความยืดหยุ่น ดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศจากผลตอบแทนที่น่าดึงดูดใจ ท่ามกลางบรรยากาศเชิงลบของโลกในภาพรวม
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช ประกาศยืนหยัดเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% อย่างชัดเจนที่ฟอรัม ECB ในเมืองซินตรา ส่งสัญญาณไม่ลดดอกเบี้ยแม้ถูกกดดันจากโดนัลด์ ทรัมป์ [18]
ประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช ประกาศยืนหยัดเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% อย่างชัดเจนที่ฟอรัม ECB ในเมืองซินตรา ส่งสัญญาณไม่ลดดอกเบี้ยแม้ถูกกดดันจากโดนัลด์ ทรัมป์ [18] ค่าเงินเยนร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีที่ 162.84 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐเมื่อคืนวันที่ 1 2 กรกฎาคม ทำสถิติอ่อนค่าลงกว่า 13% ในรอบ 12 เดือน สร้างความกังวลเรื่องการแทรกแซงของญี่ปุ่น [33][38]
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 71.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันที่ 1 กรกฎาคม ร่วงลง 1.89% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน หลังทรัมป์ระบุการเจรจากับอิหร่าน 'กำลังไปได้ดี' [1][9]