1. Private Credit เติมเต็มช่องว่างที่ตลาดสาธารณะเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำได้
Morgan Stanley ระบุว่ามีช่องว่างทางการเงินประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่ง private credit เพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถเติมเต็มได้ ทำให้ Hyperscaler และกิจการร่วมค้าหันมาใช้ช่องทางหนี้ทุกประเภทที่มี โครงสร้างยอดนิยมในตอนนี้คือการใช้ Special Purpose Vehicle (SPV) หรือบริษัทวัตถุประสงค์พิเศษ: Hyperscaler ถือหุ้นส่วนน้อยประมาณ 20% ในขณะที่กลุ่ม private credit (Apollo, Blackstone, KKR, Blue Owl, PIMCO, Carlyle) เป็นผู้ให้ทุนส่วนใหญ่ และธนาคารเพื่อการลงทุนเป็นผู้จัดการการออกหนี้
2. การจัดหาเงินทุนนอกงบดุล (Off-balance-sheet Financing) กำลังบูม
บริษัท AI ได้ย้ายค่าใช้จ่ายศูนย์ข้อมูลมากกว่า 120,000 ล้านดอลลาร์ ออกจากงบดุลภายในเวลาไม่ถึงสองปี โดยใช้ SPV และสัญญาเช่า เนื่องจากรายได้จาก AI (~60,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025) ตามหลัง Capex (~400,000 ล้านดอลลาร์) อย่างมาก ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ได้ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนจากเงินทุนจากส่วนทุน (equity) มาเป็นหนี้ (debt) เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับมาตรฐานสินเชื่อและเสถียรภาพทางการเงิน
3. ตลาด Securitization ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
CMBS และ ABS ของศูนย์ข้อมูลกำลังกลายเป็นช่องทางการเงินที่ปรับขนาดได้ ตัวอย่างเช่น Blackstone ใกล้เสร็จสิ้นการออก CMBS มูลค่า 346 ล้านล้านดอลลาร์ (แม้ตัวเลขนี้อาจเป็นการพิมพ์ผิด แต่สื่อหลายสำนักรายงานว่ามีมูลค่ามาก) โดยมีศูนย์ข้อมูล 10 แห่งใน 6 ตลาดสหรัฐฯ เป็นหลักประกัน เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้ของ QTS