| ช่วงเวลา | ยอดส่งมอบ | เปลี่ยนแปลง YoY | เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง |
|---|---|---|---|
| Q2 2026 (ฉันทามติ IR เทสลา) | ~406,024 | +5.7% vs Q2 2025 | +13.4% vs Q1 2026 (358,023 คัน) |
| Q2 2025 (ตัวเลขจริง) | 384,122 | — | — |
| Q1 2026 (ตัวเลขจริง) | 358,023 | — | — |
ยอดส่งมอบ Q2 2026 ที่เพิ่มขึ้นจาก Q1 2026 ประมาณ 48,001 คัน หรือคิดเป็น +13.4% สะท้อนถึงการฟื้นตัวที่ดีขึ้น โดยเฉพาะรุ่น Model 3/Y ซึ่งคาดว่าจะมียอดส่งมอบ 392,625 คัน คิดเป็นสัดส่วนถึง 96.7% ของยอดส่งมอบทั้งหมด
BYD ทิ้งห่างเทสลาในตลาด EV บริสุทธิ์ (BEV) ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า BYD ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าบริสุทธิ์ (BEV) จำนวน 557,090 คัน ในไตรมาสที่ 2 ปี 2026 ในขณะที่เทสลาคาดว่าจะรายงานยอดส่งมอบประมาณ 396,500 คัน ทำให้ BYD นำห่างเทสลามากกว่า 160,000 คัน
ถึงแม้ BYD จะมียอดขาย NEV (รวม PHEV) ในจีนที่ชะลอตัวในช่วงต้นปี 2026 แต่การส่งออกที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนยอดขายโดยรวม โดยในเดือนมิถุนายน 2026 BYD มียอดขายทั่วโลก 403,472 คัน เพิ่มขึ้น 5.5% จากปีก่อน โดยยอดส่งออกพุ่งสูงถึง 94.7%
ตลาดยุโรปเป็นปัจจัยบวกที่ชัดเจนที่สุด โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์เทสลาในเดือนพฤษภาคม 2026 พุ่งสูงขึ้นในหลายประเทศ และฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน
โดยรายงานระบุว่ายอดจดทะเบียนเทสลาในยุโรปในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้นถึง 57% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยหนุนสำคัญ: เงินอุดหนุน EV จำนวน 3 พันล้านยูโร ของเยอรมนี ซึ่งเริ่มเปิดให้ยื่นขอได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 สำหรับผู้มีรายได้ครัวเรือนไม่เกิน 80,000 ยูโร โดยเงินอุดหนุนนี้เปิดให้กับผู้ผลิตรถยนต์ทุกราย รวมถึงแบรนด์จีน
ส่งผลให้ตลาด EV ในเยอรมนีฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยยอดจดทะเบียน BEV ในเดือนพฤษภาคม 2026 พุ่งขึ้น 39.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้ระบุสถานะปัจจุบันของเครดิตภาษี EV ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ อย่างชัดเจน รวมถึงไม่ได้ให้ตัวเลขประมาณการยอดขายในสหรัฐฯ สำหรับ Q2 2026 ของเทสลาโดยเฉพาะ
ในด้านหนึ่ง Barclays อ้างถึงการฟื้นตัวของภาค EV ในจีนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คาดการณ์ยอดส่งมอบเทสลา Q2 สูงขึ้น แต่อีกด้านหนึ่ง BYD รายงานว่าอุปสงค์ในจีนยังคงอ่อนแอ โดยยอดขายในประเทศลดลง 22% ในเดือนมิถุนายน
ในขณะที่ข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์ของเทสลาในจีนก็สะท้อนถึงความต้องการภายในประเทศที่ชะลอตัวเช่นกัน
หลักฐานในแหล่งข้อมูลที่ได้มายังไม่เพียงพอต่อการระบุสถานะล่าสุดของกระบวนการอนุมัติระบบ Full Self-Driving (FSD) ของเทสลาในยุโรป ซึ่งยังคงเป็นตัวแปรที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน
ไตรมาส 2 ปี 2026 ของเทสลากำลังจะเป็น ไตรมาสแห่งการฟื้นตัวในระดับปานกลาง โดยฉันทามติของวอลล์สตรีทคาดการณ์ยอดส่งมอบประมาณ 406,000 คัน เติบโต 5.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน การฟื้นตัวของตลาดยุโรป เป็นปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นที่ชัดเจนที่สุด จากทั้งยอดจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้น
และเงินอุดหนุน EV ของเยอรมนี
ในทางกลับกัน ข้อมูลสนับสนุนว่า BYD มีโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากการส่งออกที่เติบโตสูง
ทำให้ BYD ทิ้งห่างเทสลาในตลาด BEV ทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ