ธนาคารรายใหญ่ในยุโรปซึ่งมี AFME เป็นตัวแทนหลัก ได้ออกมาเรียกร้องต่อหน่วยงานกำกับดูแลในเดือนมิถุนายน 2026 ว่าอย่าเพิ่งแทรกแซงตลาดหุ้น โดยชี้ว่าไม่มีหลักฐานว่าปริมาณการซื้อขายบนตลาดหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมที่ลดลงส่งผลกระทบ... กลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 6 ประเทศใน EU หรือ 'E6' (เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เนเธอร์แลนด์ แ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What arguments are European banks and trading firms making against proposed regulatory interventi. Article summary: Here is a fact-checked summary based on the available sources.. Topic tags: general, government, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
ในกลางปี 2026 สนามรบด้านกฎระเบียบที่เต็มไปด้วยเดิมพันสูงกำลังเกิดขึ้นในกรุงบรัสเซลส์ กลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 6 อันดับแรกของยุโรป ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เนเธอร์แลนด์ และโปแลนด์ ซึ่งรู้จักกันในนาม 'กลุ่ม E6' กำลังผลักดันกฎที่เข้มงวดขึ้นสำหรับการซื้อขายนอกตลาด (Off-Exchange Trading) และเพิ่มการกำกับดูแลตลาดแบบรวมศูนย์ เป้าหมายที่ประกาศไว้คือการสร้างตลาดทุนที่โปร่งใสและบูรณาการมากขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขันกับวอลล์สตรีทและลอนดอนได้
แต่ธนาคารรายใหญ่และบริษัทเทรดดิ้งชั้นนำของยุโรปกำลังต่อต้านอย่างหนัก โดยมีสมาคมการเงินแห่งยุโรป (Association for Financial Markets in Europe - AFME) เป็นแกนนำ อุตสาหกรรมการเงินกำลังโต้แย้งด้วยข้อเท็จจริงที่แหลมคมว่า 'ตลาดกำลังทำงานได้ดี หน่วยงานกำกับดูแลไม่มีหลักฐานว่ามันเสียหาย และกฎใหม่จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี'
นี่คือการวิเคราะห์แบบข้อเท็จจริงถึงข้อโต้แย้งหลัก ประเด็นกังวลเฉพาะ และบริบทด้านกฎระเบียบที่ผลักดันให้เกิดการปะทะครั้งนี้
ข้อเรียกร้องหลักของภาคธนาคารนั้นง่ายมาก: การเปลี่ยนเส้นทางการซื้อขายออกจากตลาดหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมไม่ได้ทำให้คุณภาพของตลาดหรือกลไกราคาแย่ลง
รายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ในเดือนมิถุนายน 2026 ระบุว่า ธนาคารรายใหญ่ของยุโรปได้เรียกร้องต่อสาธารณะให้หน่วยงานกำกับดูแลอย่าเพิ่งแทรกแซง โดยระบุว่า 'ไม่มีหลักฐานว่าปริมาณการซื้อขายบนตลาดหุ้นแบบดั้งเดิมที่ลดลงได้ส่งผลกระทบต่อการกำหนดราคา' AFME ซึ่งมีสมาชิกคือธนาคารใหญ่ๆ อย่าง Deutsche Bank, Credit Agricole, Santander รวมถึงบริษัทเทรดดิ้งอย่าง Citadel Securities และ Jane Street ได้วางจุดยืนนี้ไว้ในเอกสารชื่อ 'EU Equity Market Structure: Challenging the Myths'
เอกสารดังกล่าวโต้แย้งว่าโครงสร้างตลาดในปัจจุบัน 'ทำงานได้ดี มีความยืดหยุ่น และเอื้อต่อกระบวนการกำหนดราคาที่แข็งแกร่ง' และการปฏิรูปอีกครั้งหนึ่งจะเป็น 'การกระทำที่ส่งผลเสียและสร้างความเสียหายโดยพื้นฐาน'
ข้อสังเกตจากแหล่งข้อมูล: จุดยืนของภาคธนาคารและ AFME ถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เนื้อหาเต็มของรายงานรอยเตอร์เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 ไม่ได้ถูกดึงมาอย่างสมบูรณ์ในแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ แต่ข้อโต้แย้งของอุตสาหกรรมได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากเอกสารหลักของ AFME และรายงานแยกจาก Global Banking and Finance
การแทรกแซงด้านกฎระเบียบที่ถูกเสนอขึ้นมานั้นมุ่งเป้าไปที่ Systematic Internalisers (SIs) ซึ่งก็คือธนาคารและบริษัทเทรดดิ้งที่ดำเนินการตามคำสั่งซื้อขายของลูกค้านอกตลาดหลักทรัพย์ (Off-Exchange) โดยตรงแบบทวิภาคี
จุดยืนร่วมของ E6 ที่เผยแพร่ในเดือนพฤษภาคม 2026 เรียกร้องให้มี 'สนามแข่งขันที่เท่าเทียม' (Level Playing Field) ระหว่างตลาดหลักทรัพย์ (Trading Venues) และธนาคารที่ทำหน้าที่เป็น SIs ซึ่งมีนัยยะถึงการจำกัดและเพิ่มความโปร่งใสในการซื้อขายนอกตลาดให้มากขึ้น นอกจากนี้ E6 ยังสนับสนุนให้ค่อยๆ ถ่ายโอนอำนาจการกำกับดูแลตลาดที่สำคัญไปยัง ESMA แบบรวมศูนย์
SIs ไม่ใช่แพลตฟอร์มการซื้อขาย (Trading Venues) นี่คือข้อโต้แย้งพื้นฐานที่สุดของอุตสาหกรรม AFME ชี้แจงว่าธนาคารที่ทำหน้าที่ SIs นั้นไม่ได้ดำเนินระบบการซื้อขายแบบพหุภาคีเหมือนตลาดหลักทรัพย์ แต่พวกเขาดำเนินการซื้อขายแบบทวิภาคีกับลูกค้า โดยให้บริการความรวดเร็วและความแน่นอนสำหรับคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ (Block Trades) ซึ่งหากทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ปกติ (Lit Exchange) อาจทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของราคาที่ไม่พึงประสงค์ การปฏิบัติต่อ SIs แบบเดียวกันกับตลาดหลักทรัพย์นั้น AFME มองว่าเป็น 'ความเข้าใจผิด'
ป้องกันการก้าวก่ายเกินขอบเขต: อุตสาหกรรมเตือนว่าการคุมเข้มกฎ SI จะบีบให้คำสั่งซื้อขายไหลกลับไปยังตลาดหลักทรัพย์แบบโปร่งใส (Lit Exchanges) ซึ่งจะลดความยืดหยุ่นของนักลงทุนสถาบันที่พึ่งพาการซื้อขายนอกตลาดเพื่อลดผลกระทบต่อตลาด
ระยะเวลาและภาระที่ทับถม: ปัจจุบันบริษัทต่างๆ กำลังดำเนินการปรับเปลี่ยนตามกฎ MiFIR/MiFID II ที่เพิ่งผ่านการทบทวนล่าสุด AFME โต้แย้งว่าการเปิดศึกปฏิรูปใหม่อีกครั้งในตอนนี้ยังเร็วเกินไปและเป็นภาระหนักเกินจำเป็น เอกสารของหอจดทะเบียนกลุ่มล็อบบี้ของเยอรมนีระบุชัดเจนว่าการดำเนินการนี้ 'เป็นการกระทำที่ส่งผลเสียและขัดแย้งโดยพื้นฐานกับวัตถุประสงค์ในการลดความซับซ้อน'
กลุ่ม E6 ออกแถลงการณ์ร่วมในเดือนพฤษภาคม 2026 เรียกร้องให้ค่อยๆถ่ายโอนอำนาจการกำกับดูแลไปยัง ESMA และเพิ่มความโปร่งใสในตลาดหุ้น หนังสือพิมพ์ The Irish Times รายงานว่าการเคลื่อนไหวนี้เผชิญการต่อต้านจากรัฐขนาดเล็กอย่างไอร์แลนด์และลักเซมเบิร์ก
ท้าทายแนวคิด 'สนามแข่งขันที่เท่าเทียม': เอกสารของ AFME โต้กลับข้อเรียกร้องของ E6 โดยตรง โดยชี้ว่า SIs มีบทบาทและหน้าที่ที่ถูกต้องตามกฎหมายที่แตกต่างกัน
ความกังวลด้านความสามารถในการแข่งขัน: บุคคลระดับสูงในวงการธนาคารตั้งคำถามว่ากฎระเบียบใหม่ๆ เหล่านี้จำเป็นหรือไม่ในขณะที่ EU กำลังพยายามขยายตลาดทุนของตนเอง Lorenzo Bini Smaghi ประธานธนาคาร Societe Generale เรียกมาตรฐานการเทรดดิ้งบุ๊คใหม่ (FRTB) ว่าเป็น 'การลงโทษ' และตั้งคำถามว่ามันสมเหตุสมผลกับยุโรปหรือไม่
ความเสี่ยงจากกฎระเบียบที่มากเกินไป: ผู้จัดการกองทุนชาวฝรั่งเศส BDL Capital Management กล่าวว่ากฎระเบียบตลาดของ EU นั้น 'กำลังขับรถเราชนกำแพง' โดยชี้ว่ามันเอื้อประโยชน์ต่อยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนเชิงรับ (Passive Investment) ของสหรัฐฯ มากกว่าผู้จัดการสินทรัพย์เชิงรุก (Active Managers) ของยุโรป
ข้อโต้แย้งเหล่านี้กำลังดำเนินไปท่ามกลางฉากหลังด้านกฎระเบียบที่กว้างขึ้น:
การเปิดรับฟังความคิดเห็นของ ESMA (เมษายน 2026) รับทราบอย่างชัดเจนถึงความกังวลเกี่ยวกับ 'การเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดของการเทรดแบบมืด (Dark Trading) การลดลงของปริมาณการซื้อขายแบบโปร่งใส (Lit Continuous Trading) และการเพิ่มขึ้นของข้อตกลงการซื้อขายแบบทวิภาคีที่เกี่ยวข้องกับ Systematic Internalisers' นี่คือแนวโน้มที่ธนาคารกล่าวว่าไม่เป็นอันตราย
คณะกรรมาธิการยุโรป ในเดือนมิถุนายน 2026 ได้ออกกฎระเบียบ (Delegated Act) แก้ไข Fundamental Review of the Trading Book (FRTB) ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงด้านตลาดที่แยกออกไปแต่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่ธนาคารกำลังเผชิญอยู่
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนข้อเสนอของคณะกรรมาธิการในการสร้างตลาดทุนที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น รวมถึงการขจัดอุปสรรคข้ามพรมแดน
จุดยืนของอุตสาหกรรมได้รับการสนับสนุนจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ เช่น เอกสารจุดยืนของ AFME และเอกสารจากหอจดทะเบียนกลุ่มล็อบบี้ มุมมองด้านกฎระเบียบได้รับการบันทึกไว้อย่างดีในเอกสารการเปิดรับฟังความคิดเห็นของ ESMA และแถลงการณ์ร่วมของ E6 คำถามสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบก็คือคำถามที่ธนาคารถาม: หลักฐานของความเสียหายอยู่ที่ไหน?
การเปิดรับฟังความคิดเห็นของ ESMA ซึ่งปิดรับข้อเสนอในวันที่ 30 มิถุนายน 2026 จะมีแถลงการณ์ตอบรับในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 แถลงการณ์นั้นอาจยืนยันข้อโต้แย้งของอุตสาหกรรมที่ว่าตลาดกำลังทำงานได้ดี หรืออาจเป็นข้อมูลที่หน่วยงานกำกับดูแลบอกว่าจำเป็นเพื่อพิสูจน์การแทรกแซงก็เป็นได้
สรุปข้อโต้แย้งหลักตามแหล่งที่มา:
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ธนาคารรายใหญ่ในยุโรปซึ่งมี AFME เป็นตัวแทนหลัก ได้ออกมาเรียกร้องต่อหน่วยงานกำกับดูแลในเดือนมิถุนายน 2026 ว่าอย่าเพิ่งแทรกแซงตลาดหุ้น โดยชี้ว่าไม่มีหลักฐานว่าปริมาณการซื้อขายบนตลาดหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมที่ลดลงส่งผลกระทบ...
ธนาคารรายใหญ่ในยุโรปซึ่งมี AFME เป็นตัวแทนหลัก ได้ออกมาเรียกร้องต่อหน่วยงานกำกับดูแลในเดือนมิถุนายน 2026 ว่าอย่าเพิ่งแทรกแซงตลาดหุ้น โดยชี้ว่าไม่มีหลักฐานว่าปริมาณการซื้อขายบนตลาดหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมที่ลดลงส่งผลกระทบ... กลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 6 ประเทศใน EU หรือ 'E6' (เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เนเธอร์แลนด์ และโปแลนด์) กำลังผลักดันกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นสำหรับการซื้อขายนอกตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านช่องทาง Systematic Internalise...
AFME โต้กลับข้อเสนอของ E6 อย่างแข็งกร้าว โดยชี้ว่าการปฏิบัติต่อ SIs ในฐานะแพลตฟอร์มการซื้อขายนั้นเป็น 'ความเข้าใจผิด' เนื่องจาก SIs ทำหน้าที่แตกต่างจากตลาดหลักทรัพย์ คือให้บริการซื้อขายแบบเฉพาะเจาะจง (Bespoke Trading)...