เมื่อถึง 21 มิถุนายน ทางการที่รัสเซียแต่งตั้งได้ ระงับการขายน้ำมันโดยสิ้นเชิง ที่ปั๊มน้ำมันทุกแห่งในไครเมีย ระงับการทำธุรกรรมทั้งเงินสด บัตร และคูปอง การดับไฟฟ้าเป็นรอบ (rolling blackouts) ถูกบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน โดยมีรายงานไฟดับในเซวาสโทโพล (Sevastopol) อลุชตา (Alushta) ครัสโนเปเรคอปสค์ (Krasnoperekopsk) อาร์เมียนสค์ (Armyansk) และเฟโอโดเซีย (Feodosia)
ในวันที่ 26 มิถุนายน Sergei Aksyonov ผู้ว่าการที่รัสเซียแต่งตั้งได้ประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินระดับภูมิภาค ในไครเมีย โดยอ้างถึงการขาดแคลนน้ำมัน ไฟดับ และระบบลอจิสติกส์ที่หยุดชะงักจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนหลายสัปดาห์
การโจมตีโรงไฟฟ้า Saky และสถานีย่อย Nekrasivka ในวันที่ 28-29 มิถุนายน ทำให้ไฟดับที่เกิดขึ้นอยู่แล้วรุนแรงขึ้น โดยมีรายงานไฟดับเป็นวงกว้างทั่วไครเมีย เคอร์ซอน และโดเนตสค์ในเช้าวันที่ 29 มิถุนายน
ผลการค้นหาไม่พบบทความหรือแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากเอสโตเนียที่กล่าวถึงการโจมตีในวันที่ 28-29 มิถุนายนโดยเฉพาะ หรือความเสี่ยงที่โดรนอาจบินเข้าสู่น่านฟ้าของ NATO บริบทที่กว้างขึ้น: NBC News รายงานเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนว่าการรณรงค์ด้วยโดรนอย่างต่อเนื่องของยูเครนมีเป้าหมายเพื่อสร้าง "จุดแตกหักทางจิตวิทยาต่อมอสโก" และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของชาติตะวันตกยอมรับต่อสาธารณะว่าโดรนของยูเครนบางลำอาจข้ามเข้าไปในน่านฟ้าของ NATO แต่ถือว่านี่เป็นความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เอสโตเนียเป็นหนึ่งในพันธมิตร NATO ที่สนับสนุนการรณรงค์โจมตีลึกอย่างไม่มีข้อจำกัดของยูเครนมากที่สุด และไม่มีแหล่งข้อมูลใดในเนื้อหาที่แสดงให้เห็นว่าทาลลินน์ได้กำหนดเงื่อนไขต่อการสนับสนุนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ไม่พบแหล่งข้อมูลโดยตรงที่อ้างถึงเอสโตเนีย สำหรับการโจมตีในวันที่ 28-29 มิถุนายนเป็นการเฉพาะในรายงานที่มีอยู่