เจพีมอร์แกนประกาศเมื่อ 29 มิ.ย. 2026 ปรับเป้าหมาย Stoxx Europe 600 สิ้นปีเป็น 680 จุด จากเดิม 630 จุด และปรับเป้า MSCI Eurozone เป็น 420 จุด จากเดิม 385 จุด ทำให้เป็นธนาคารใหญ่ที่มองหุ้นยุโรป bullish ที่สุดในขณะนี้ Mislav Matejka หัวหน้ากลยุทธ์หุ้นยุโรปของเจพีมอร์แกน ชี้หุ้นยุโรปมี upside ประมาณ 7% จากระดับปิด 635.8...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What key catalysts led JPMorgan to raise its year-end targets for the Stoxx Europe 600 to 680 and. Article summary: On Monday, June 29, 2026, J.P. Morgan raised its year-end target for the **Stoxx Europe 600** to **680** (from 630) and the **MSCI Eurozone** index to **420** (from 385), in a note led by strategist Mislav Matejka that c. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2026 เจพีมอร์แกน (J.P. Morgan) ประกาศปรับเพิ่มเป้าหมายสิ้นปีของ Stoxx Europe 600 เป็น 680 จุด (จาก 630 จุด) และปรับเป้าหมาย MSCI Eurozone เป็น 420 จุด (จาก 385 จุด) โดยในรายงานที่นำโดย Mislav Matejka นักกลยุทธ์ชื่อดัง ระบุว่าหุ้นยุโรปเป็น "เรื่องราวที่น่าสนใจ" (compelling story) การปรับเป้าครั้งนี้ทำให้เจพีมอร์แกนเป็นธนาคารที่มองตลาดหุ้นยุโรป bullish มากที่สุดในบรรดาธนาคารวอลล์สตรีตรายใหญ่ สูงกว่า Barclays และ HSBC
แต่ประเด็นสำคัญคือ ปัจจัยบางอย่างที่ถูกพูดถึงในตลาดยังไม่ได้รับการยืนยันโดยตรงจากรายงานฉบับนี้ทั้งหมด มาดูกันแบบแยกแยะตามแหล่งที่มา
นี่คือปัจจัยหลักที่เจพีมอร์แกนอ้างถึงโดยตรง ธนาคารคาดว่ากำไรของบริษัทในยุโรปจะเติบโตในระดับเลขสองหลักในปี 2026 และอธิบายว่าเป็นการเร่งตัวขึ้น ตัวเลข 20% ที่ถูกพูดถึงนั้น ยังไม่ได้ถูกอ้างถึงโดยตรงในรายงานสรุปข่าว แต่มีตัวเลขจากเจพีมอร์แกน แอสเซท เมเนจเมนต์ก่อนหน้านี้ คาดการณ์กำไรยุโรปปี 2026 ที่ 11.6%
และรายงานจากเจพีมอร์แกน ไพรเวทแบงก์เมื่อ 24 มิ.ย. คาดการณ์กำไร S&P 500 โตประมาณ 20% แต่ไม่ได้ใช้ตัวเลขนั้นกับยุโรป
เจพีมอร์แกนคาดว่าการปรับตัวขึ้นจะไม่จำกัดอยู่แค่หุ้นกลุ่มนำอีกต่อไป แต่จะกระจายตัวกว้างขึ้น
ธนาคารระบุโดยตรงว่าภาวะภูมิรัฐศาสตร์ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกระบวนการสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เป็นหนึ่งในเหตุผลของการปรับเพิ่มเป้าหมาย
ทีมเทรดดิ้งของเจพีมอร์แกนระบุในบันทึกกลางเดือนมิถุนายนว่า "ข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านที่อาจเกิดขึ้น จะช่วยกระตุ้น impulse การรับความเสี่ยงในหุ้นทั่วโลก โดยมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งหนุน"
Hugh Gimber จากเจพีมอร์แกน แอสเซท เมเนจเมนต์ กล่าวเมื่อ 17 มิถุนายนว่าราคาน้ำมันที่ลดลงสร้างโอกาสในหุ้นยุโรป โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มผู้บริโภคและกลุ่ม cyclical ที่อ่อนไหวต่อพลังงาน
เจพีมอร์แกนเคยระบุก่อนหน้านี้ว่านักลงทุนทั่วโลกถือหุ้นยุโรปน้อยเกินไป ซึ่งเปิดทางให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าไป
เป็นส่วนหนึ่งของมุมมอง bullish ของ Matejka ตั้งแต่กันยายน 2025
การหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านยังเปราะบาง มุมมอง bullish ของเจพีมอร์แกนขึ้นอยู่กับภาวะภูมิรัฐศาสตร์ที่ดีขึ้นและการเติบโตของกำไรที่เกิดขึ้นจริง รายงาน Mid-Year Outlook (25 มิ.ย. 2026) ยอมรับ "ภูมิทัศน์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น" แต่ระบุว่ากรณีฐานมองว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะจำกัด
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
เจพีมอร์แกนประกาศเมื่อ 29 มิ.ย. 2026 ปรับเป้าหมาย Stoxx Europe 600 สิ้นปีเป็น 680 จุด จากเดิม 630 จุด และปรับเป้า MSCI Eurozone เป็น 420 จุด จากเดิม 385 จุด ทำให้เป็นธนาคารใหญ่ที่มองหุ้นยุโรป bullish ที่สุดในขณะนี้
เจพีมอร์แกนประกาศเมื่อ 29 มิ.ย. 2026 ปรับเป้าหมาย Stoxx Europe 600 สิ้นปีเป็น 680 จุด จากเดิม 630 จุด และปรับเป้า MSCI Eurozone เป็น 420 จุด จากเดิม 385 จุด ทำให้เป็นธนาคารใหญ่ที่มองหุ้นยุโรป bullish ที่สุดในขณะนี้ Mislav Matejka หัวหน้ากลยุทธ์หุ้นยุโรปของเจพีมอร์แกน ชี้หุ้นยุโรปมี upside ประมาณ 7% จากระดับปิด 635.88 จุด โดยมีปัจจัยหนุน 4 ด้านที่ได้รับการยืนยันชัดเจน