คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ข้อตกลงหยุดยิง 60 วันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน (MoU) ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 สิ้นสุดลงภายในเวลาไม่กี่วัน หลังถูกบ่อนทำลายด้วยหลายปัจจัยพร้อมกัน ผลสำรวจชี้ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ (78%) ต้องการให้สงครามยุติทันที และมีเพียง 21% เท่านั้นที่สนับสนุนการโจมตีอิหร่าน ขณะที่ชาวอิหร่านจำนวนมากรู้สึกว่าสหรัฐฯ ‘ทรยศ’ พวกเขา รัฐสภาสหรัฐฯ ที่ไม่ว่าฝั่งเดโมแครตหรือรีพับลิกันต่างไม่พอใจข้อตกลงดังกล่าว โดยมีการลงมติจำกัดอำนาจสงครามของทรัมป์ และ สว.รีพับลิกันบางส่วนก็แปรพักตร์ไปร่วมกับฝ่ายค้าน การปะทะกันทางทหารโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันที่ 27 28 มิถุนายน เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงพังทลาย Search & fact-check with cited sources for What were the key factors behind the unraveling of the U.S.-Iran ceasefire agreement signed in mi A conceptual image representing the fragile U.S.-Iran ceasefire agreement of June 2026. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What were the key factors behind the unraveling of the U.S.-Iran ceasefire agreement signed in mi. Article summary: Here is a fact-checked synthesis of the key factors behind the unraveling of the U.S.-Iran ceasefire agreement signed in mid-June 2026.. Topic tags: general, news, general web, user generated, education. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts.
openai.com เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2026 สหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน บันทึกความเข้าใจ (MoU) 14 ข้อได้ลงนามอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 มิถุนายน โดยกำหนดให้มีหยุดยิง 60 วันเพื่อเจรจาข้อตกลงขั้นสุดท้าย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้การรับรองข้อตกลงนี้ที่การประชุม G7 อย่างไรก็ตาม ภายในเวลาไม่กี่วัน ข้อตกลงหยุดยิงก็เริ่มพังทลายลง อะไรคือสิ่งที่ผิดพลาด? การล่มสลายครั้งนี้เกิดจากปัจจัยหลายอย่างที่ตอกย้ำซึ่งกันและกัน จนทำให้ข้อตกลงตายตั้งแต่ก่อนที่จะเซ็นเสร็จ
เสียงประชาชนอเมริกัน: คัดค้านสงครามอย่างท่วมท้น
แรงกดดันหลักที่บ่อนทำลายข้อตกลงหยุดยิงคือน้ำหนักของความคิดเห็นสาธารณะของอเมริกันที่ต่อต้านสงครามอยู่แล้ว ผลสำรวจในเดือนมิถุนายน 2026 แสดงให้เห็นตัวเลขที่รุนแรง:
ผลสำรวจของ CBS News (21 มิถุนายน): 78% ของคนอเมริกันต้องการให้สงครามยุติทันที มีเพียง 22% ที่อยากให้สู้ต่อ
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "สหรัฐฯ-อิหร่าน: ข้อตกลงหยุดยิงที่สิ้นอายุขัยก่อนจะเริ่มต้น" คืออะไร ข้อตกลงหยุดยิง 60 วันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน (MoU) ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 สิ้นสุดลงภายในเวลาไม่กี่วัน หลังถูกบ่อนทำลายด้วยหลายปัจจัยพร้อมกัน
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ข้อตกลงหยุดยิง 60 วันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน (MoU) ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 สิ้นสุดลงภายในเวลาไม่กี่วัน หลังถูกบ่อนทำลายด้วยหลายปัจจัยพร้อมกัน ผลสำรวจชี้ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ (78%) ต้องการให้สงครามยุติทันที และมีเพียง 21% เท่านั้นที่สนับสนุนการโจมตีอิหร่าน ขณะที่ชาวอิหร่านจำนวนมากรู้สึกว่าสหรัฐฯ ‘ทรยศ’ พวกเขา
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? รัฐสภาสหรัฐฯ ที่ไม่ว่าฝั่งเดโมแครตหรือรีพับลิกันต่างไม่พอใจข้อตกลงดังกล่าว โดยมีการลงมติจำกัดอำนาจสงครามของทรัมป์ และ สว.รีพับลิกันบางส่วนก็แปรพักตร์ไปร่วมกับฝ่ายค้าน
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ข้อตกลงหยุดยิง 60 วันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน (MoU) ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 สิ้นสุดลงภายในเวลาไม่กี่วัน หลังถูกบ่อนทำลายด้วยหลายปัจจัยพร้อมกัน ผลสำรวจชี้ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ (78%) ต้องการให้สงครามยุติทันที และมีเพียง 21% เท่านั้นที่สนับสนุนการโจมตีอิหร่าน ขณะที่ชาวอิหร่านจำนวนมากรู้สึกว่าสหรัฐฯ ‘ทรยศ’ พวกเขา รัฐสภาสหรัฐฯ ที่ไม่ว่าฝั่งเดโมแครตหรือรีพับลิกันต่างไม่พอใจข้อตกลงดังกล่าว โดยมีการลงมติจำกัดอำนาจสงครามของทรัมป์ และ สว.รีพับลิกันบางส่วนก็แปรพักตร์ไปร่วมกับฝ่ายค้าน การปะทะกันทางทหารโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันที่ 27 28 มิถุนายน เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงพังทลาย Search & fact-check with cited sources for What were the key factors behind the unraveling of the U.S.-Iran ceasefire agreement signed in mi A conceptual image representing the fragile U.S.-Iran ceasefire agreement of June 2026. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What were the key factors behind the unraveling of the U.S.-Iran ceasefire agreement signed in mi. Article summary: Here is a fact-checked synthesis of the key factors behind the unraveling of the U.S.-Iran ceasefire agreement signed in mid-June 2026.. Topic tags: general, news, general web, user generated, education. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts.
openai.com เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2026 สหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน บันทึกความเข้าใจ (MoU) 14 ข้อได้ลงนามอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 มิถุนายน โดยกำหนดให้มีหยุดยิง 60 วันเพื่อเจรจาข้อตกลงขั้นสุดท้าย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้การรับรองข้อตกลงนี้ที่การประชุม G7 อย่างไรก็ตาม ภายในเวลาไม่กี่วัน ข้อตกลงหยุดยิงก็เริ่มพังทลายลง อะไรคือสิ่งที่ผิดพลาด? การล่มสลายครั้งนี้เกิดจากปัจจัยหลายอย่างที่ตอกย้ำซึ่งกันและกัน จนทำให้ข้อตกลงตายตั้งแต่ก่อนที่จะเซ็นเสร็จ
เสียงประชาชนอเมริกัน: คัดค้านสงครามอย่างท่วมท้น
แรงกดดันหลักที่บ่อนทำลายข้อตกลงหยุดยิงคือน้ำหนักของความคิดเห็นสาธารณะของอเมริกันที่ต่อต้านสงครามอยู่แล้ว ผลสำรวจในเดือนมิถุนายน 2026 แสดงให้เห็นตัวเลขที่รุนแรง:
ผลสำรวจของ CBS News (21 มิถุนายน): 78% ของคนอเมริกันต้องการให้สงครามยุติทันที มีเพียง 22% ที่อยากให้สู้ต่อ
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "สหรัฐฯ-อิหร่าน: ข้อตกลงหยุดยิงที่สิ้นอายุขัยก่อนจะเริ่มต้น" คืออะไร ข้อตกลงหยุดยิง 60 วันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน (MoU) ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 สิ้นสุดลงภายในเวลาไม่กี่วัน หลังถูกบ่อนทำลายด้วยหลายปัจจัยพร้อมกัน
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ข้อตกลงหยุดยิง 60 วันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน (MoU) ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 สิ้นสุดลงภายในเวลาไม่กี่วัน หลังถูกบ่อนทำลายด้วยหลายปัจจัยพร้อมกัน ผลสำรวจชี้ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ (78%) ต้องการให้สงครามยุติทันที และมีเพียง 21% เท่านั้นที่สนับสนุนการโจมตีอิหร่าน ขณะที่ชาวอิหร่านจำนวนมากรู้สึกว่าสหรัฐฯ ‘ทรยศ’ พวกเขา
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? รัฐสภาสหรัฐฯ ที่ไม่ว่าฝั่งเดโมแครตหรือรีพับลิกันต่างไม่พอใจข้อตกลงดังกล่าว โดยมีการลงมติจำกัดอำนาจสงครามของทรัมป์ และ สว.รีพับลิกันบางส่วนก็แปรพักตร์ไปร่วมกับฝ่ายค้าน
ผลสำรวจของ University of Maryland (23 มิถุนายน): มีเพียง 21% ของคนอเมริกันที่เห็นด้วยกับการโจมตีอิหร่าน ส่วน 49% ไม่เห็นด้วย ในหมู่รีพับลิกัน 40% สนับสนุนการโจมตี เทียบกับเพียง 6% ของเดโมแครต Silver Bulletin tracker (28 มิถุนายน): มีแค่ 36% ของคนอเมริกันที่สนับสนุนความขัดแย้งนี้ ในขณะที่ราว 57% ไม่เห็นด้วย ผลสำรวจ Strength in Numbers/Verasight (24 มิถุนายน): 59% สนับสนุนข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม แต่มีเพียง 18% ที่เชื่อว่าสหรัฐฯ บรรลุเป้าหมายแล้ว คนส่วนใหญ่ระบุว่าทรัมป์ไม่ควรเริ่มสงครามนี้ตั้งแต่แรก นี่คือประชากรที่ไม่พร้อมจะยอมรับการเจรจาที่ไม่มีกำหนดสิ้นสุด ประชาชนเหนื่อยล้ากับสงคราม ไม่เชื่อว่าข้อตกลงนี้บรรลุเป้าหมายของสหรัฐฯ และโดยรวมต่อต้านการจัดการความขัดแย้งของรัฐบาล
ความรู้สึกในอิหร่าน: ความโล่งใจแปรเปลี่ยนเป็นความถูกทรยศ ในอิหร่าน ความโล่งใจแรกเริ่มเกี่ยวกับสันติภาพกลายเป็นความโกรธและความผิดหวังอย่างรวดเร็ว ซึ่งยิ่งทำให้ข้อตกลงสั่นคลอนมากขึ้น
นิวยอร์กไทมส์รายงานว่าชาวอิหร่านแสดง "ความรู้สึกผสมระหว่างความโล่งใจและความกังขา"
NPR รายงานว่านักวิจารณ์ระบอบการปกครองจำนวนมาก "แสดงความรู้สึกถูกทรยศโดยสหรัฐฯ" — ไม่ใช่โดยรัฐบาลอิหร่าน แต่โดยฝ่ายอเมริกันที่เริ่มสงครามแล้วมาเจรจาข้อตกลงที่หลายคนมองว่าไร้สาระ
เดอะการ์เดียนถ่ายทอดบรรยากาศ: "ทุกคนโกรธด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน" ชาวเตหะรานคนหนึ่งบรรยายว่าโลกกำลังถูกปกครอง "โดยคนบ้าทั้งหมด"
กลุ่มแข็งกร้าวต้องการให้สงครามดำเนินต่อไป ขณะที่ชาวอิหร่านจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับระบอบการปกครองรู้สึกว่าสหรัฐฯ ทรยศต่อความหวังของพวกเขาในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองด้วยการเจรจากับสาธารณรัฐอิสลาม
การต่อต้านจากรัฐสภาทั้งสองฝ่าย รัฐสภาสหรัฐฯ เปลี่ยนท่าทีเป็นต่อต้านทั้งสงครามและข้อตกลงหยุดยิงอย่างรุนแรง ซึ่งส่งสัญญาณว่ารัฐบาลขาดการสนับสนุนทางการเมืองที่จะรักษาการเจรจาที่กินเวลานาน
มติจำกัดอำนาจสงครามของสภา (4 มิถุนายน): สภาผู้แทนราษฎรผ่านมติสั่งให้ทรัมป์ขออนุญาตรัฐสภาก่อนปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านต่อไป นี่เป็นการลงมติครั้งที่สี่ และเป็นครั้งแรกที่ผ่าน โดยมีรีพับลิกัน 4 คนร่วมกับเดโมแครต
การแปรพักตร์ของวุฒิสภารีพับลิกัน (16 มิถุนายน): วุฒิสมาชิกรีพับลิกันปิดกั้นมติจำกัดอำนาจสงครามของเดโมแครต (47-48) แต่มีสมาชิกรีพับลิกัน 4 คนแปรพักตร์
ปฏิกิริยาเดือดของทรัมป์ (24 มิถุนายน): หลังจากทรัมป์ต่อว่าวุฒิสมาชิกรีพับลิกัน ผู้นำรีพับลิกันเปลี่ยนทิศทางและเสนอญัตติอีกฉบับ ซึ่งผ่านด้วยคะแนน 50-47
เดอะอีโคโนมิสต์ (22 มิถุนายน): บรรยายสถานการณ์ว่าเป็น "การตอบโต้จากทั้งสองฝ่ายต่ออิหร่าน"
วอชิงตันไทมส์ (18 มิถุนายน): สมาชิกรัฐสภาวิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงว่าเอนเอียง ประธานคณะกรรมาธิการกองทัพวุฒิสภา Roger Wicker กล่าวว่าข้อตกลงนี้ "ต่อรองเอาความสำเร็จของปฏิบัติการ Epic Fury ออกไป"
การละเมิดหลังข้อตกลง (28 มิถุนายน): หลังการโจมตีซ้ำ ส.ส.เดโมแครตกล่าวหาทรัมป์ว่าละเมิดมติจำกัดอำนาจสงคราม
การโจมตีทางทหารครั้งใหม่ในปลายเดือนมิถุนายน ข้อตกลงหยุดยิงพังทลายในทางปฏิบัติเมื่อสหรัฐฯ และอิหร่านตอบโต้กันโดยตรง
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน สหรัฐฯ และอิหร่านตอบโต้การโจมตีในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นการปะทะกันโดยตรงครั้งแรกนับตั้งแต่มีการลงนาม MoU แต่ละฝ่ายกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลง
สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านเป็นวันที่สองติดต่อกัน ในวันที่ 28 มิถุนายน ทำให้ ส.ส.เดโมแครตกล่าวหาทรัมป์ว่าละเมิดมติจำกัดอำนาจสงคราม
ปมนิวเคลียร์ที่ยังไม่คลี่คลาย: คำถามที่ยากที่สุดที่ถูกเลื่อนออกไป MoU 60 วันจงใจเลื่อนประเด็นที่ยากที่สุดออกไป :
การเสริมสมรรถนะยูเรเนียม: เดอะการ์เดียนรายงานว่า MoU ปล่อยให้ "คลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน วาระนิวเคลียร์ การคว่ำบาตร และการปล่อยสินทรัพย์แช่แข็งของอิหร่านมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์" ยังไม่ได้รับการแก้ไข วิกิพีเดียระบุว่าประเด็นหลักที่ติดขัดคือสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมภายในประเทศต่อไป
การตรวจสอบของ IAEA: สมาชิกรัฐสภากังวลว่าข้อตกลงนี้ "ไม่บรรลุวัตถุประสงค์" ในด้านการตรวจสอบ และอิหร่านอาจได้รับประโยชน์จากการผ่อนปรนการคว่ำบาตรโดยไม่มีการตรวจสอบที่เข้มงวด
ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถลดช่องว่างก่อนการโจมตีในวันที่ 27 มิถุนายนได้ ทำให้ปัญหานิวเคลียร์กลายเป็นนาฬิกาที่กำลังเดินไปเรื่อยๆ
ข้อกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์และอิสราเอลที่กว้างขึ้น ข้อตกลงนี้เปราะบางตั้งแต่แรกเนื่องจากผู้เล่นอื่นๆ และความไม่ไว้วางใจที่ฝังรากลึก
บทบาทของอิสราเอล: สงครามเริ่มต้นร่วมกันโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล CSIS เขียนว่า "สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านตกลงหยุดยิงและแค่หยุดยิง" และท่าทีในอนาคตของอิสราเอลอาจทำให้ข้อตกลงล่มสลาย Chatham House เตือนว่าอิสราเอลอาจเข้าแทรกแซงเพื่อป้องกันข้อตกลงที่มองว่าไม่เพียงพอ
พลวัตในภูมิภาค: ข้อตกลงกำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซและสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางเรือ ซึ่งส่งผลต่อตลาดพลังงานและความมั่นคงของรัฐอ่าวเปอร์เซีย
ความไม่ไว้วางใจอย่างลึกซึ้ง: Chatham House ประเมินเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนว่า "ทั้งสองฝ่ายต้องการถ่วงเวลา" แต่ปัจจัยต่างๆ เช่น "การเลือกตั้งกลางเทอม อิสราเอล และความไม่ไว้วางใจอย่างลึกซึ้งอาจเข้ามาแทรกแซง" และสรุปว่าข้อตกลงหยุดยิงนี้อาจพิสูจน์ได้ว่าเป็น "เพียงสันติภาพระหว่างสงครามอีกครั้ง"
วงจรการล่มสลายที่ตอกย้ำตัวเอง ในที่สุด ไม่มีปัจจัยใดที่ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงตายเพียงลำพัง มันคือพายุที่สมบูรณ์แบบ: ไม่เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศ ถูกต่อต้านด้วยความรู้สึกโกรธและถูกทรยศของอิหร่าน ถูกโจมตีโดยรัฐสภาทั้งสองฝ่าย ถูกเจาะทะลุโดยการโจมตีทางทหารครั้งใหม่ และวางอยู่บนกรอบเวลา 60 วันที่เลื่อนปัญหาที่ยากที่สุดออกไป — ในขณะที่อิสราเอลและผู้เล่นอื่นๆ ยืนพร้อมที่จะคัดค้านข้อตกลงใดๆ ที่ไม่เพียงพอ
aljazeera.com
US, Iran trade strikes: What to know, will it unravel the MoU?
ผลสำรวจของ University of Maryland (23 มิถุนายน): มีเพียง 21% ของคนอเมริกันที่เห็นด้วยกับการโจมตีอิหร่าน ส่วน 49% ไม่เห็นด้วย ในหมู่รีพับลิกัน 40% สนับสนุนการโจมตี เทียบกับเพียง 6% ของเดโมแครต Silver Bulletin tracker (28 มิถุนายน): มีแค่ 36% ของคนอเมริกันที่สนับสนุนความขัดแย้งนี้ ในขณะที่ราว 57% ไม่เห็นด้วย ผลสำรวจ Strength in Numbers/Verasight (24 มิถุนายน): 59% สนับสนุนข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม แต่มีเพียง 18% ที่เชื่อว่าสหรัฐฯ บรรลุเป้าหมายแล้ว คนส่วนใหญ่ระบุว่าทรัมป์ไม่ควรเริ่มสงครามนี้ตั้งแต่แรก นี่คือประชากรที่ไม่พร้อมจะยอมรับการเจรจาที่ไม่มีกำหนดสิ้นสุด ประชาชนเหนื่อยล้ากับสงคราม ไม่เชื่อว่าข้อตกลงนี้บรรลุเป้าหมายของสหรัฐฯ และโดยรวมต่อต้านการจัดการความขัดแย้งของรัฐบาล
ความรู้สึกในอิหร่าน: ความโล่งใจแปรเปลี่ยนเป็นความถูกทรยศ ในอิหร่าน ความโล่งใจแรกเริ่มเกี่ยวกับสันติภาพกลายเป็นความโกรธและความผิดหวังอย่างรวดเร็ว ซึ่งยิ่งทำให้ข้อตกลงสั่นคลอนมากขึ้น
นิวยอร์กไทมส์รายงานว่าชาวอิหร่านแสดง "ความรู้สึกผสมระหว่างความโล่งใจและความกังขา"
NPR รายงานว่านักวิจารณ์ระบอบการปกครองจำนวนมาก "แสดงความรู้สึกถูกทรยศโดยสหรัฐฯ" — ไม่ใช่โดยรัฐบาลอิหร่าน แต่โดยฝ่ายอเมริกันที่เริ่มสงครามแล้วมาเจรจาข้อตกลงที่หลายคนมองว่าไร้สาระ
เดอะการ์เดียนถ่ายทอดบรรยากาศ: "ทุกคนโกรธด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน" ชาวเตหะรานคนหนึ่งบรรยายว่าโลกกำลังถูกปกครอง "โดยคนบ้าทั้งหมด"
กลุ่มแข็งกร้าวต้องการให้สงครามดำเนินต่อไป ขณะที่ชาวอิหร่านจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับระบอบการปกครองรู้สึกว่าสหรัฐฯ ทรยศต่อความหวังของพวกเขาในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองด้วยการเจรจากับสาธารณรัฐอิสลาม
การต่อต้านจากรัฐสภาทั้งสองฝ่าย รัฐสภาสหรัฐฯ เปลี่ยนท่าทีเป็นต่อต้านทั้งสงครามและข้อตกลงหยุดยิงอย่างรุนแรง ซึ่งส่งสัญญาณว่ารัฐบาลขาดการสนับสนุนทางการเมืองที่จะรักษาการเจรจาที่กินเวลานาน
มติจำกัดอำนาจสงครามของสภา (4 มิถุนายน): สภาผู้แทนราษฎรผ่านมติสั่งให้ทรัมป์ขออนุญาตรัฐสภาก่อนปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านต่อไป นี่เป็นการลงมติครั้งที่สี่ และเป็นครั้งแรกที่ผ่าน โดยมีรีพับลิกัน 4 คนร่วมกับเดโมแครต
การแปรพักตร์ของวุฒิสภารีพับลิกัน (16 มิถุนายน): วุฒิสมาชิกรีพับลิกันปิดกั้นมติจำกัดอำนาจสงครามของเดโมแครต (47-48) แต่มีสมาชิกรีพับลิกัน 4 คนแปรพักตร์
ปฏิกิริยาเดือดของทรัมป์ (24 มิถุนายน): หลังจากทรัมป์ต่อว่าวุฒิสมาชิกรีพับลิกัน ผู้นำรีพับลิกันเปลี่ยนทิศทางและเสนอญัตติอีกฉบับ ซึ่งผ่านด้วยคะแนน 50-47
เดอะอีโคโนมิสต์ (22 มิถุนายน): บรรยายสถานการณ์ว่าเป็น "การตอบโต้จากทั้งสองฝ่ายต่ออิหร่าน"
วอชิงตันไทมส์ (18 มิถุนายน): สมาชิกรัฐสภาวิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงว่าเอนเอียง ประธานคณะกรรมาธิการกองทัพวุฒิสภา Roger Wicker กล่าวว่าข้อตกลงนี้ "ต่อรองเอาความสำเร็จของปฏิบัติการ Epic Fury ออกไป"
การละเมิดหลังข้อตกลง (28 มิถุนายน): หลังการโจมตีซ้ำ ส.ส.เดโมแครตกล่าวหาทรัมป์ว่าละเมิดมติจำกัดอำนาจสงคราม
การโจมตีทางทหารครั้งใหม่ในปลายเดือนมิถุนายน ข้อตกลงหยุดยิงพังทลายในทางปฏิบัติเมื่อสหรัฐฯ และอิหร่านตอบโต้กันโดยตรง
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน สหรัฐฯ และอิหร่านตอบโต้การโจมตีในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นการปะทะกันโดยตรงครั้งแรกนับตั้งแต่มีการลงนาม MoU แต่ละฝ่ายกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลง
สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านเป็นวันที่สองติดต่อกัน ในวันที่ 28 มิถุนายน ทำให้ ส.ส.เดโมแครตกล่าวหาทรัมป์ว่าละเมิดมติจำกัดอำนาจสงคราม
ปมนิวเคลียร์ที่ยังไม่คลี่คลาย: คำถามที่ยากที่สุดที่ถูกเลื่อนออกไป MoU 60 วันจงใจเลื่อนประเด็นที่ยากที่สุดออกไป :
การเสริมสมรรถนะยูเรเนียม: เดอะการ์เดียนรายงานว่า MoU ปล่อยให้ "คลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน วาระนิวเคลียร์ การคว่ำบาตร และการปล่อยสินทรัพย์แช่แข็งของอิหร่านมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์" ยังไม่ได้รับการแก้ไข วิกิพีเดียระบุว่าประเด็นหลักที่ติดขัดคือสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมภายในประเทศต่อไป
การตรวจสอบของ IAEA: สมาชิกรัฐสภากังวลว่าข้อตกลงนี้ "ไม่บรรลุวัตถุประสงค์" ในด้านการตรวจสอบ และอิหร่านอาจได้รับประโยชน์จากการผ่อนปรนการคว่ำบาตรโดยไม่มีการตรวจสอบที่เข้มงวด
ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถลดช่องว่างก่อนการโจมตีในวันที่ 27 มิถุนายนได้ ทำให้ปัญหานิวเคลียร์กลายเป็นนาฬิกาที่กำลังเดินไปเรื่อยๆ
ข้อกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์และอิสราเอลที่กว้างขึ้น ข้อตกลงนี้เปราะบางตั้งแต่แรกเนื่องจากผู้เล่นอื่นๆ และความไม่ไว้วางใจที่ฝังรากลึก
บทบาทของอิสราเอล: สงครามเริ่มต้นร่วมกันโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล CSIS เขียนว่า "สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านตกลงหยุดยิงและแค่หยุดยิง" และท่าทีในอนาคตของอิสราเอลอาจทำให้ข้อตกลงล่มสลาย Chatham House เตือนว่าอิสราเอลอาจเข้าแทรกแซงเพื่อป้องกันข้อตกลงที่มองว่าไม่เพียงพอ
พลวัตในภูมิภาค: ข้อตกลงกำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซและสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางเรือ ซึ่งส่งผลต่อตลาดพลังงานและความมั่นคงของรัฐอ่าวเปอร์เซีย
ความไม่ไว้วางใจอย่างลึกซึ้ง: Chatham House ประเมินเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนว่า "ทั้งสองฝ่ายต้องการถ่วงเวลา" แต่ปัจจัยต่างๆ เช่น "การเลือกตั้งกลางเทอม อิสราเอล และความไม่ไว้วางใจอย่างลึกซึ้งอาจเข้ามาแทรกแซง" และสรุปว่าข้อตกลงหยุดยิงนี้อาจพิสูจน์ได้ว่าเป็น "เพียงสันติภาพระหว่างสงครามอีกครั้ง"
วงจรการล่มสลายที่ตอกย้ำตัวเอง ในที่สุด ไม่มีปัจจัยใดที่ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงตายเพียงลำพัง มันคือพายุที่สมบูรณ์แบบ: ไม่เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศ ถูกต่อต้านด้วยความรู้สึกโกรธและถูกทรยศของอิหร่าน ถูกโจมตีโดยรัฐสภาทั้งสองฝ่าย ถูกเจาะทะลุโดยการโจมตีทางทหารครั้งใหม่ และวางอยู่บนกรอบเวลา 60 วันที่เลื่อนปัญหาที่ยากที่สุดออกไป — ในขณะที่อิสราเอลและผู้เล่นอื่นๆ ยืนพร้อมที่จะคัดค้านข้อตกลงใดๆ ที่ไม่เพียงพอ
aljazeera.com
US, Iran trade strikes: What to know, will it unravel the MoU?