ที่ปรึกษาเสนอทางเลือกให้ฝ่ายบริหาร OpenAI คือ ยอมรับมูลค่าต่ำกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อเข้าตลาดในปี 2026 หรือรอถึงปี 2027 เพื่อให้ได้มูลค่าเต็มตามเป้า Altman เลือกทางหลัง โดยมองว่าการลดมูลค่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
มูลค่าบริษัทในรอบระดมทุนเอกชนล่าสุดอยู่ระหว่าง 730,000 ถึง 852,000 ล้านดอลลาร์ หมายความว่าเป้า 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นตัวเลขที่สูงแต่ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม
แรงกดดันในตลาดต่อหุ้นกลุ่ม AI เมื่อเร็วๆ นี้ยิ่งเพิ่มความกังวลว่าความต้องการของนักลงทุนจะเพียงพอที่จะรองรับ IPO ขนาดมหึมาของ OpenAI ในปี 2026 หรือไม่ ตลาดโลกผันผวน โดยหุ้นเทคโนโลยี่ถ่วงดัชนี เนื่องจากนักลงทุนตั้งคำถามว่าบริษัท AI จะทำได้ตามคำสัญญาที่สูงส่งหรือไม่
สภาพแวดล้อมนี้ทำให้ที่ปรึกษาของ OpenAI เตือนว่าบริษัทอาจไม่ได้รับความกระตือรือร้นจากนักลงทุนรายย่อยมากนัก
OpenAI ยื่นเอกสาร S-1 อย่างลับๆ ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2026 แต่บริษัทระบุในตอนนั้นว่ายังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องเวลา เนื่องจากมีสิ่งที่อยากทำซึ่งง่ายกว่าเมื่อเป็นบริษัทเอกชน The New York Times รายงานว่าสภาวะตลาดในวงกว้างและความอยากลงทุนในหุ้น AI ที่ลดลงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ OpenAI ต้องทบทวนไทม์ไลน์ IPO อีกครั้ง
IPO ของ SpaceX เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 เป็นประวัติศาสตร์ โดยระดมทุนได้ประมาณ 85,700 ล้านดอลลาร์ และมีมูลค่า 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ ณ วันเปิดตัว หุ้นพุ่งขึ้นเกือบ 40% จากราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์ สู่จุดสูงสุดที่ 225.64 ดอลลาร์ในวันที่ 16 มิถุนายน ผลักดันมูลค่าตลาดให้เกิน 2 ล้านล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ความคึกคักก็ลดลงอย่างรวดเร็ว หุ้น SpaceX ร่วงลงในสามวันทำการติดต่อกัน ลดลง 31% จากจุดสูงสุด มาอยู่ที่ประมาณ 153 ดอลลาร์ในปลายเดือนมิถุนายน ความผันผวนนี้ดูเหมือนจะตอกย้ำความกังวลของ OpenAI ว่าการเข้าตลาดของบริษัท AI ระดับแนวหน้าอาจดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนรายย่อยได้มาก แต่ก็อาจสร้างความคาดหวังที่ยากจะควบคุมหลังเข้าตลาด
นอกจากสภาวะตลาดแล้ว ปัจจัยภายในก็ผลักดันให้ไทม์ไลน์เลื่อนไปปี 2027 เช่นกัน CFO Sarah Friar ได้เสนอแนะเป็นการส่วนตัวให้รอจนถึงปี 2027 โดยเตือนว่าบริษัทยังไม่พร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานการรายงานที่เข้มงวดของบริษัทมหาชน Friar ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของบริษัทในการจ่ายค่าสัญญาคอมพิวเตอร์ในอนาคตหากรายได้ไม่เติบโตเร็วพอ
OpenAI ได้ผูกมัดค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถต่อรองได้รวม 1.15 ล้านล้านดอลลาร์กับพันธมิตร เช่น Oracle, Microsoft Azure และ Amazon Web Services สำหรับโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล การวิเคราะห์ของ PitchBook ชี้ว่าหน้าต่าง IPO ที่เป็นจริงได้เลื่อนจากไตรมาสที่ 4 ปี 2026 ไปเป็นช่วงกลางถึงปลายปี 2027 เนื่องจากนักลงทุนในตลาดมหาชนต้องการดูผลประกอบการที่มั่นคงอีกหลายไตรมาสเพื่อทำความเข้าใจว่าข้อตกลงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เหล่านี้จะสร้างกระแสเงินสดอิสระที่มีความหมายได้อย่างไร
ตลาดทำนายได้ปรับราคาไทม์ไลน์ IPO ของ OpenAI อย่างมีนัยสำคัญตามรายงานการเลื่อน
ข้อมูล Polymarket แสดงว่าความน่าจะเป็นโดยนัยของ IPO ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2026 อยู่ที่ประมาณ 24% ณ ปลายเดือนมิถุนายน 2026 ตลาดที่เกี่ยวข้องของ Polymarket ให้น้ำหนักกับผลลัพธ์ 'ไม่มี IPO ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2026' ที่ 77% สำหรับคำถามเกี่ยวกับมูลค่าตลาดปิดของ OpenAI
ตลาด 'OpenAI มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ขึ้นไป IPO ก่อนปี 2027' อยู่ที่ประมาณ 27%
ในตลาดทำนาย Kalshi เทรดเดอร์ให้โอกาส 59% ที่ OpenAI จะประกาศ IPO อย่างเป็นทางการภายในวันที่ 1 มีนาคม 2027 และโอกาส 73% สำหรับการประกาศภายในเดือนมิถุนายน 2027 เทรดเดอร์ Kalshi ให้โอกาสเพียง 1 ใน 3 สำหรับการประกาศก่อนวันที่ 1 มกราคม 2027
สำหรับนักลงทุนไทยที่กำลังมองหาโอกาสในกลุ่ม AI การเลื่อนนี้มีผลกระทบหลายประการ:
ไม่มีช่องทางลงทุนตรงในระยะใกล้ หาก OpenAI รอถึงปี 2027 นักลงทุนไทยจะไม่มีโอกาสเข้าถึงหุ้น OpenAI ผ่านตลาดมหาชนในปี 2026 ความสนใจของนักลงทุนรายย่อยจึงน่าจะยังคงกระจุกตัวอยู่ในกองทุนเทคโนโลยี่โลกหรือตัวแทน AI ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อื่น
ผลกระทบต่อระบบนิเวศสตาร์ทอัพ AI ของไทย สตาร์ทอัพ AI และนักลงทุนร่วมทุนในไทยที่มองการ IPO ของ OpenAI เป็นเกณฑ์มาตรฐานมูลค่า จะต้องรอสัญญาณจากตลาดมหาชนนานขึ้น การ IPO ที่สำเร็จของ OpenAI ยังคงช่วยยืนยันความต้องการของนักลงทุนที่มีต่อธุรกิจ AI แต่ระยะเวลาในการยืนยันนั้นไม่แน่นอนมากขึ้น
ความผันผวนของ SpaceX เป็นอุทาหรณ์ การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในสัปดาห์แรกของ SpaceX ตามด้วยการร่วงลงอย่างรวดเร็ว เป็นบทเรียนที่มีค่าสำหรับนักลงทุนเก็งกำไรที่อาจหลงเข้าซื้อหุ้น OpenAI ที่โดดเด่นเพียงเพราะโมเมนตัม
โอกาสสำหรับการจดทะเบียนในประเทศ การเลื่อนนี้ อาจกระตุ้นให้บริษัท AI ในไทยหันมาให้ความสำคัญกับการระดมทุนหรือแผนเข้าตลาดหุ้นของตนเอง แทนที่จะรอให้ OpenAI เป็นตัวกำหนดเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้ระบุว่าบริษัท AI ไทยกำลังเปลี่ยนแผนการ IPO เนื่องจากการเลื่อนของ OpenAI
ความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ต่อการเลื่อนนี้มีความหลากหลาย การวิเคราะห์ของ Yahoo Finance มองว่าการเลื่อนเป็น 'ความผิดพลาด' โดยเถียงว่าสภาวะตลาดอาจไม่ดีขึ้นอย่างมากภายในปี 2027 และ OpenAI เสี่ยงที่จะเสียจังหวะให้กับคู่แข่งอย่าง Anthropic ขณะที่ Morningstar และ PitchBook มุ่งเน้นไปที่ความท้าทายทางการเงินเชิงโครงสร้าง โดยสังเกตว่าข้อผูกพันด้านโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1.15 ล้านล้านดอลลาร์ของ OpenAI สร้างความไม่สมดุลระหว่างภาระผูกพันคงที่และรายได้ที่ผันแปร
รายงานของ The Wall Street Journal และ Bloomberg ตั้งข้อสังเกตว่าการเลื่อนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระแส AI ที่ชะลอตัวในวงกว้าง ไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องตารางเวลาของ OpenAI เพียงอย่างเดียว Bloomberg รายงานว่าสภาวะตลาดปัจจุบันเป็นปัจจัยที่ทำให้ OpenAI ไม่ต้องรีบ ทำให้เกิดสถานการณ์ที่สภาวะตลาดผลักดันให้เลื่อน และการเลื่อนก็ยิ่งตอกย้ำความระมัดระวังของตลาด
การเลื่อน IPO ของ OpenAI ไปยังปี 2027 สะท้อนถึงการเดิมพันที่คำนวณแล้วของ CEO Sam Altman ว่ามูลค่าบริษัทจะเติบโตไปสู่เป้า 1 ล้านล้านดอลลาร์ได้ แทนที่จะยอมรับมูลค่าที่ต่ำกว่าในตลาดที่ไม่แน่นอนในปัจจุบัน กรณีศึกษาจาก SpaceX ที่ราคาหุ้นผันผวน ความรู้สึกลงทุนใน AI ที่เย็นลง และแรงกดดันทางการเงินภายในองค์กร ทำให้การรอเป็นทางเลือกที่ดีกว่า สำหรับนักลงทุนและสตาร์ทอัพ AI ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของ OpenAI ไทม์ไลน์ที่ปรับใหม่หมายถึงต้องมีความอดทนมากขึ้น และเมื่อถึงเวลา IPO ในที่สุด มันจะเป็นหนึ่งในดีลที่ถูกจับตามากที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุน