คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $60,000 ถึงสองครั้งในเดือนมิถุนายน 2026 โดยแตะระดับต่ำสุดที่ $59,024 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ตุลาคม 2024 กองทุน Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิประมาณ $5.0 พันล้านใน 19 จาก 22 วันทำการของเดือนมิถุนายน ขณะที่การประชุม FOMC ของเฟดกลับส่งสัญญาณคุมเข้ม Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) ขาย BTC จำนวน 32 เหรียญเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 และถูกสอบสวนโดย Rosen Law Firm ในข้อหาละเมิดหลักทรัพย์ในปลายเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตลาดลดลง Search & fact-check with cited sources for What were the key factors and market conditions behind Bitcoin's drop below $60,000 in late June Bitcoin fell below $60,000 twice in June 2026, hitting its lowest level since October 2024. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What were the key factors and market conditions behind Bitcoin's drop below $60,000 in late June. Article summary: Here is a fact-checked, sourced analysis of the key factors behind Bitcoin's drop below $60,000 in late June 2026.. Topic tags: general, general web, user generated, news, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an
openai.com คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "Bitcoin ร่วงหลุด $60,000 ปลายมิ.ย. 2026: 5 ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการเทขายครั้งใหญ่" คืออะไร Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $60,000 ถึงสองครั้งในเดือนมิถุนายน 2026 โดยแตะระดับต่ำสุดที่ $59,024 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ตุลาคม 2024
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $60,000 ถึงสองครั้งในเดือนมิถุนายน 2026 โดยแตะระดับต่ำสุดที่ $59,024 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ตุลาคม 2024 กองทุน Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิประมาณ $5.0 พันล้านใน 19 จาก 22 วันทำการของเดือนมิถุนายน ขณะที่การประชุม FOMC ของเฟดกลับส่งสัญญาณคุมเข้ม
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) ขาย BTC จำนวน 32 เหรียญเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 และถูกสอบสวนโดย Rosen Law Firm ในข้อหาละเมิดหลักทรัพย์ในปลายเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตลาดลดลง
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $60,000 ถึงสองครั้งในเดือนมิถุนายน 2026 โดยแตะระดับต่ำสุดที่ $59,024 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ตุลาคม 2024 กองทุน Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิประมาณ $5.0 พันล้านใน 19 จาก 22 วันทำการของเดือนมิถุนายน ขณะที่การประชุม FOMC ของเฟดกลับส่งสัญญาณคุมเข้ม Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) ขาย BTC จำนวน 32 เหรียญเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 และถูกสอบสวนโดย Rosen Law Firm ในข้อหาละเมิดหลักทรัพย์ในปลายเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตลาดลดลง Search & fact-check with cited sources for What were the key factors and market conditions behind Bitcoin's drop below $60,000 in late June Bitcoin fell below $60,000 twice in June 2026, hitting its lowest level since October 2024. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What were the key factors and market conditions behind Bitcoin's drop below $60,000 in late June. Article summary: Here is a fact-checked, sourced analysis of the key factors behind Bitcoin's drop below $60,000 in late June 2026.. Topic tags: general, general web, user generated, news, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an
openai.com คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "Bitcoin ร่วงหลุด $60,000 ปลายมิ.ย. 2026: 5 ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการเทขายครั้งใหญ่" คืออะไร Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $60,000 ถึงสองครั้งในเดือนมิถุนายน 2026 โดยแตะระดับต่ำสุดที่ $59,024 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ตุลาคม 2024
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $60,000 ถึงสองครั้งในเดือนมิถุนายน 2026 โดยแตะระดับต่ำสุดที่ $59,024 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ตุลาคม 2024 กองทุน Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิประมาณ $5.0 พันล้านใน 19 จาก 22 วันทำการของเดือนมิถุนายน ขณะที่การประชุม FOMC ของเฟดกลับส่งสัญญาณคุมเข้ม
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) ขาย BTC จำนวน 32 เหรียญเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 และถูกสอบสวนโดย Rosen Law Firm ในข้อหาละเมิดหลักทรัพย์ในปลายเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตลาดลดลง
ต่อไปนี้คือ 5 ปัจจัยหลักที่นักวิเคราะห์และข้อมูลตลาดชี้ให้เห็นว่าเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $60,000 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026
1. การเทขายของสถาบันครั้งประวัติศาสตร์ และกระแสเงินออกจาก Spot ETF ลักษณะเด่นที่สุดของการปรับฐานในเดือนมิถุนายน 2026 คือขนาดและระยะเวลาการเทขายของสถาบัน:
เงินไหลออกจาก ETF กว่า ~$5 พันล้าน: กองทุน Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกประมาณ $4.4 พันล้านในช่วง 13 วันทำการติดต่อกันในต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นหนึ่งในสถิติการไหลออกที่ย่ำแย่ที่สุด ภายในกลางเดือนมิถุนายน เงินไหลออกสะสมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ $5.0 พันล้าน โดย 19 จาก 22 วันทำการมีเงินไหลออกสุทธิ
วาฬเทขายก้อนใหญ่: ในวันที่ 2 มิถุนายนเพียงวันเดียว วาฬปริศนาหนึ่งตัวเทขายพอร์ต IBIT มูลค่า $1.26 พันล้านผ่านบล็อกนอกตลาด ในขณะที่ ETF สูญเสียเงินไปเกือบ $3 พันล้านใน 10 วัน
สถิติดัชนี Coinbase Premium ติดลบ 46 วัน: ดัชนี Coinbase Premium Index ซึ่งวัดส่วนต่างราคาระหว่าง Coinbase และกระดานเทรดอื่นๆ ติดลบเป็นเวลา 46 วันติดต่อกัน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าขาดความสนใจในการซื้อของสถาบันในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
อุปสงค์จากสถาบันต่ำสุดเป็นประวัติการณ์: เมตริก Net Institutional Buying ของ Capriole Investments ร่วงลงไปอยู่ที่ -464% ซึ่งหมายความว่าผู้ถือรายใหญ่กำลังขาย Bitcoin มากกว่าที่ขุดได้ต่อวันถึง 4-5 เท่า
2. การเปลี่ยนทิศทางนโยบายของเฟดที่เข้มงวดขึ้น (Hawkish Pivot) Fed คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50%–3.75% ในการประชุม FOMC เมื่อวันที่ 17-18 มิถุนายน ซึ่งเป็นการคงดอกเบี้ยครั้งที่ 4 ติดต่อกัน แต่แถลงการณ์นโยบายและน้ำเสียงของประธาน Fed คนใหม่ Kevin Warsh ทำให้ตลาดเซอร์ไพรส์:
Warsh กล่าวถึงคำว่า "เสถียรภาพด้านราคา (price stability)" มากกว่า 10 ครั้ง และตัดภาษาที่บ่งชี้ถึงการผ่อนคลายนโยบายออกจากแถลงการณ์โดยสิ้นเชิง
แผนภาพ Dot Plot ที่อัปเดตเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ: สมาชิก FOMC 9 คนจาก 18 คนคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2026 เปลี่ยนไปจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ย ค่ากลางคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสิ้นปีพุ่งขึ้นเป็น 3.8% จาก 3.4% ในเดือนมีนาคม
Bitcoin ร่วงลง 3.72% ทันทีหลังการประกาศ สินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปีปรับขึ้นประมาณ 16 Basis Points และดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดของปี 2026
ตัวเร่งก่อนหน้านี้คือรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาดในวันที่ 5 มิถุนายน ซึ่งทำลายความหวังการลดดอกเบี้ยระยะสั้น และผลักดันให้ Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $60,000 เป็นครั้งแรกในเดือนนั้น
3. การขาย BTC ครั้งแรกของ Strategy นับตั้งแต่ปี 2022 และการสอบสวนทางกฎหมายครั้งใหม่ Strategy (เดิมคือ MicroStrategy) ซึ่งเป็นผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลกในกลุ่มบริษัทจดทะเบียน กลายเป็นแหล่งของความผันผวนและความไม่แน่นอนทางกฎหมาย:
การขาย BTC ครั้งแรก: ในวันที่ 2 มิถุนายน Strategy ขาย Bitcoin จำนวน 32 เหรียญ ซึ่งเป็นการขายครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 เพื่อนำเงินไปจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ แม้ปริมาณการขายจะน้อย แต่สัญลักษณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดตื่นตระหนกและจุดชนวนให้เกิดการชำระบัญชี (Liquidation) หลายร้อยล้านดอลลาร์
หุ้น MSTR ร่วงหนัก: ราคาหุ้นของ Strategy (MSTR) ร่วงลงอย่างหนัก โดยปรับตัวลดลงประมาณ 82% จากจุดสูงสุด และแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีที่ใกล้ $97 มูลค่าตลาดหายไปกว่า $150 พันล้าน
การสอบสวนแบบคลาสแอ็กชัน: ในวันที่ 25 มิถุนายน Rosen Law Firm เปิดตัวการสอบสวน Strategy อย่างเป็นทางการในข้อหาละเมิดหลักทรัพย์ โดยตรวจสอบว่าบริษัทได้แถลงข้อมูลที่เป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ กลยุทธ์ Bitcoin Treasury และความสามารถในการทำกำไรหรือไม่
เม็ดเงินย้ายไป AI: Bloomberg รายงานว่านักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับ "เครื่องจักรทางการเงินของ Michael Saylor" และนักเทรดรายย่อยกำลังย้ายเงินทุนจากคริปโตไปยังหุ้นกลุ่ม AI
4. ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านถูกอ้างถึงโดยหลายแหล่งว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญ:
การวิเคราะห์ของ Intellectia ในวันที่ 27 มิถุนายน ชี้ว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเป็นส่วนหนึ่งของ "พายุที่สมบูรณ์แบบ" ที่กดดัน Bitcoin
การวิเคราะห์ของ IG ในวันที่ 3 มิถุนายน อธิบายว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าวไม่มีกำหนดเวลาการคลี่คลายที่ชัดเจน
มิติความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิหร่าน ถูกกล่าวถึงในการวิเคราะห์ก่อนการประชุม FOMC ว่าเป็นหนึ่งในตัวแปรเสี่ยงที่สำคัญสำหรับ Bitcoin
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์มีแนวโน้มที่จะผลักดันให้นักลงทุนเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-Off) ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น และลดความต้องการสินทรัพย์เก็งกำไรอย่าง Bitcoin
5. การย้ายเงินทุนจากคริปโตไปยังหุ้น AI คุณลักษณะเด่นอีกประการของการปรับฐานในเดือนมิถุนายน 2026 คือการที่เงินทุนทั้งจากนักลงทุนรายย่อยและสถาบันไหลออกจากคริปโตไปยังหุ้นกลุ่ม AI ซึ่งถูกมองว่ามีโมเมนตัมและโอกาสในระยะใกล้ที่แข็งแกร่งกว่า:
Bloomberg รายงานว่านักเทรดรายย่อย ซึ่งหลายคนหันไปสนใจและลงทุนในหุ้นปัญญาประดิษฐ์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Bitcoin อ่อนแอ
Reuters ชี้ว่านักลงทุนกำลังย้ายเงินไปยังหุ้น AI ที่น่าดึงดูดกว่าและการเสนอขายหุ้นครั้งใหญ่ของบริษัทขนาดใหญ่ ท่ามกลางกระแส AI
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้อุปสงค์ส่วนเพิ่มสำหรับ Bitcoin ลดลง ในขณะที่เงินไหลออกจาก ETF ก็รุนแรงอยู่แล้ว
มุมมองนักวิเคราะห์ต่อความเสี่ยงขาลงเพิ่มเติม ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ทัศนคติยังคงระมัดระวัง:
เทรดเดอร์บนแพลตฟอร์ม Kalshi ให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่ราคาจะร่วงไปถึง $58,000 ก่อนสิ้นเดือนมิถุนายน
ข้อมูลจาก JPMorgan แสดงให้เห็นว่าการเทรดแบบ "Debasement Trade" (การป้องกันค่าเงินอ่อนค่า) คลายตัวเร็วกว่าสำหรับ Bitcoin มากกว่าทองคำ ซึ่งบ่งชี้ว่าสถาบันมีความเชื่อมั่นใน Bitcoin ในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงลดลง
VanEck Bitcoin ChainCheck (กลางเดือนมิถุนายน) ชี้ว่าแม้ Bitcoin จะเห็นการดีดตัวกลับในช่วงปลายเดือน แต่กระแสเงินทุนไหลออกเชิงโครงสร้างและอุปสรรคทางเศรษฐกิจมหภาคยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ระดับแนวรับที่ถูกอ้างถึงมากที่สุดใต้ $60,000 คือ $58,000 ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนว่าหากหลุดระดับดังกล่าว อาจทำให้ราคาร่วงไปถึงโซน $55,000–$56,000
ต่อไปนี้คือ 5 ปัจจัยหลักที่นักวิเคราะห์และข้อมูลตลาดชี้ให้เห็นว่าเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $60,000 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2026
1. การเทขายของสถาบันครั้งประวัติศาสตร์ และกระแสเงินออกจาก Spot ETF ลักษณะเด่นที่สุดของการปรับฐานในเดือนมิถุนายน 2026 คือขนาดและระยะเวลาการเทขายของสถาบัน:
เงินไหลออกจาก ETF กว่า ~$5 พันล้าน: กองทุน Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกประมาณ $4.4 พันล้านในช่วง 13 วันทำการติดต่อกันในต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นหนึ่งในสถิติการไหลออกที่ย่ำแย่ที่สุด ภายในกลางเดือนมิถุนายน เงินไหลออกสะสมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ $5.0 พันล้าน โดย 19 จาก 22 วันทำการมีเงินไหลออกสุทธิ
วาฬเทขายก้อนใหญ่: ในวันที่ 2 มิถุนายนเพียงวันเดียว วาฬปริศนาหนึ่งตัวเทขายพอร์ต IBIT มูลค่า $1.26 พันล้านผ่านบล็อกนอกตลาด ในขณะที่ ETF สูญเสียเงินไปเกือบ $3 พันล้านใน 10 วัน
สถิติดัชนี Coinbase Premium ติดลบ 46 วัน: ดัชนี Coinbase Premium Index ซึ่งวัดส่วนต่างราคาระหว่าง Coinbase และกระดานเทรดอื่นๆ ติดลบเป็นเวลา 46 วันติดต่อกัน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าขาดความสนใจในการซื้อของสถาบันในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
อุปสงค์จากสถาบันต่ำสุดเป็นประวัติการณ์: เมตริก Net Institutional Buying ของ Capriole Investments ร่วงลงไปอยู่ที่ -464% ซึ่งหมายความว่าผู้ถือรายใหญ่กำลังขาย Bitcoin มากกว่าที่ขุดได้ต่อวันถึง 4-5 เท่า
2. การเปลี่ยนทิศทางนโยบายของเฟดที่เข้มงวดขึ้น (Hawkish Pivot) Fed คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50%–3.75% ในการประชุม FOMC เมื่อวันที่ 17-18 มิถุนายน ซึ่งเป็นการคงดอกเบี้ยครั้งที่ 4 ติดต่อกัน แต่แถลงการณ์นโยบายและน้ำเสียงของประธาน Fed คนใหม่ Kevin Warsh ทำให้ตลาดเซอร์ไพรส์:
Warsh กล่าวถึงคำว่า "เสถียรภาพด้านราคา (price stability)" มากกว่า 10 ครั้ง และตัดภาษาที่บ่งชี้ถึงการผ่อนคลายนโยบายออกจากแถลงการณ์โดยสิ้นเชิง
แผนภาพ Dot Plot ที่อัปเดตเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ: สมาชิก FOMC 9 คนจาก 18 คนคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2026 เปลี่ยนไปจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ย ค่ากลางคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสิ้นปีพุ่งขึ้นเป็น 3.8% จาก 3.4% ในเดือนมีนาคม
Bitcoin ร่วงลง 3.72% ทันทีหลังการประกาศ สินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปีปรับขึ้นประมาณ 16 Basis Points และดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดของปี 2026
ตัวเร่งก่อนหน้านี้คือรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาดในวันที่ 5 มิถุนายน ซึ่งทำลายความหวังการลดดอกเบี้ยระยะสั้น และผลักดันให้ Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $60,000 เป็นครั้งแรกในเดือนนั้น
3. การขาย BTC ครั้งแรกของ Strategy นับตั้งแต่ปี 2022 และการสอบสวนทางกฎหมายครั้งใหม่ Strategy (เดิมคือ MicroStrategy) ซึ่งเป็นผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลกในกลุ่มบริษัทจดทะเบียน กลายเป็นแหล่งของความผันผวนและความไม่แน่นอนทางกฎหมาย:
การขาย BTC ครั้งแรก: ในวันที่ 2 มิถุนายน Strategy ขาย Bitcoin จำนวน 32 เหรียญ ซึ่งเป็นการขายครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 เพื่อนำเงินไปจ่ายปันผลหุ้นบุริมสิทธิ แม้ปริมาณการขายจะน้อย แต่สัญลักษณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดตื่นตระหนกและจุดชนวนให้เกิดการชำระบัญชี (Liquidation) หลายร้อยล้านดอลลาร์
หุ้น MSTR ร่วงหนัก: ราคาหุ้นของ Strategy (MSTR) ร่วงลงอย่างหนัก โดยปรับตัวลดลงประมาณ 82% จากจุดสูงสุด และแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีที่ใกล้ $97 มูลค่าตลาดหายไปกว่า $150 พันล้าน
การสอบสวนแบบคลาสแอ็กชัน: ในวันที่ 25 มิถุนายน Rosen Law Firm เปิดตัวการสอบสวน Strategy อย่างเป็นทางการในข้อหาละเมิดหลักทรัพย์ โดยตรวจสอบว่าบริษัทได้แถลงข้อมูลที่เป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ กลยุทธ์ Bitcoin Treasury และความสามารถในการทำกำไรหรือไม่
เม็ดเงินย้ายไป AI: Bloomberg รายงานว่านักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับ "เครื่องจักรทางการเงินของ Michael Saylor" และนักเทรดรายย่อยกำลังย้ายเงินทุนจากคริปโตไปยังหุ้นกลุ่ม AI
4. ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านถูกอ้างถึงโดยหลายแหล่งว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญ:
การวิเคราะห์ของ Intellectia ในวันที่ 27 มิถุนายน ชี้ว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเป็นส่วนหนึ่งของ "พายุที่สมบูรณ์แบบ" ที่กดดัน Bitcoin
การวิเคราะห์ของ IG ในวันที่ 3 มิถุนายน อธิบายว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าวไม่มีกำหนดเวลาการคลี่คลายที่ชัดเจน
มิติความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิหร่าน ถูกกล่าวถึงในการวิเคราะห์ก่อนการประชุม FOMC ว่าเป็นหนึ่งในตัวแปรเสี่ยงที่สำคัญสำหรับ Bitcoin
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์มีแนวโน้มที่จะผลักดันให้นักลงทุนเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-Off) ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น และลดความต้องการสินทรัพย์เก็งกำไรอย่าง Bitcoin
5. การย้ายเงินทุนจากคริปโตไปยังหุ้น AI คุณลักษณะเด่นอีกประการของการปรับฐานในเดือนมิถุนายน 2026 คือการที่เงินทุนทั้งจากนักลงทุนรายย่อยและสถาบันไหลออกจากคริปโตไปยังหุ้นกลุ่ม AI ซึ่งถูกมองว่ามีโมเมนตัมและโอกาสในระยะใกล้ที่แข็งแกร่งกว่า:
Bloomberg รายงานว่านักเทรดรายย่อย ซึ่งหลายคนหันไปสนใจและลงทุนในหุ้นปัญญาประดิษฐ์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Bitcoin อ่อนแอ
Reuters ชี้ว่านักลงทุนกำลังย้ายเงินไปยังหุ้น AI ที่น่าดึงดูดกว่าและการเสนอขายหุ้นครั้งใหญ่ของบริษัทขนาดใหญ่ ท่ามกลางกระแส AI
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้อุปสงค์ส่วนเพิ่มสำหรับ Bitcoin ลดลง ในขณะที่เงินไหลออกจาก ETF ก็รุนแรงอยู่แล้ว
มุมมองนักวิเคราะห์ต่อความเสี่ยงขาลงเพิ่มเติม ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ทัศนคติยังคงระมัดระวัง:
เทรดเดอร์บนแพลตฟอร์ม Kalshi ให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่ราคาจะร่วงไปถึง $58,000 ก่อนสิ้นเดือนมิถุนายน
ข้อมูลจาก JPMorgan แสดงให้เห็นว่าการเทรดแบบ "Debasement Trade" (การป้องกันค่าเงินอ่อนค่า) คลายตัวเร็วกว่าสำหรับ Bitcoin มากกว่าทองคำ ซึ่งบ่งชี้ว่าสถาบันมีความเชื่อมั่นใน Bitcoin ในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงลดลง
VanEck Bitcoin ChainCheck (กลางเดือนมิถุนายน) ชี้ว่าแม้ Bitcoin จะเห็นการดีดตัวกลับในช่วงปลายเดือน แต่กระแสเงินทุนไหลออกเชิงโครงสร้างและอุปสรรคทางเศรษฐกิจมหภาคยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ระดับแนวรับที่ถูกอ้างถึงมากที่สุดใต้ $60,000 คือ $58,000 ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนว่าหากหลุดระดับดังกล่าว อาจทำให้ราคาร่วงไปถึงโซน $55,000–$56,000