สิ่งที่มอสโกอ้างว่า‘ตกลงกัน’:
รัสเซียตีความว่าข้อตกลงนี้เป็นกรอบที่สหรัฐฯจะยอมรับให้รัสเซียควบคุมดอนบาส (Donbas) ทั้งหมดในยูเครนตะวันออก แลกกับการหยุดชะงักแนวหน้าเป็นการชั่วคราว เจ้าหน้าที่รัสเซียเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นพื้นฐานของข้อตกลงสันติภาพโดยรวมที่จะให้ยูเครนยอมเสียดินแดน
สิ่งที่‘คุย’กันจริงๆ:
ผลลัพธ์ของการประชุมถูกปล่อยให้คลุมเครือโดยตั้งใจ ผู้นำทั้งสองออกมาบอกว่ามี‘ความคืบหน้า’แต่จากไปโดยไม่ชี้แจงรายละเอียด และไม่มีการจัดแถลงข่าวร่วมตามกำหนดเดิม ไม่มีการลงนามหรือเผยแพร่เอกสารใดๆ
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อมูลของรัสเซียอย่างตรงไปตรงมา เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026 เขากล่าวว่า:
คำพูดของรูบิโอย้ำชัดเจนว่ามีการหารือแค่‘ข้อเสนอ’ ไม่ใช่ข้อตกลงที่มีผลผูกพัน ซึ่งขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับข้อมูลของมอสโกที่ว่า‘มีข้อตกลง’และวอชิงตันกำลังไม่รักษามัน
ท่าทีต่อสาธารณะของรัสเซียเปลี่ยนไปอย่างน่าสนใจหลังจากประชุมสุดยอด:
โดยสรุป วาทกรรมรัสเซียเปลี่ยนจาก‘มองโลกดีว่ามีดีล’ → ‘เตือนว่าจิตวิญญาณจะเลือนหาย’ → ‘เปิดฉากกล่าวหาวอชิงตันหักหลัง’
ที่ประชุม G7 เมืองเอเวียง (17 มิถุนายน 2026) ผู้นำออกแถลงการณ์ร่วมตกลง:
มาครงเรียกผลลัพธ์นี้ว่า‘จุดเปลี่ยน’ (turning point) โดยบอกว่าผู้นำยุโรปโน้มน้าวให้ทรัมป์เซ็นแถลงการณ์ร่วมได้ แม้ก่อนหน้านี้เขาจะมีท่าทีแบบเอกเทศต่อสงครามนี้