จากข้อมูลทะเบียน ESMA ล่าสุด (มิถุนายน 2026) และแหล่งติดตามอื่นๆ จำนวนบริษัทที่ได้รับอนุญาตในประเทศต่างๆ มีดังนี้:
| ประเทศ | จำนวน CASP ที่ได้รับอนุญาต |
|---|---|
| เยอรมนี (BaFin) | 55–56 |
| เนเธอร์แลนด์ | 26 |
| ฝรั่งเศส | 19–21 |
| มอลตา | 15 |
| ไซปรัส | 12–13 |
| ไอร์แลนด์ | 12 |
เยอรมนีเป็นผู้นำที่ชัดเจนด้วยจำนวน 55–56 ใบ ตามด้วยเนเธอร์แลนด์ที่ 26 ใบ ส่วนฝรั่งเศสปรากฏที่ 19 ในข้อมูลชุดหนึ่งและ 21 ในอีกชุด ซึ่งสะท้อนถึงการอนุมัติในช่วงท้ายๆ
แหล่งข้อมูลหลายแห่งยืนยันว่าบริษัทที่ไม่มีใบอนุญาตมี 4 ทางเลือก: (1) ขอใบอนุญาต CASP ให้ทันก่อนเส้นตาย — ซึ่งในทางปฏิบัติเป็นไปไม่ได้หลังวันที่ 1 กรกฎาคม; (2) โอนย้ายพอร์ตลูกค้าไปยังผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต; (3) ควบรวมกิจการกับบริษัทที่มีใบอนุญาต; หรือ (4) ยุติการดำเนินงานใน EU บริษัทที่ยังคงดำเนินงานโดยไม่มีใบอนุญาตหลังจากวันที่ 1 กรกฎาคมจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
สรุป: เส้นตายของ MiCA สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้วงการคริปโตในยุโรป บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Binance ต้องถอนตัวออกไป ขณะที่ Coinbase และแพลตฟอร์มอื่นที่ได้ใบอนุญาตแล้วกลับได้ประโยชน์ ทำให้เกิดการกระจุกตัวของตลาดในประเทศที่เป็นมิตรต่อคริปโต เช่น เยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ ผู้ใช้คริปโตในไทยที่ซื้อขายกับแพลตฟอร์มใน EU ควรตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มที่ใช้มีใบอนุญาต MiCA หรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการให้บริการที่อาจเกิดขึ้น