แกสลีเป็นหนึ่งในนักแข่ง 5 คนที่ถูกลงโทษจากความผิดลักษณะเดียวกันในเรซนี้ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูงผิดปกติ และเริ่มทำให้เกิดข้อสงสัยว่าปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากนักแข่งเพียงอย่างเดียว
ห้าวันหลังการแข่งขัน หรือวันที่ 12 มิถุนายน อัลพีนยื่นคำร้องขอทบทวนสิทธิ์ หรือ Right of Review และประสบความสำเร็จ
ในการพิจารณา FIA ยอมรับว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการจับเวลาและการวัดความเร็วบริเวณพิตเลน โดยรายงานหลายฉบับระบุว่าลูปตรวจจับเวลาที่พิตเลนโมนาโกมีความยาวสั้นกว่าความยาวตามข้อกำหนด 77 เซนติเมตร ฝ่ายบริหารจัดการแข่งขันฟอร์มูลาวัน หรือ FOM ยอมรับความผิดพลาดดังกล่าว
ด้วยเหตุนี้ FIA จึงเห็นว่าบทลงโทษของแกสลีเกิดจากการวัดที่ผิดพลาด ยกเลิกโทษบวกเวลา 5 วินาทีทั้งสองครั้ง และคืนเขาสู่อันดับสาม
แม้แกสลีจะได้อันดับสามคืนในวันที่ 12 มิถุนายน แต่ถ้วยรางวัลไม่ได้ถูกส่งมอบให้เขาทันที เนื่องจากผลการแข่งขันยังถูกท้าทายทางกฎหมาย
จนถึงวันที่ 25 มิถุนายน หรือ 18 วันหลังการแข่งขัน แกสลีจึงได้รับถ้วยอันดับสามจากอิซัค ฮัดจาร์ นักขับเรดบูลล์ซึ่งเดิมถูกจัดให้อยู่ในอันดับสามและเป็นผู้ถือถ้วยเอาไว้
การส่งมอบถ้วยเกิดขึ้นทั้งที่ผลการแข่งขันยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุดในทางเทคนิค เพราะการอุทธรณ์จากทีมคู่แข่งยังอยู่ระหว่างรอการพิจารณา
มี 2 ทีมที่ยื่นหนังสือแจ้งอุทธรณ์ต่อการตัดสินใจคืนอันดับสามให้แกสลี ได้แก่
ส่วน เมอร์เซเดส เคยยื่นคำร้องขอทบทวนผลการแข่งขันโมนาโกในเบื้องต้น แต่หลังตรวจสอบประเด็นทางกฎหมายแล้ว ทีมตัดสินใจถอนคำร้อง เมอร์เซเดสระบุว่าเห็น “ความมุ่งมั่นที่ชัดเจน” จาก FIA ในการป้องกันไม่ให้ปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นอีก
ไทม์ไลน์สำคัญของคดีนี้มีดังนี้
ณ วันที่ 25 มิถุนายน ยังไม่มีการกำหนดวันไต่สวนของศาลอุทธรณ์ระหว่างประเทศ กระบวนการอาจใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ และผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการของโมนาโก กรังด์ปรีซ์ 2026 อาจต้องรอการยืนยันจนถึงช่วงปลายฤดูร้อน
การได้อันดับสามคืนถือเป็นแรงส่งสำคัญทางกีฬาสำหรับอัลพีน เพราะการขยับจากอันดับเจ็ดขึ้นมาอันดับสามอาจสร้างความแตกต่างอย่างมากต่อคะแนนสะสมของแกสลี หากคำตัดสินนี้ยืนอยู่ได้หลังจบกระบวนการอุทธรณ์
แต่ในเวลานี้ ผลงานดังกล่าวยังถือเป็นผลลัพธ์ชั่วคราว แกสลีจึงมีโอกาสเสียโพเดียมอีกครั้ง หากศาลอุทธรณ์รับคำคัดค้านของแม็คลาเรนหรือเรดบูลล์
นอกเหนือจากคะแนนของแกสลี กรณีนี้ยังเปิดประเด็นสำคัญเกี่ยวกับระบบจับเวลาและการวัดระยะพิตเลนของ FIA เพราะความผิดพลาดเดียวกันทำให้นักแข่งหลายคนถูกลงโทษอย่างไม่ถูกต้อง จึงกลายเป็นปัญหาด้านกระบวนการของการแข่งขันที่อาจนำไปสู่การทบทวนระบบในอนาคต