คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ผลสำรวจ ECB เดือนพฤษภาคม 2025 ระบุว่า ผู้บริโภคคาดเงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนข้างหน้าที่ค่ามัธยฐาน 2.8% ลดลง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์จากเดือนก่อน [29][30] ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะ 3 ปีลดลงเช่นกัน ขณะที่ระยะ 5 ปีทรงตัว สะท้อนว่าแรงกังวลระยะสั้นผ่อนคลายลง แต่ความคาดหวังระยะยาวยังต้องติดตาม [29][30][32] เงินเฟ้อทั่วไปในยูโรโซนอยู่ที่ 1.9% ในเดือนพฤษภาคม 2025 ก่อนขยับขึ้นมาแตะ 2.0% ในเดือนมิถุนายน [14][15] ตัวเลข 3.5% จาก 4.0% ที่มักถูกอ้างถึง เป็นผลสำรวจเดือนพฤษภาคม 2026 ไม่ใช่เดือนพฤษภาคม 2025 [1][2] Search & fact-check with cited sources for What were the key findings and implications of the European Central Bank's Consumer Expectations An illustrative representation of ECB policy analysis. Source: OpenAI. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What were the key findings and implications of the European Central Bank's Consumer Expectations. Article summary: The ECB's Consumer Expectations Survey for May 2025 showed a significant drop in short-term inflation expectations, but this occurred against a backdrop of rising actual inflation driven by Middle East energy shocks, whi. Topic tags: general, government, academic, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, cha
openai.com ผลสำรวจ Consumer Expectations Survey (CES) ของธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ในเดือนพฤษภาคม 2025 สะท้อนภาพที่ดูเหมือนเป็นข่าวดีสำหรับการต่อสู้กับเงินเฟ้อ: ผู้บริโภคเริ่มคาดว่าราคาสินค้าและบริการจะเพิ่มขึ้นช้าลงในระยะใกล้
แต่มีรายละเอียดสำคัญที่ต้องแยกให้ออกก่อนวิเคราะห์ต่อ ตัวเลขความคาดหวังเงินเฟ้อระยะ 12 เดือนที่ลดจาก 4.0% เหลือ 3.5% เป็นข้อมูลของผลสำรวจเดือนพฤษภาคม 2026 ไม่ใช่เดือนพฤษภาคม 2025
สำหรับผลสำรวจเดือนพฤษภาคม 2025 ตัวเลขทางการของ ECB ระบุว่า ความคาดหวังเงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนข้างหน้าลดลง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์จากเดือนเมษายน มาอยู่ที่ 2.8% ความแตกต่างนี้มีนัยสำคัญ เพราะช่วยให้เห็นพัฒนาการของความคาดหวังเงินเฟ้อในแต่ละช่วงเวลาได้ถูกต้อง
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ผลสำรวจผู้บริโภคของ ECB เดือนพฤษภาคม 2025 บอกอะไรเกี่ยวกับเงินเฟ้อ" คืออะไร ผลสำรวจ ECB เดือนพฤษภาคม 2025 ระบุว่า ผู้บริโภคคาดเงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนข้างหน้าที่ค่ามัธยฐาน 2.8% ลดลง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์จากเดือนก่อน [29][30]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ผลสำรวจ ECB เดือนพฤษภาคม 2025 ระบุว่า ผู้บริโภคคาดเงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนข้างหน้าที่ค่ามัธยฐาน 2.8% ลดลง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์จากเดือนก่อน [29][30] ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะ 3 ปีลดลงเช่นกัน ขณะที่ระยะ 5 ปีทรงตัว สะท้อนว่าแรงกังวลระยะสั้นผ่อนคลายลง แต่ความคาดหวังระยะยาวยังต้องติดตาม [29][30][32]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? เงินเฟ้อทั่วไปในยูโรโซนอยู่ที่ 1.9% ในเดือนพฤษภาคม 2025 ก่อนขยับขึ้นมาแตะ 2.0% ในเดือนมิถุนายน [14][15]
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ผลสำรวจ ECB เดือนพฤษภาคม 2025 ระบุว่า ผู้บริโภคคาดเงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนข้างหน้าที่ค่ามัธยฐาน 2.8% ลดลง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์จากเดือนก่อน [29][30] ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะ 3 ปีลดลงเช่นกัน ขณะที่ระยะ 5 ปีทรงตัว สะท้อนว่าแรงกังวลระยะสั้นผ่อนคลายลง แต่ความคาดหวังระยะยาวยังต้องติดตาม [29][30][32] เงินเฟ้อทั่วไปในยูโรโซนอยู่ที่ 1.9% ในเดือนพฤษภาคม 2025 ก่อนขยับขึ้นมาแตะ 2.0% ในเดือนมิถุนายน [14][15] ตัวเลข 3.5% จาก 4.0% ที่มักถูกอ้างถึง เป็นผลสำรวจเดือนพฤษภาคม 2026 ไม่ใช่เดือนพฤษภาคม 2025 [1][2] Search & fact-check with cited sources for What were the key findings and implications of the European Central Bank's Consumer Expectations An illustrative representation of ECB policy analysis. Source: OpenAI. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What were the key findings and implications of the European Central Bank's Consumer Expectations. Article summary: The ECB's Consumer Expectations Survey for May 2025 showed a significant drop in short-term inflation expectations, but this occurred against a backdrop of rising actual inflation driven by Middle East energy shocks, whi. Topic tags: general, government, academic, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, cha
openai.com ผลสำรวจ Consumer Expectations Survey (CES) ของธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ในเดือนพฤษภาคม 2025 สะท้อนภาพที่ดูเหมือนเป็นข่าวดีสำหรับการต่อสู้กับเงินเฟ้อ: ผู้บริโภคเริ่มคาดว่าราคาสินค้าและบริการจะเพิ่มขึ้นช้าลงในระยะใกล้
แต่มีรายละเอียดสำคัญที่ต้องแยกให้ออกก่อนวิเคราะห์ต่อ ตัวเลขความคาดหวังเงินเฟ้อระยะ 12 เดือนที่ลดจาก 4.0% เหลือ 3.5% เป็นข้อมูลของผลสำรวจเดือนพฤษภาคม 2026 ไม่ใช่เดือนพฤษภาคม 2025
สำหรับผลสำรวจเดือนพฤษภาคม 2025 ตัวเลขทางการของ ECB ระบุว่า ความคาดหวังเงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนข้างหน้าลดลง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์จากเดือนเมษายน มาอยู่ที่ 2.8% ความแตกต่างนี้มีนัยสำคัญ เพราะช่วยให้เห็นพัฒนาการของความคาดหวังเงินเฟ้อในแต่ละช่วงเวลาได้ถูกต้อง
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ผลสำรวจผู้บริโภคของ ECB เดือนพฤษภาคม 2025 บอกอะไรเกี่ยวกับเงินเฟ้อ" คืออะไร ผลสำรวจ ECB เดือนพฤษภาคม 2025 ระบุว่า ผู้บริโภคคาดเงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนข้างหน้าที่ค่ามัธยฐาน 2.8% ลดลง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์จากเดือนก่อน [29][30]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ผลสำรวจ ECB เดือนพฤษภาคม 2025 ระบุว่า ผู้บริโภคคาดเงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนข้างหน้าที่ค่ามัธยฐาน 2.8% ลดลง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์จากเดือนก่อน [29][30] ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะ 3 ปีลดลงเช่นกัน ขณะที่ระยะ 5 ปีทรงตัว สะท้อนว่าแรงกังวลระยะสั้นผ่อนคลายลง แต่ความคาดหวังระยะยาวยังต้องติดตาม [29][30][32]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? เงินเฟ้อทั่วไปในยูโรโซนอยู่ที่ 1.9% ในเดือนพฤษภาคม 2025 ก่อนขยับขึ้นมาแตะ 2.0% ในเดือนมิถุนายน [14][15]
ผลสำรวจเดือนพฤษภาคม 2025 สะท้อนอะไร ประเด็นหลักของ CES เดือนพฤษภาคม 2025 มีดังนี้
ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะ 12 เดือนลดลงมาอยู่ที่ค่ามัธยฐาน 2.8%
ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะ 3 ปีลดลงเล็กน้อย ขณะที่ความคาดหวังระยะ 5 ปีไม่เปลี่ยนแปลง
ผู้บริโภคประเมินว่าเงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 3.1% ซึ่งทรงตัวเป็นเดือนที่สี่ติดต่อกัน และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2021
การสำรวจของ ECB มีผู้ตอบประมาณ 19,000 คนใน 11 ประเทศของยูโรโซน
โดยทั่วไป ความคาดหวังระยะสั้นมีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงาน อาหาร และข่าวเศรษฐกิจในปัจจุบันมากกว่าความคาดหวังระยะยาว ขณะที่ความคาดหวังระยะ 5 ปีซึ่งค่อนข้างทรงตัวใกล้เป้าหมายเงินเฟ้อของ ECB ช่วยสะท้อนว่า ผู้บริโภคยังไม่ได้มองว่าเงินเฟ้อจะหลุดจากกรอบในระยะยาวอย่างถาวร
ECB ยังระบุใน Economic Bulletin ว่า ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะสั้นลดลงทั้งในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2025 ซึ่งเป็นการกลับทิศจากการปรับขึ้นในช่วงก่อนหน้า
บริบทเศรษฐกิจในเวลานั้น: เงินเฟ้อใกล้เป้าหมายและดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง ข้อมูลความคาดหวังของผู้บริโภคไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว ในเดือนพฤษภาคม 2025 เงินเฟ้อทั่วไปของยูโรโซนอยู่ที่ 1.9% ต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของ ECB เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2024
เดือนถัดมา เงินเฟ้อขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.0% โดยราคาพลังงานที่สูงขึ้นมีส่วนชดเชยการชะลอตัวของราคาอาหาร แม้ราคาพลังงานยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในบริบทดังกล่าว ตลาดและนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่า กระบวนการชะลอเงินเฟ้อยังเดินหน้า และ ECB ยังไม่มีแรงกดดันทันทีให้ต้องกลับไปขึ้นดอกเบี้ย ตลอดปี 2025 ธนาคารกลางยุโรปเดินหน้าผ่อนคลายนโยบาย และลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงมาอยู่ที่ 2% ในเดือนมิถุนายน
ดังนั้น ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2025 ความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมจึงถูกมองว่ามีน้ำหนักมากกว่าการขึ้นดอกเบี้ย
ทำไมภาพจึงเปลี่ยนในปี 2026 ความผ่อนคลายของความคาดหวังเงินเฟ้อในปี 2025 ไม่ได้หมายความว่าเงินเฟ้อจะหมดความเสี่ยง ปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะราคาพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ สามารถเปลี่ยนแนวโน้มได้อย่างรวดเร็ว
ในเดือนเมษายน 2026 เงินเฟ้อทั่วไปของยูโรโซนเร่งขึ้นเป็น 3.2% โดยมีราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากผลกระทบของความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านและตลาดน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติโลก
เงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงานก็เพิ่มขึ้นเป็น 2.5% ในเดือนเดียวกัน สะท้อนว่าต้นทุนพลังงานเริ่มส่งผ่านไปยังภาคบริการและราคาสินค้าอื่น ๆ
ภาวะนี้ทำให้ประเด็นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราคาน้ำมันที่ผันผวนอีกต่อไป แต่กลายเป็นความเสี่ยงที่แรงกดดันด้านราคาจะขยายวงกว้างและฝังตัวอยู่ในเศรษฐกิจ
ECB พลิกกลับมาขึ้นดอกเบี้ย เมื่อเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นในหลายประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของยูโรโซน ตลาดจึงเริ่มคาดว่า ECB อาจต้องกลับมาใช้นโยบายเข้มงวดอีกครั้ง
วันที่ 11 มิถุนายน 2026 คณะกรรมการกำกับนโยบายการเงินของ ECB มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลักทั้ง 3 อัตรา 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี และถือเป็นการหันกลับจากวัฏจักรการผ่อนคลายที่ดำเนินมาตลอดช่วงสำคัญของปี 2025
ในแถลงการณ์ ECB ระบุโดยตรงว่า สงครามในตะวันออกกลางกำลังสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และให้เหตุผลว่าการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยยังมีความเหมาะสมภายใต้หลายฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้น
คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ปกป้องการตัดสินใจดังกล่าว โดยชี้ว่าเงินเฟ้อด้านพลังงานที่สูงถึง 10.9% กำลังขยายไปทั่วระบบเศรษฐกิจ ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นชั่วคราว แต่คือแนวโน้มเงินเฟ้อโดยรวมและแรงกดดันพื้นฐานที่ตามมา
แม้ราคาพลังงานจะเริ่มผ่อนคลายหลังมีข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่ปิแอร์ วุนช์ สมาชิกคณะกรรมการ ECB ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2026 หากพบสัญญาณว่าเงินเฟ้อขยายตัวออกไปนอกภาคพลังงาน
บทสรุป ผลสำรวจ ECB เดือนพฤษภาคม 2025 สะท้อนว่า ผู้บริโภคเริ่มมองเงินเฟ้อในระยะใกล้ดีขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อจริงลดลงมาอยู่ใกล้หรือต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ภาพดังกล่าวสนับสนุนการลดดอกเบี้ยและแนวคิดว่ากระบวนการชะลอเงินเฟ้อกำลังประสบความสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในปี 2026 แสดงให้เห็นข้อจำกัดของการคาดการณ์ที่อิงข้อมูลในช่วงเวลาหนึ่ง ภาวะช็อกจากราคาพลังงานซึ่งเกิดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์สามารถพลิกแนวโน้มเงินเฟ้อได้ในเวลาไม่นาน และบีบให้ ECB ต้องเปลี่ยนจากการผ่อนคลายมาเป็นการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
บทเรียนสำคัญจึงมีสองด้าน: ต้องอ่านตัวเลข CES ให้ตรงกับเดือนและปี และต้องไม่มองข้ามความเสี่ยงจากพลังงานกับเหตุการณ์ระหว่างประเทศ ซึ่งอาจกำหนดทิศทางนโยบายการเงินได้พอ ๆ กับตัวเลขเงินเฟ้อในประเทศ
ecb.europa.eu
Consumer Expectations Survey - European Central Bank
ผลสำรวจเดือนพฤษภาคม 2025 สะท้อนอะไร ประเด็นหลักของ CES เดือนพฤษภาคม 2025 มีดังนี้
ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะ 12 เดือนลดลงมาอยู่ที่ค่ามัธยฐาน 2.8%
ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะ 3 ปีลดลงเล็กน้อย ขณะที่ความคาดหวังระยะ 5 ปีไม่เปลี่ยนแปลง
ผู้บริโภคประเมินว่าเงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 3.1% ซึ่งทรงตัวเป็นเดือนที่สี่ติดต่อกัน และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2021
การสำรวจของ ECB มีผู้ตอบประมาณ 19,000 คนใน 11 ประเทศของยูโรโซน
โดยทั่วไป ความคาดหวังระยะสั้นมีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงาน อาหาร และข่าวเศรษฐกิจในปัจจุบันมากกว่าความคาดหวังระยะยาว ขณะที่ความคาดหวังระยะ 5 ปีซึ่งค่อนข้างทรงตัวใกล้เป้าหมายเงินเฟ้อของ ECB ช่วยสะท้อนว่า ผู้บริโภคยังไม่ได้มองว่าเงินเฟ้อจะหลุดจากกรอบในระยะยาวอย่างถาวร
ECB ยังระบุใน Economic Bulletin ว่า ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะสั้นลดลงทั้งในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2025 ซึ่งเป็นการกลับทิศจากการปรับขึ้นในช่วงก่อนหน้า
บริบทเศรษฐกิจในเวลานั้น: เงินเฟ้อใกล้เป้าหมายและดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง ข้อมูลความคาดหวังของผู้บริโภคไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว ในเดือนพฤษภาคม 2025 เงินเฟ้อทั่วไปของยูโรโซนอยู่ที่ 1.9% ต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของ ECB เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2024
เดือนถัดมา เงินเฟ้อขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.0% โดยราคาพลังงานที่สูงขึ้นมีส่วนชดเชยการชะลอตัวของราคาอาหาร แม้ราคาพลังงานยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในบริบทดังกล่าว ตลาดและนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่า กระบวนการชะลอเงินเฟ้อยังเดินหน้า และ ECB ยังไม่มีแรงกดดันทันทีให้ต้องกลับไปขึ้นดอกเบี้ย ตลอดปี 2025 ธนาคารกลางยุโรปเดินหน้าผ่อนคลายนโยบาย และลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงมาอยู่ที่ 2% ในเดือนมิถุนายน
ดังนั้น ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2025 ความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมจึงถูกมองว่ามีน้ำหนักมากกว่าการขึ้นดอกเบี้ย
ทำไมภาพจึงเปลี่ยนในปี 2026 ความผ่อนคลายของความคาดหวังเงินเฟ้อในปี 2025 ไม่ได้หมายความว่าเงินเฟ้อจะหมดความเสี่ยง ปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะราคาพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ สามารถเปลี่ยนแนวโน้มได้อย่างรวดเร็ว
ในเดือนเมษายน 2026 เงินเฟ้อทั่วไปของยูโรโซนเร่งขึ้นเป็น 3.2% โดยมีราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากผลกระทบของความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านและตลาดน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติโลก
เงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงานก็เพิ่มขึ้นเป็น 2.5% ในเดือนเดียวกัน สะท้อนว่าต้นทุนพลังงานเริ่มส่งผ่านไปยังภาคบริการและราคาสินค้าอื่น ๆ
ภาวะนี้ทำให้ประเด็นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราคาน้ำมันที่ผันผวนอีกต่อไป แต่กลายเป็นความเสี่ยงที่แรงกดดันด้านราคาจะขยายวงกว้างและฝังตัวอยู่ในเศรษฐกิจ
ECB พลิกกลับมาขึ้นดอกเบี้ย เมื่อเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นในหลายประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของยูโรโซน ตลาดจึงเริ่มคาดว่า ECB อาจต้องกลับมาใช้นโยบายเข้มงวดอีกครั้ง
วันที่ 11 มิถุนายน 2026 คณะกรรมการกำกับนโยบายการเงินของ ECB มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลักทั้ง 3 อัตรา 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี และถือเป็นการหันกลับจากวัฏจักรการผ่อนคลายที่ดำเนินมาตลอดช่วงสำคัญของปี 2025
ในแถลงการณ์ ECB ระบุโดยตรงว่า สงครามในตะวันออกกลางกำลังสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และให้เหตุผลว่าการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยยังมีความเหมาะสมภายใต้หลายฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้น
คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB ปกป้องการตัดสินใจดังกล่าว โดยชี้ว่าเงินเฟ้อด้านพลังงานที่สูงถึง 10.9% กำลังขยายไปทั่วระบบเศรษฐกิจ ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นชั่วคราว แต่คือแนวโน้มเงินเฟ้อโดยรวมและแรงกดดันพื้นฐานที่ตามมา
แม้ราคาพลังงานจะเริ่มผ่อนคลายหลังมีข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่ปิแอร์ วุนช์ สมาชิกคณะกรรมการ ECB ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2026 หากพบสัญญาณว่าเงินเฟ้อขยายตัวออกไปนอกภาคพลังงาน
บทสรุป ผลสำรวจ ECB เดือนพฤษภาคม 2025 สะท้อนว่า ผู้บริโภคเริ่มมองเงินเฟ้อในระยะใกล้ดีขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อจริงลดลงมาอยู่ใกล้หรือต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ภาพดังกล่าวสนับสนุนการลดดอกเบี้ยและแนวคิดว่ากระบวนการชะลอเงินเฟ้อกำลังประสบความสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในปี 2026 แสดงให้เห็นข้อจำกัดของการคาดการณ์ที่อิงข้อมูลในช่วงเวลาหนึ่ง ภาวะช็อกจากราคาพลังงานซึ่งเกิดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์สามารถพลิกแนวโน้มเงินเฟ้อได้ในเวลาไม่นาน และบีบให้ ECB ต้องเปลี่ยนจากการผ่อนคลายมาเป็นการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
บทเรียนสำคัญจึงมีสองด้าน: ต้องอ่านตัวเลข CES ให้ตรงกับเดือนและปี และต้องไม่มองข้ามความเสี่ยงจากพลังงานกับเหตุการณ์ระหว่างประเทศ ซึ่งอาจกำหนดทิศทางนโยบายการเงินได้พอ ๆ กับตัวเลขเงินเฟ้อในประเทศ
ecb.europa.eu
Consumer Expectations Survey - European Central Bank