แต่เรื่องไม่ได้จบลงที่ธงตาหมากรุก เพราะท้ายที่สุดพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่นักขับ หากอยู่ที่ระยะทางซึ่งระบบจับเวลานำไปใช้คำนวณความเร็วในพิตเลน
แกสลีไม่ใช่นักขับเพียงคนเดียวที่ถูกลงโทษในวันนั้น มีรถทั้งหมด 5 คัน รวมถึงรถของลูอิส แฮมิลตัน, จอร์จ รัสเซลล์ และฟรังโก โคลาปินโต ที่ได้รับบทลงโทษจากข้อหาขับเร็วในพิตเลน
การตรวจสอบภายหลังพบว่าไม่มีนักขับคนใดขับเกินขีดจำกัด 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจริง บทลงโทษจำนวนมากเกิดจากค่าที่เฉียดเส้นมาก ๆ โดยมีหลายกรณีที่ระบบบันทึกความเร็วไว้ที่ 60.1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความแม่นยำของระบบวัดความเร็ว ซึ่งทำงานผ่านการจับเวลาในช่วงระยะทางที่กำหนด โดยคำนวณความเร็วจากระยะทางหารด้วยเวลา หากระยะทางอ้างอิงไม่ถูกต้อง ผลลัพธ์ก็อาจทำให้รถดูเหมือนเร็วเกินจริงได้
หลังจบการแข่งขัน Alpine ยื่นคำร้องขอ Right of Review หรือสิทธิ์ให้ FIA พิจารณาคดีใหม่ โดยทีมส่งหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงข้อมูลจากรถของแกสลีที่แสดงว่าเขาเปิดใช้ตัวจำกัดความเร็วในพิตเลนก่อนเข้าสู่พิตเลนแล้ว
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน FIA เห็นว่าคำร้องมีมูลเพียงพอที่จะรับพิจารณา เพราะหลักฐานใหม่มีทั้ง “ความสำคัญ” และ “ความเกี่ยวข้อง” กับคดี
จุดเปลี่ยนสำคัญมาจาก Formula One Management หรือ FOM ซึ่งเป็นผู้ดูแลระบบจับเวลาอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน F1 โดย FOM ยอมรับว่าระยะทางพิตเลนที่ใช้ในระบบสั้นกว่าระยะจริง 77 เซนติเมตร
เมื่อระบบใช้ระยะทางที่สั้นเกินจริงในการคำนวณความเร็ว ค่าที่ได้จึงสูงกว่าความเร็วจริงของรถ การสแกนพิตเลนหลังการแข่งขันด้วยระบบ LIDAR ยังยืนยันว่าเส้นทางที่รถสามารถขับผ่านได้จริงมีระยะยาวกว่าระยะที่ FOM ตั้งไว้ในระบบจับเวลา
กล่าวอีกอย่างคือ แกสลีไม่ได้ขับเร็วเกินกำหนด แต่ถูกระบบคำนวณให้ดูเหมือนขับเร็ว
เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน คณะกรรมการผู้ตัดสินของ FIA ยอมรับเหตุผลของ Alpine และยกเลิกบทลงโทษ 5 วินาทีทั้งสองครั้งของแกสลี ส่งผลให้เขากลับขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ในผลการแข่งขัน Monaco Grand Prix อย่างเป็นทางการ
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้อิซัค ฮัดจาร์ นักขับของ Red Bull ซึ่งเคยขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 3 หลังแกสลีโดนลงโทษ ต้องหล่นกลับไปอันดับ 4 และพลาดโพเดียมแรกในอาชีพ F1 กับทีม Red Bull
เอกสารคำตัดสินของผู้ตัดสินระบุว่า FOM ยอมรับว่า “การคำนวณเวลาที่ผ่านไปอ้างอิงจากข้อมูลที่ผิดพลาด” ซึ่งเกิดจากความคลาดเคลื่อนของระยะทางพิตเลน
อย่างไรก็ตาม การคืนอันดับเกิดขึ้นหลังการแข่งขันไปแล้วหลายวัน แกสลีจึงไม่ได้รับช่วงเวลาขึ้นโพเดียมและฉลองต่อหน้าแฟน ๆ ในทันที
หลัง Alpine ชนะการทบทวน Mercedes ก็ยื่น Right of Review ของตัวเอง โดยโต้แย้งทั้งการคืนอันดับให้แกสลีและบทลงโทษที่จอร์จ รัสเซลล์ นักขับของทีมได้รับ FIA กำหนดให้มีการพิจารณาคดีในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน
แต่ในวันเดียวกัน Mercedes ถอนคำร้อง โดยระบุว่าทีมเห็น “ความมุ่งมั่นที่ชัดเจน” จาก F1 และ FIA ในการแก้ไขปัญหาระบบจับเวลาไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต
แม้ Mercedes จะถอนคำร้อง แต่ประเด็นยังไม่จบ McLaren ยื่นหนังสือแจ้งอุทธรณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน โดยคัดค้านการตัดสินใจคืนอันดับ 3 ให้แกสลี และแสดงความกังวลเรื่อง “ความยุติธรรมทางกีฬา”
Red Bull ยื่นหนังสือแจ้งอุทธรณ์ตามมาในวันที่ 17 มิถุนายน ต่อ FIA International Court of Appeal ซึ่งเป็นศาลสูงสุดของกระบวนการกีฬามอเตอร์สปอร์ตภายใต้ FIA
ทั้งสองทีมไม่ได้โต้แย้งเพียงเรื่องตัวเลข 77 เซนติเมตร แต่ตั้งคำถามถึงกระบวนการยกเลิกบทลงโทษและผลกระทบต่อบรรทัดฐานในอนาคตของ F1 โดย McLaren ระบุว่าต้องการคัดค้านเอกสารผู้ตัดสินฉบับที่ 99 รวมถึงผลการแข่งขันฉบับแก้ไขและอันดับสะสมแชมป์ที่เปลี่ยนแปลงตามมา
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ก่อนสุดสัปดาห์การแข่งขัน Austrian Grand Prix ที่ออสเตรีย อิซัค ฮัดจาร์ส่งมอบถ้วยอันดับ 3 ของ Monaco GP ให้แกสลีด้วยตัวเอง
ภาพดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของการคืนโพเดียมให้แกสลี แต่ในทางกฎหมาย ผลการแข่งขันยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด เพราะ FIA International Court of Appeal ยังไม่ได้เปิดการพิจารณาหรือมีคำวินิจฉัยต่อคำอุทธรณ์ของ McLaren และ Red Bull
กระบวนการอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ โดยมีช่วงเวลา 15 วันสำหรับการยื่นเหตุผลอุทธรณ์ จากนั้น FIA มีเวลาอีก 15 วันในการตอบกลับ และต้องเว้นระยะอย่างน้อย 15 วันก่อนการพิจารณาคดี ศาลดังกล่าวประกอบด้วยผู้พิพากษาที่มาจากการเลือกตั้ง 36 คน
จากกรอบเวลาดังกล่าว คำตัดสินสุดท้ายจึงไม่น่าจะเกิดขึ้นก่อนช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2026 เป็นอย่างเร็ว
สำหรับแกสลี อันดับ 3 ที่โมนาโกมีน้ำหนักมากกว่าโพเดียมในหลายสนาม เพราะเป็นการแข่งขันที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ของ F1 ผลดังกล่าวยังหมายถึงคะแนน 15 แต้ม แทนที่จะเป็นเพียง 6 แต้มจากอันดับ 7 ซึ่งช่วยต่ออันดับสะสมของทั้งแกสลีในประเภทนักขับและ Alpine ในประเภททีมผู้สร้าง
ในมุมของ Alpine การชนะ Right of Review ถือเป็นชัยชนะด้านความน่าเชื่อถือ ทีมสามารถรวบรวมข้อมูลเชิงเทคนิคและหลักฐานอย่างละเอียดจนพิสูจน์ความผิดพลาดของระบบจับเวลา FOM ได้ ในกีฬาที่การวัดผลอย่างเป็นทางการมักไม่ค่อยถูกท้าทาย
แต่ความไม่แน่นอนยังคงอยู่ ถ้า International Court of Appeal พลิกคำตัดสินของผู้ตัดสิน แกสลีอาจเสียโพเดียมเป็นครั้งที่สอง ทั้งที่ถ้วยรางวัลถูกส่งมอบถึงมือเขาแล้ว สถานการณ์ที่ “ถ้วยอยู่กับคนหนึ่ง แต่ผลยังอยู่ระหว่างการพิจารณา” จึงกลายเป็นหนึ่งในคดีที่แปลกประหลาดที่สุดของ F1 ยุคใหม่