คณะกรรมาธิการยุโรปมีมติเบื้องต้นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026 ว่า Amazon Web Services (AWS) และ Microsoft Azure ควรถูกกำหนดให้เป็น 'Gatekeeper' ภายใต้กฎหมาย Digital Markets Act (DMA) [1][5][8] แม้ AWS และ Azure จะไม่ผ่านเกณฑ์ปริมาณมาตรฐานของ DMA คณะกรรมาธิการใช้อำนาจตามมาตรา 3(8) ในการสอบสวนตลาดแบบเชิงคุณภาพ โดยชี้ว่...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What preliminary findings did the European Commission announce on Thursday regarding AWS and Micr. Article summary: On Thursday, June 25, 2026, the European Commission informed Amazon and Microsoft of its preliminary view that their cloud computing services — **Amazon Web Services (AWS)** and **Microsoft Azure** — should be designated. Topic tags: general, government, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2026 คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้แจ้งให้ Amazon และ Microsoft ทราบถึงมุมมองเบื้องต้นว่าบริการคลาวด์คอมพิวติ้งของพวกเขา — Amazon Web Services (AWS) และ Microsoft Azure — ควรถูกกำหนดให้เป็น 'Gatekeeper' ภายใต้กฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่กฎหมายนี้จะถูกนำไปใช้กับบริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ แทนที่จะเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เน้นผู้บริโภคโดยตรง
คณะกรรมาธิการสรุปว่า AWS และ Azure ทำหน้าที่เป็น ‘ประตูสำคัญที่เชื่อมธุรกิจกับลูกค้าของพวกเขา’ ในสหภาพยุโรป ทำให้พวกเขามีอำนาจในการกำหนดเงื่อนไขการเข้าถึงสำหรับธุรกิจในยุโรปจำนวนมากที่ต้องพึ่งพาบริการคลาวด์ AWS และ Azure ควบคุม ประมาณ 70% ของรายได้คลาวด์ใน EU ซึ่งเป็นการกระจุกตัวของตลาดที่อยู่เบื้องหลังการสอบสวนอย่างเป็นทางการนานเจ็ดเดือนที่เริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายน 2025
คณะกรรมาธิการยังพบว่า ผลกระทบจากการล็อกอิน (lock-in effects) และต้นทุนในการเปลี่ยนผู้ให้บริการที่สูง (high switching costs) ป้องกันไม่ให้ลูกค้าธุรกิจย้ายไปมาระหว่างผู้ให้บริการคลาวด์ ซึ่งยิ่งตอกย้ำตำแหน่งที่โดดเด่นของทั้งสองแพลตฟอร์ม
เกณฑ์ปริมาณ (เชิงปริมาณ) มาตรฐานของ DMA สำหรับการเป็น Gatekeeper — รายได้ต่อปีใน EEA 7.5 พันล้านยูโร, มูลค่าตลาด 7.5 หมื่นล้านยูโร, ผู้ใช้ปลายทางรายเดือน 45 ล้านคน และผู้ใช้ทางธุรกิจรายปี 10,000 ราย — ถูกออกแบบมาสำหรับบริการแพลตฟอร์มหลักที่เน้นผู้บริโภค เช่น ร้านค้าแอป เสิร์ชเอนจิน และโซเชียลเน็ตเวิร์ก บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์อย่าง AWS และ Azure ไม่สามารถตอบสนองเมตริกที่อิงตามจำนวนผู้ใช้เหล่านั้นได้ง่ายนัก
ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงใช้ มาตรา 3(8) ของ DMA ซึ่งอนุญาตให้มีการกำหนดสถานะแบบ 'เชิงคุณภาพ' ผ่าน การสอบสวนตลาด (market investigation) เมื่อบริการใดมีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์หลักสามข้อ ได้แก่ (ก) มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดภายใน (ข) ทำหน้าที่เป็นประตูสำคัญสำหรับผู้ใช้ทางธุรกิจในการเข้าถึงผู้ใช้ปลายทาง และ (ค) มีตำแหน่งที่ฝังรากลึกและยั่งยืน แม้ว่าเกณฑ์ปริมาณมาตรฐานจะไม่เป็นไปตามข้อกำหนดก็ตาม การสอบสวนตลาดสองครั้งได้เปิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2025 โดยเฉพาะเพื่อประเมิน AWS และ Azure ภายใต้เส้นทางเชิงคุณภาพนี้
หากได้รับการกำหนดอย่างเป็นทางการ AWS และ Azure จะต้องอยู่ภายใต้ ข้อ 'ห้าม' และ 'ต้องทำ' ของ DMA (มาตรา 5, 6 และ 7) ที่ใช้กับ Gatekeeper อื่นๆ ซึ่งรวมถึง:
การไม่ปฏิบัติตามอาจมีค่าปรับสูงถึง 10% ของรายได้ทั่วโลกต่อปี และสูงถึง 20% สำหรับการละเมิดซ้ำ
การเคลื่อนไหวนี้แสดงถึงการขยายขอบเขตของ DMA อย่างมีนัยสำคัญ จนถึงขณะนี้ กฎหมายนี้กำหนดเป้าหมายไปที่บริการแพลตฟอร์มหลักที่เน้นผู้บริโภค — ร้านค้าแอป (Apple App Store, Google Play), การส่งข้อความ (WhatsApp/Messenger ของ Meta), โซเชียลเน็ตเวิร์ก, เสิร์ช, โฆษณา และตลาดซื้อขายออนไลน์ คลาวด์คอมพิวติ้งไม่ได้ถูกมองว่าเป็นบริการแพลตฟอร์มหลักภายใต้คำจำกัดความมาตรฐานของ DMA ตั้งแต่แรก
ด้วยการใช้เครื่องมือสอบสวนตลาดเชิงคุณภาพภายใต้มาตรา 3(8) คณะกรรมาธิการกำลังขยายขอบเขตของ DMA ไปสู่บริการโครงสร้างพื้นฐานแบบ B2B ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของยุโรป แต่ไม่มีจำนวน 'ผู้ใช้ปลายทาง' แบบทั่วไปที่จะกระตุ้นการกำหนดโดยอัตโนมัติ นี่เป็นสัญญาณว่าคณะกรรมาธิการมองว่าแพลตฟอร์มคลาวด์ที่โดดเด่นเป็น 'คอขวด' (gatekeeping bottlenecks) ที่คล้ายคลึงกัน และสมควรได้รับกฎระเบียบเชิงป้องกัน และอาจปูทางไปสู่การสอบสวนบริการโครงสร้างพื้นฐาน B2B อื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
คณะกรรมาธิการยุโรปมีมติเบื้องต้นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026 ว่า Amazon Web Services (AWS) และ Microsoft Azure ควรถูกกำหนดให้เป็น 'Gatekeeper' ภายใต้กฎหมาย Digital Markets Act (DMA) [1][5][8]
คณะกรรมาธิการยุโรปมีมติเบื้องต้นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026 ว่า Amazon Web Services (AWS) และ Microsoft Azure ควรถูกกำหนดให้เป็น 'Gatekeeper' ภายใต้กฎหมาย Digital Markets Act (DMA) [1][5][8] แม้ AWS และ Azure จะไม่ผ่านเกณฑ์ปริมาณมาตรฐานของ DMA คณะกรรมาธิการใช้อำนาจตามมาตรา 3(8) ในการสอบสวนตลาดแบบเชิงคุณภาพ โดยชี้ว่าทั้งสองบริการครองส่วนแบ่งรายได้คลาวด์ใน EU กว่า 70% และสร้างสภาพการล็อกอินที่ทำให้ลูกค้าเปล...
หากได้รับการกำหนดอย่างเป็นทางการ AWS และ Azure จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของ DMA เช่น การเปิดให้บริการอื่นเชื่อมต่อได้ (interoperability) การย้ายข้อมูล (data portability) และการห้ามเลือกปฏิบัติหรือเอื้อประโยชน์ให้บริกา...
Loading comments...
Comments
0 comments