ภารกิจ TESS ของ NASA ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ 'super puff' ใหม่สองดวง TOI 791 b และ c ซึ่งมีความหนาแน่นเพียง 0.038 g/cm³ และ 0.047 g/cm³ ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าสายไหม (ประมาณ 0.05 g/cm³) ทำให้เป็นดาวเคราะห์ที่ 'ปุยที... ดาวเคราะห์เหล่านี้ถูกระบุครั้งแรกโดยอาสาสมัครในโครงการวิทยาศาสตร์พลเมือง Planet Hunters TESS ก่อ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What two "super-puff" exoplanets did NASA's TESS mission discover that have densities lower than. Article summary: Here are the verified facts from the NASA announcement and reporting on the peer-reviewed study published in *Monthly Notices of the Royal Astronomical Society* [3][4].. Topic tags: general, government, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbna
ภารกิจ TESS (Transiting Exoplanet Survey Satellite) ของ NASA ได้ค้นพบดาวเคราะห์ยักษ์สองดวงที่มีความหนาแน่นต่ำที่สุดเท่าที่เคยตรวจจับได้ — โลกประเภท 'super-puff' ที่เบาจนมีความหนาแน่นเทียบได้กับสายไหม ผลงานวิจัยที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society ระบุว่าดาวเคราะห์เหล่านี้เป็น 'โลกที่ปุยที่สุด' เท่าที่เคยค้นพบ
ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงโคจรรอบดาวฤกษ์แคระประเภท F7 ที่ชื่อ TOI-791 ซึ่งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 1,110 ปีแสง ในกลุ่มดาว Volans ทางซีกฟ้าใต้
ดาวเคราะห์ทั้งสอง — TOI-791 b (ดวงใน) และ TOI-791 c (ดวงนอก) — มีขนาดประมาณดาวพฤหัสบดี แต่มีมวลต่ำมาก ดร. จอร์จ แดรนส์ฟิลด์ จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด หัวหน้าทีมวิจัย เปรียบเทียบความหนาแน่นของพวกมันว่า 'เหมือนโฟมโกนหนวดก้อนโตที่เพิ่งออกมาจากกระป๋อง'
เพื่อให้เห็นภาพ สายไหมมีความหนาแน่นประมาณ 0.05 g/cm³ ซึ่งหมายความว่าดาวเคราะห์เหล่านี้เบากว่าสายไหมเสียอีก
ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงถูกล็อกอยู่ใน 'เสียงสะท้อนของการเคลื่อนที่เฉลี่ย' (mean-motion resonance) แบบ 5:3 ที่หายาก — ทุกๆ ห้ารอบวงโคจรของ TOI-791 b (ดวงใน) TOI-791 c (ดวงนอก) จะโคจรครบสามรอบพอดี ปฏิสัมพันธ์แรงโน้มถ่วงนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในช่วงเวลาที่พวกมันเคลื่อนผ่านหน้าดาวฤกษ์ ซึ่งทีมวิจัยสามารถใช้คำนวณมวลของพวกมันได้
จุดเริ่มต้นจากวิทยาศาสตร์พลเมือง (Citizen Science): ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงได้รับการระบุเบื้องต้นว่าเป็นดาวเคราะห์候选 ในปี 2019 และ 2023 โดยอาสาสมัครที่เข้าร่วมโครงการวิทยาศาสตร์พลเมือง Planet Hunters TESS ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปช่วยกันค้นหาดาวเคราะห์ดวงใหม่จากข้อมูลของกล้อง TESS
การยืนยันจากภาคพื้นดิน: ทีมวิจัยได้รวมข้อมูลการสังเกตการณ์การเคลื่อนผ่านจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่งทั่วโลกเพื่อวัดขนาดและมวล หนึ่งในนั้นคือ กล้องโทรทรรศน์ ASTEP ที่สถานีคองคอร์เดียในแอนตาร์กติกา
ฤดูหนาวของแอนตาร์กติกาซึ่งมีความมืดต่อเนื่องนานหลายเดือน ทำให้นักดาราศาสตร์สามารถบันทึกการเคลื่อนผ่านที่ยาวนานผิดปกติของดาวเคราะห์เหล่านี้ — แต่ละครั้งกินเวลานาน กว่า 11 ชั่วโมง — ในการสังเกตการณ์เพียงครั้งเดียวโดยไม่ถูกขัดจังหวะ ซึ่งเป็นการสังเกตการณ์การเคลื่อนผ่านของดาวเคราะห์อย่างต่อเนื่องจากภาคพื้นดินที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีรายงาน
นักวิจัยคาดว่าการสังเกตการณ์ติดตามผลด้วย กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ จะเผยให้เห็นองค์ประกอบทางเคมีของดาวเคราะห์เหล่านี้ ดร. แดรนส์ฟิลด์ กล่าวว่าดาวเคราะห์เหล่านี้น่าจะประกอบด้วยไฮโดรเจนและฮีเลียมเป็นส่วนใหญ่ แต่จำเป็นต้องใช้ JWST เพื่อยืนยันองค์ประกอบของชั้นบรรยากาศ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ภารกิจ TESS ของ NASA ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ 'super puff' ใหม่สองดวง TOI 791 b และ c ซึ่งมีความหนาแน่นเพียง 0.038 g/cm³ และ 0.047 g/cm³ ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าสายไหม (ประมาณ 0.05 g/cm³) ทำให้เป็นดาวเคราะห์ที่ 'ปุยที...
ภารกิจ TESS ของ NASA ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ 'super puff' ใหม่สองดวง TOI 791 b และ c ซึ่งมีความหนาแน่นเพียง 0.038 g/cm³ และ 0.047 g/cm³ ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าสายไหม (ประมาณ 0.05 g/cm³) ทำให้เป็นดาวเคราะห์ที่ 'ปุยที... ดาวเคราะห์เหล่านี้ถูกระบุครั้งแรกโดยอาสาสมัครในโครงการวิทยาศาสตร์พลเมือง Planet Hunters TESS ก่อนที่จะได้รับการยืนยันผ่านการสังเกตการณ์ที่รวมถึงกล้องโทรทรรศน์ ASTEP ในแอนตาร์กติกา ซึ่งสามารถบันทึกการเคลื่อนผ่านที่ยาวน...
การสังเกตการณ์ในอนาคตด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ คาดว่าจะเผยให้เห็นองค์ประกอบทางเคมีของชั้นบรรยากาศที่มีความหนาแน่นต่ำมากเหล่านี้ ซึ่งคาดว่าส่วนใหญ่เป็นไฮโดรเจนและฮีเลียม [3][5]
Loading comments...
Comments
0 comments