KOSPI ร่วง 9.99% ในวันที่ 23 มิถุนายน (Black Tuesday) จนเปิด Circuit Breaker และร่วงอีก 8.18% ในวันที่ 26 มิถุนายน เปิด Circuit Breaker ครั้งที่สองในสัปดาห์เดียวกัน ต้นเหตุหลักคือ Apple ขึ้นราคาสินค้า, OpenAI เลื่อน I... Samsung Electronics และ SK Hynix ร่วงคนละกว่า 12% ในวันที่แย่ที่สุด มูลค่าตลาดของ KOSPI หายไปประ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What caused the KOSPI to plunge 9% and trigger a circuit breaker for the second time in a week, w. Article summary: I now have substantial evidence across all the facets of this question. Let me compile a comprehensive, sourced answer.. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illus
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เผชิญสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายปีปลายเดือนมิถุนายน 2026 โดยดัชนี KOSPI ซึ่งเป็นดัชนีหลักร่วงลงเกือบ 10% ในการซื้อขายวันเดียวของวันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งถูกขนานนามว่า "Black Tuesday" ทำให้เกิดการเปิด Circuit Breaker (มาตรการหยุดพักการซื้อขายชั่วคราว) โดยอัตโนมัติเป็นเวลา 20 นาที ต่อมาเพียงสามวันในวันที่ 26 มิถุนายน ดัชนีก็ร่วงอีก 8.18% ทำให้ Korea Exchange (KRX) ต้องเปิด Circuit Breaker อีกครั้งเป็นครั้งที่สองในสัปดาห์เดียวกัน
อะไรทำให้เกิดความตื่นตระหนกพร้อมกันนี้? แรงกดดันสามประการเกิดขึ้นพร้อมกัน: Apple ประกาศขึ้นราคา Mac และ iPad ครั้งใหญ่เนื่องจากปัญหาชิปหน่วยความจำขาดแคลน, OpenAI สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการส่งสัญญาณเลื่อนการเสนอขายหุ้น IPO อันยิ่งใหญ่ของบริษัทออกไป และการเทขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และ AI ทั่วโลกที่ทำให้มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์หายไปในไม่กี่นาที
KOSPI ร่วงลงถึง 9.1–10% ระหว่างวันในวันที่ 23 มิถุนายน ทำให้เกิดการเปิด Circuit Breaker ระดับ 1 เวลา 14:33 น. ตามเวลาเกาหลี (KST) รายงานบางฉบับระบุว่ามีการเปิด Circuit Breaker ถึงสองครั้งในระหว่างการซื้อขายวันนั้น ดัชนีปิดที่ 7,484.41 จุด ลดลง 8.29% ซึ่งเป็นการลดลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม
การร่วงครั้งนี้ทำให้มูลค่าตลาดหายไปประมาณ 742.76 ล้านล้านวอน (ประมาณ 485,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในวันเดียว
ความตื่นตระหนกรุนแรงถึงขั้นที่นักลงทุนรายย่อยแห่ซื้อหุ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 8.54 ล้านล้านวอนในวันนั้น
ในวันที่ 26 มิถุนายน KOSPI ร่วงอีก 8.18% ทำให้เกิดการเปิด Circuit Breaker เวลา 12:10 น. ตามเวลา KST หนังสือพิมพ์ The Korea Times รายงานว่านี่เป็นการเปิด Circuit Breaker ครั้งที่ห้าของปีนี้
แรงขายถูกขับเคลื่อนโดย "แรงขายจากนักลงทุนต่างชาติและสถาบันจำนวนมาก เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความต้องการหน่วยความจำที่ชะลอตัวท่ามกลางภาวะ Chip-flation (ราคาชิปที่สูงขึ้นและแพร่กระจาย)"
การเทขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ในวงกว้างและความกลัวที่เพิ่มขึ้นว่าวงจรกำไรของธุรกิจชิปหน่วยความจำถึงจุดสูงสุดแล้ว เป็นสาเหตุให้เกิดการขายอย่างตื่นตระหนก การร่วงครั้งนี้ถูกอธิบายว่าเป็น "หน้าต่างที่เปิดโดยตรงให้เห็นถึงความเปราะบางของแนวโน้มการลงทุน AI ทั่วโลก"
ก่อนหน้าการร่วงครั้งนี้ KOSPI ปรับตัวขึ้นแล้วประมาณ 90% นับตั้งแต่ต้นปี ทำให้เสี่ยงต่อการปรับฐานที่รุนแรง
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน Tim Cook ซีอีโอของ Apple ยืนยันว่า "การขึ้นราคาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้" สำหรับผลิตภัณฑ์ Apple เนื่องจากการขาดแคลนอุปทาน RAM/หน่วยความจำทั่วโลก จากนั้นในวันที่ 25 มิถุนายน ซึ่งเป็นเวลาเพียงสองวันหลังจาก Black Tuesday Apple ก็ดำเนินการปรับขึ้นราคาจริง ราคาคอมพิวเตอร์ Mac เพิ่มขึ้น 15% ถึง 20% และ iPad เพิ่มขึ้น 15% ถึง 25%
ตัวอย่างเช่น MacBook Air ราคาเพิ่มจาก 1,099 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ และ MacBook Pro จาก 1,699 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 1,999 ดอลลาร์สหรัฐ
Apple กล่าวว่าบริษัท "ไม่สามารถปกป้องลูกค้าจากต้นทุนชิปหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งขับเคลื่อนโดยการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลของอุตสาหกรรม AI" ได้อีกต่อไป
เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้ความกังวลที่ว่าต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้นกำลังกระทบต่อความต้องการของผู้บริโภคปลายทางทวีความรุนแรงขึ้น
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน The New York Times รายงานว่า OpenAI กำลังพิจารณาเลื่อนการเสนอขายหุ้น IPO ที่ทุกคนรอคอยออกไปอย่างน้อยถึงปีหน้า และอาจถึงปี 2027 ที่ปรึกษาได้เสนอทางเลือกในการรอจนถึงปี 2027 เพื่อให้ได้มูลค่าบริษัทถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือลดเป้าหมายมูลค่าลงเพื่อให้เข้าจดทะเบียนได้เร็วขึ้น
การเลื่อนครั้งนี้ส่งสัญญาณถึงความคาดหวังในการทำกำไรในระยะใกล้ของภาค AI ที่อ่อนแอลง และกระทบต่อความรู้สึกของนักลงทุนอย่างรุนแรง หุ้นของ SoftBank Group ร่วง 12% จากข่าวนี้ เนื่องจาก SoftBank เป็นนักลงทุนรายใหญ่ในกิจการ AI
การเดิมพันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยถึงสองเท่า (Double Rate Hike) ทำให้ความกังวลในระดับมหภาครุนแรงขึ้น ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงจากความกังวลว่านักลงทุนเตรียมพร้อมสำหรับมาตรการที่เข้มงวดยิ่งขึ้นของ Fed เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ ตามรายงานของ Reuters
การเพิ่มขึ้นของสถานะการลงทุนแบบใช้ Leverage (ยืมเงินมาลงทุน) ของนักลงทุนรายย่อยน่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดผันผวนมากขึ้น Bloomberg ระบุว่า "ความผันผวนระหว่างวันพุ่งสูงที่สุดในรอบเดือน และการใช้ Leverage ที่เพิ่มขึ้นน่าจะทำให้ความผันผวนรุนแรงขึ้น"
ดัชนี Sensex และ Nifty ของอินเดียลดลงประมาณ 0.7–0.8% และตลาดเซี่ยงไฮ้ปิดในแดนลบ
สัญญาณข้ามคืนจากวอลล์สตรีทบ่งชี้ว่าภาคเทคโนโลยีและ AI "อาจจะปรับตัวขึ้นมากเกินไปหลังจากการ Rally เมื่อเร็วๆ นี้" และหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ รวมถึง Nvidia และ Tesla ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ดัชนี Nasdaq เป็นผู้นำการร่วงลงในวอลล์สตรีท โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่นักลงทุนทำกำไร
นักวิเคราะห์จาก Investinq ระบุว่าการร่วงครั้งนี้เป็น "หน้าต่างที่เปิดโดยตรงให้เห็นถึงความเปราะบางของแนวโน้มการลงทุน AI ทั่วโลก" การเทขายครั้งนี้เป็นการกลับตัวอย่างรุนแรงหลังจากการ Rally ที่ขับเคลื่อนโดย AI อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บทสรุปของตลาดแห่งหนึ่งอธิบายสาเหตุว่าเป็น "การคาดการณ์ผลประกอบการของเซมิคอนดักเตอร์ที่น่าผิดหวัง" ผนวกกับ "ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการเทขายในวอลล์สตรีท"
การรวมกันของการขึ้นราคาของ Apple (ส่งต่อต้นทุนชิปหน่วยความจำไปยังผู้บริโภค) การเลื่อน IPO ของ OpenAI (ทำให้เกิดความสงสัยเกี่ยวกับกำหนดการทำกำไรของ AI) และความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ส่งผลให้เกิดการประเมินความเสี่ยงทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์พร้อมกัน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
KOSPI ร่วง 9.99% ในวันที่ 23 มิถุนายน (Black Tuesday) จนเปิด Circuit Breaker และร่วงอีก 8.18% ในวันที่ 26 มิถุนายน เปิด Circuit Breaker ครั้งที่สองในสัปดาห์เดียวกัน ต้นเหตุหลักคือ Apple ขึ้นราคาสินค้า, OpenAI เลื่อน I...
KOSPI ร่วง 9.99% ในวันที่ 23 มิถุนายน (Black Tuesday) จนเปิด Circuit Breaker และร่วงอีก 8.18% ในวันที่ 26 มิถุนายน เปิด Circuit Breaker ครั้งที่สองในสัปดาห์เดียวกัน ต้นเหตุหลักคือ Apple ขึ้นราคาสินค้า, OpenAI เลื่อน I... Samsung Electronics และ SK Hynix ร่วงคนละกว่า 12% ในวันที่แย่ที่สุด มูลค่าตลาดของ KOSPI หายไปประมาณ 485,000 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว
Loading comments...
Comments
0 comments