ในเดือนพฤษภาคม 2569 การส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีนพุ่งขึ้นทำสถิติใหม่ที่ 9.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้แรงหนุนจากภาวะช็อกด้านราคาน้ำมันอันเป็นผลจากสงครามในอิหร่าน ซึ่งผลักดันให้ราคาน้ำมันสูงเกิน 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ EV มีความคุ้มค่าด้านต้นทุนมากขึ้นในประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมัน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนที่รัฐบาลได้ลดอุปสรรคการนำเข้าและเสนอเงินอุดหนุนการซื้ออย่างจริงจัง ![]()
![]()
ต่อไปนี้คือรายละเอียดตัวเลขสำคัญพร้อมที่มา
ตัวเลขสถิติ: มูลค่า ปริมาณรถยนต์ และแยกตามประเภท
- มูลค่า: การส่งออก EV ของจีนในเดือนพฤษภาคม 2569 ทำสถิติสูงสุดที่ 9.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามรายงานของ Ember ซึ่งเป็นกลุ่มคลังสมองด้านพลังงาน
![]()
![]()
![]()
- ปริมาณการส่งออกรถยนต์รวมทุกประเภท: จีนส่งออกรถยนต์รวม 930,000 คัน เพิ่มขึ้น 68.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน
![]()
- การส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV), รถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง: 446,000 คัน (หรือประมาณ 435,000 คัน เฉพาะรถยนต์นั่งตามข้อมูลของ CAAM/PBS) เพิ่มขึ้น ประมาณ 110% จากปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการส่งออกรถยนต์ทั้งหมด
![]()
![]()
- แยกตามผู้ผลิต: BYD เป็นผู้นำการส่งออก NEV ด้วยจำนวน 155,944 คัน; Tesla China ส่งออก 38,701 คัน; ในภาพรวมการส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เชอรี่ (Chery) ครองอันดับหนึ่ง (ส่วนแบ่ง 22.9%) ตามด้วย BYD และ Geely
![]()
- เฉพาะ EV (ไม่รวมปลั๊กอินไฮบริด): การส่งออก EV จีนไปยังตลาดอาเซียนเพียงแห่งเดียวมีมูลค่าสูงถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดส่งออก EV ทั่วโลกอยู่ที่ 9.2 พันล้านดอลลาร์
![]()
![]()
![]()
ภูมิภาคและประเทศที่ขับเคลื่อนการเติบโต
- อาเซียน เป็นภูมิภาคหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโต โดยการส่งออก EV จีนไปยังอาเซียนในเดือนพฤษภาคม 2569 ทำสถิติสูงสุดที่ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
![]()
- ไทย นำเข้า EV จีนมากที่สุดในภูมิภาคด้วยจำนวนกว่า 36,000 คัน ในเดือนพฤษภาคม
![]()
- ฟิลิปปินส์ นำเข้า EV จีนมากกว่า 33,000 คัน
![]()
- กัมพูชาและลาว ต่างก็ทำสถิติยอดนำเข้า EV จีนรายเดือนสูงสุด
![]()
- นอกเหนือจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ประเทศกำลังพัฒนาในแอฟริกา ตะวันออกกลาง และละตินอเมริกาก็เร่งนำเข้าเช่นกัน แต่อาเซียนยังคงมีสัดส่วนใหญ่ที่สุด
![]()
![]()
บทบาทของความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงาน
สงครามอิหร่าน (ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ต้นปี 2569) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่ถูกอ้างถึงในทุกแหล่งข่าวหลัก
- ราคาน้ำมันพุ่งสูงเกินกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในเดือนเมษายน 2569 โดย JPMorgan เตือนว่าราคาอาจพุ่งถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากการหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่
![]()
- Bloomberg รายงานว่าสถิติการส่งออกในเดือนพฤษภาคมนั้น "ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นซึ่งเชื่อมโยงกับความขัดแย้งในอิหร่าน"
![]()
- สงครามอิหร่าน "ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของตลาด EV โลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเปิดโอกาสใหม่ให้กับผู้ผลิตจีนในประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นผลักดันให้ผู้บริโภคหันมาใช้ตัวเลือกไฟฟ้า"
![]()
![]()
- รัฐบาลตั้งแต่ "ลาวไปจนถึงเอธิโอเปีย" เริ่มสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าเพื่อ ลดการนำเข้าน้ำมันและค่าใช้จ่ายด้านการอุดหนุนน้ำมัน
![]()
- ผู้ผลิตเทคโนโลยีสะอาดของจีนได้ "เกี้ยวพาราสีประเทศต่างๆ ที่ต้องการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันราคาแพง" อย่างจริงจัง
![]()
- สถิติการส่งออกในเดือนเมษายน 2569 (349,000 คัน เพิ่มขึ้น 140% จากปีก่อน) ก็ถูกอ้างถึงอย่างชัดเจนว่ามาจาก "ภาวะช็อกด้านพลังงานโลกอันเกิดจากสงครามอิหร่าน" เช่นกัน
![]()
นโยบายของรัฐบาลอาเซียน (ไทย กัมพูชา ลาว)
ไทย:
- วิสัยทัศน์ "30@30": ตั้งเป้าว่า 30% ของการผลิตรถยนต์ในประเทศจะเป็น EV ภายในปี 2573 และมีเป้าหมาย สัดส่วน EV ในยอดขาย 50%
![]()
![]()
- นโยบาย EV 3.0 และ EV 3.5: จัดให้มี เงินอุดหนุนสำหรับการซื้อ EV การลดภาษีสรรพสามิต และสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูด FDI จากผู้ผลิต EV จีน
![]()
![]()
- ไทยเป็นประเทศที่มีการนำ EV มาใช้อย่าง aggressive ที่สุดในภูมิภาค โดยใช้นโยบาย การนำเข้าที่เป็นมิตรควบคู่กับข้อกำหนดการผลิตในประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากจีน
![]()
![]()
ลาว:
- ในเดือนพฤษภาคม 2569 สำนักนายกรัฐมนตรีลาวออกประกาศเร่งรัดการนำรถ EV มาใช้ผ่าน มาตรการต่างๆ รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษี การลดภาษีนำเข้า และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ
![]()
![]()
- เป้าหมายดังกล่าวถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนเพื่อ ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันราคาแพง และเสริมสร้างการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
![]()
![]()
กัมพูชา:
- มียอดนำเข้า EV จีนรายเดือนสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2569
แม้รายละเอียดนโยบายปี 2569 จะไม่ชัดเจนนักในแหล่งข้อมูลที่มี แต่กัมพูชาเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มใหญ่ในอาเซียนในการ ลดอุปสรรคทางภาษีและที่ไม่ใช่ภาษีต่อการนำเข้า EV จากจีน ขณะที่รัฐบาลต่างๆ ผลักดันการใช้ไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน ![]()
![]()
แนวทางทั่วไปของอาเซียน: ประเทศในอาเซียนได้ "ดำเนินนโยบายอย่างมีกลยุทธ์เพื่อให้แน่ใจว่าการนำเข้า EV มีส่วนช่วยในการสร้างรากฐานสำหรับการผลิต EV ในประเทศ" โดยสร้างสมดุลระหว่างการเข้าถึงการนำเข้าของจีนกับเป้าหมายการผลิตในประเทศ ![]()
![]()
การคาดการณ์การส่งออกทั้งปี (UBS) และข้อมูล CAAM
การคาดการณ์ของ UBS:
- นักวิเคราะห์ของ UBS คาดการณ์ว่า การส่งออกรถยนต์นั่งประจำปีของจีนอาจเพิ่มขึ้นอีก ในปี 2569 โดยได้แรงหนุนจากโมเมนตัมการส่งออก EV และอุปสงค์จากภาวะช็อกด้านน้ำมัน
![]()
- UBS คาดว่า การเติบโตของยอดขายส่ง EV (รวมตลาดในประเทศและส่งออก) จะชะลอตัวจาก 28% ในปี 2568 เหลือประมาณ 15% ในปี 2569 แต่ยังคงเห็นการเติบโตในเชิงปริมาณอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการส่งออก
![]()
- Paul Gong แห่ง UBS คาดการณ์ว่า สัดส่วน EV ในตลาดจะเพิ่มขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2569 และสังเกตว่าการเติบโตยังคงขับเคลื่อนโดยการส่งออก
![]()
ข้อมูลและการคาดการณ์ของ CAAM:
- CAAM รายงานการส่งออกรถยนต์นั่งรวมเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ประมาณ 930,000 คัน (+68.7% จากปีก่อน)
![]()
- การคาดการณ์ทั้งปี 2569 ของ CAAM (เผยแพร่เดือนมกราคม 2569): การส่งออกยานยนต์จีนจะแตะที่ 7.4 ล้านคัน (+4.3% จากปีก่อน) โดย ยอดขาย NEV (ในประเทศ + ส่งออก) คาดการณ์ที่ 19 ล้านคัน (+15.2% จากปีก่อน)
![]()
- หมายเหตุ: การคาดการณ์ของ CAAM มีขึ้นก่อนภาวะช็อกน้ำมันจากสงครามอิหร่าน ดังนั้นตัวเลขส่งออกจริงในปี 2569 อาจสูงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ 7.4 ล้านคันอย่างมีนัยสำคัญ จากการพุ่งขึ้นของยอดส่งออกจนถึงเดือนพฤษภาคม
ความสำคัญเชิงโครงสร้างตามที่ Ember ระบุ
Ember ซึ่งเป็นคลังสมองด้านพลังงานที่เผยแพร่ข้อมูล 9.2 พันล้านดอลลาร์ ได้อธิบายเหตุการณ์สำคัญนี้ว่า:
- เป็นการเน้นย้ำถึง "การครอบงำที่เพิ่มขึ้นของจีนในห่วงโซ่อุปทานการเดินทางที่สะอาดระดับโลก"
![]()
- สถิตินี้เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบที่กว้างขึ้นซึ่ง "การส่งออกพลังงานสะอาดโดยรวม — รวมถึงแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ — ยังคงใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์" ซึ่งบ่งชี้ถึง การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในส่วนผสมการส่งออกของจีนไปสู่เทคโนโลยีสะอาด
![]()
![]()
- Ember กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเครื่องยนต์ส่งออกเทคโนโลยีสะอาดของจีนถึงจุดที่ EV กำลังกลายเป็นหมวดหมู่หลัก ในพอร์ตการส่งออกพลังงานสะอาดที่กว้างขึ้นของจีน ควบคู่ไปกับพลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่
![]()
![]()
- ลักษณะที่ต่อเนื่องของสถิติ (เดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม ต่างก็ทำสถิติสูงสุดติดต่อกัน) บ่งชี้ว่าสิ่งนี้ ไม่ใช่การพุ่งขึ้นครั้งเดียว แต่เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ของอุปสงค์โลกที่มีต่อเทคโนโลยีสะอาดของจีน ซึ่งถูกเร่งให้เร็วขึ้นโดยวิกฤตความมั่นคงด้านพลังงาน
![]()
![]()
![]()
![]()
ข้อควรระวังสำคัญ: แม้การส่งออกพลังงานสะอาดโดยรวมจะยังคงแข็งแกร่ง แต่การลดลงของการจัดส่งแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ตามมาหลังจากที่จีนยกเลิกการคืนภาษีส่งออกสำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ทำให้ EV เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตหลักในกลุ่มสินค้าส่งออกเทคโนโลยีสะอาด ![]()
![]()
Comments
0 comments