คณะกรรมาธิการยุโรปดำเนินการทางกฎหมายต่อ Meta และ TikTok ภายใต้กฎหมาย Digital Services Act (DSA) โดยพุ่งเป้าไปที่การออกแบบแพลตฟอร์ม เช่น ฟีเจอร์เลื่อนไม่รู้จบ, เล่นอัตโนมัติ, การแจ้งเตือน และระบบแนะนำเนื้อหาส่วนตัว ที่... นี่เป็นครั้งแรกที่ EU ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายโดยไม่ได้เน้นที่เนื้อหาผิดกฎหมายหรือข้อมูลส่วนตัว...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What recent regulatory actions has the European Commission taken against Meta regarding the desig. Article summary: Here is the full picture, structured across the key fronts.. Topic tags: general, government, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
สหภาพยุโรป (EU) กำลังยกระดับการควบคุมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจากเดิมที่เน้นเนื้อหาผิดกฎหมายและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไปสู่การกำหนดเป้าหมายที่ 'การออกแบบ' ตัวแพลตฟอร์มโดยตรง ภายใต้พระราชบัญญัติบริการดิจิทัล (Digital Services Act — DSA) คณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการและออกข้อกล่าวหาเบื้องต้นต่อทั้ง Meta และ TikTok โดยระบุว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้ใช้ฟีเจอร์การออกแบบที่เสพติด (addictive design) ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ที่เป็นเยาวชน
ในอดีต การบังคับใช้กฎหมายของ EU ต่อบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่มักเน้นที่เนื้อหาผิดกฎหมาย การคุ้มครองข้อมูล หรือการแข่งขันกันทางการค้า แต่การสอบสวนในปัจจุบันถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ตามข้อมูลของรัฐสภายุโรป นี่เป็นครั้งแรกที่การบังคับใช้กฎหมายมุ่งเป้าไปที่ 'สถาปัตยกรรมที่เป็นอันตรายของตัวแพลตฟอร์มเอง โดยเฉพาะสำหรับผู้เยาว์และผู้ใหญ่ที่เปราะบาง'
คณะกรรมาธิการกำลังตรวจสอบว่าการเลือกการออกแบบต่างๆ เช่น การเลื่อนฟีดแบบไม่มีที่สิ้นสุด (infinite scroll), การเล่นวิดีโออัตโนมัติ (autoplay), การแจ้งเตือนแบบพุช (push notifications) และระบบแนะนำเนื้อหาส่วนบุคคลที่ทรงพลัง (personalised recommender systems) กำลังใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนทางจิตวิทยาของผู้ใช้หรือไม่ ทำให้เกิดพฤติกรรมเสพติดและ 'เอฟเฟกต์หลุมกระต่าย' (rabbit-hole effects)
คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อ TikTok เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2024 ภายใต้กฎหมาย DSA การสอบสวนครอบคลุมถึงการคุ้มครองผู้เยาว์ การออกแบบที่เสพติด และเนื้อหาที่เป็นอันตราย
ต่อมาในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 คณะกรรมาธิการได้ออกคำวินิจฉัยเบื้องต้นครั้งประวัติศาสตร์ว่า TikTok ละเมิด DSA จากดีไซน์เสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คณะกรรมาธิการพบว่า TikTok ล้มเหลวในการประเมินอย่างเพียงพอว่าฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การเลื่อนไม่รู้จบ, การเล่นอัตโนมัติ, การแจ้งเตือน และระบบแนะนำส่วนบุคคล อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้ใช้ รวมถึงผู้เยาว์และผู้ใหญ่ที่เปราะบางได้อย่างไร
คณะกรรมาธิการสรุปว่า TikTok จำเป็นต้อง 'เปลี่ยนการออกแบบพื้นฐานของบริการ' เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย
คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อ Meta ในเดือนพฤษภาคม 2024 โดยสอบสวนว่า Facebook และ Instagram ละเมิด DSA ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้เยาว์หรือไม่ ข้อกังวลหลักคืออัลกอริทึมและระบบของแพลตฟอร์มเหล่านี้อาจ 'กระตุ้นการเสพติดพฤติกรรมในเด็ก'
นอกเหนือจากการสอบสวนเรื่องดีไซน์เสพติดแล้ว คณะกรรมาธิการยังได้ออกคำวินิจฉัยเบื้องต้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026 ว่า Meta ละเมิด DSA กรณีล้มเหลวในการป้องกันไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีเข้าใช้ Facebook และ Instagram คณะกรรมาธิการพบว่ามาตรการยืนยันอายุของ Meta นั้นไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากเด็กๆ สามารถหลีกเลี่ยงข้อจำกัดได้ง่ายๆ โดยการกรอกวันเกิดปลอม
ในเดือนมิถุนายน 2026 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า คณะกรรมาธิการกำลังเตรียมยกระดับการสอบสวน Meta ต่อไป โดยกำลังจะออกคำวินิจฉัยเบื้องต้นที่กล่าวหา Meta เป็นพิเศษว่าใช้ 'เทคนิคการออกแบบที่เอารัดเอาเปรียบเพื่อทำให้ผู้ใช้เด็กติดอยู่กับแพลตฟอร์ม' การดำเนินการนี้จะทำให้การสอบสวน Meta สอดคล้องกับบรรทัดฐานของคดี TikTok อย่างชัดเจน
หากคณะกรรมาธิการสามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดการละเมิด DSA อย่างแน่ชัด ก็สามารถสั่งปรับได้สูงสุดถึง 6% ของรายได้ทั่วโลกต่อปีของผู้ให้บริการ จำนวนค่าปรับจะถูกกำหนดโดยลักษณะ ความรุนแรง การกระทำซ้ำ และระยะเวลาของการละเมิด
สำหรับ Meta ซึ่งมีรายได้รวมประมาณ 164,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2024 ค่าปรับสูงสุดภายใต้ DSA จะอยู่ในช่วงประมาณ 9,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ประมาณการอื่นๆ ซึ่งอิงจากรายได้ในปี 2025 ชี้ว่าค่าปรับสูงสุดอาจสูงถึง 12,000 ล้านยูโร (ประมาณ 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)
สำหรับ ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ก็ต้องเผชิญกับเพดานค่าปรับ 6% เช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังสามารถกำหนดให้มีการจ่ายค่าปรับเป็นระยะเพื่อบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมายได้อีกด้วย
การบังคับใช้ DSA ไม่ใช่แนวรบด้านกฎระเบียบเพียงแนวรบเดียว ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประกาศในเดือนพฤษภาคม 2026 ว่า EU กำลังดำเนินการร่างกฎหมายใหม่ชื่อ Digital Fairness Act (DFA) ซึ่งจะกำหนดเป้าหมาย 'แนวปฏิบัติการออกแบบที่เสพติดและเป็นอันตราย' บนแพลตฟอร์มดิจิทัลโดยเฉพาะ กฎหมาย DFA จะห้ามการปฏิบัติที่ชักจูงหลอกลวง ฟีเจอร์ที่เสพติด และการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์ที่ทำให้เข้าใจผิด
นอกจากนี้ Meta ยังเผชิญกับการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับโมเดล 'จ่ายหรือยินยอม' (pay or consent) จากเครือข่ายความร่วมมือด้านการคุ้มครองผู้บริโภคของ EU (Consumer Protection Cooperation Network) ในปี 2025 Meta ถูกปรับ 200 ล้านยูโรภายใต้กฎหมาย Digital Markets Act (DMA) สำหรับโมเดลดังกล่าว
และตั้งแต่นั้นมา Meta ก็ได้ให้คำมั่นที่จะเสนอทางเลือกให้ผู้ใช้ใน EU ที่จะได้โฆษณาที่ไม่เป็นส่วนตัวมากนัก
แนวทางของ EU กำลังสร้างมาตรฐานพื้นฐานด้านกฎระเบียบสำหรับสถาปัตยกรรมแพลตฟอร์ม ซึ่งอาจส่งอิทธิพลต่อนโยบายทั่วโลก คำวินิจฉัยเบื้องต้นของ TikTok ถือเป็นแม่แบบ โดยการกำหนดเป้าหมายฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การเลื่อนไม่รู้จบว่าเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ คณะกรรมาธิการกำลังส่งสัญญาณว่าการออกแบบแพลตฟอร์มนั้นอยู่ภายใต้การควบคุม
ทั้ง Meta และ TikTok มีสิทธิ์ที่จะตอบสนองต่อคำวินิจฉัยเบื้องต้นและใช้สิทธิ์ในการต่อสู้คดีก่อนที่คณะกรรมาธิการจะมีคำสั่งไม่ปฏิบัติตามกฎหมายขั้นสุดท้าย ผลลัพธ์ของคดีเหล่านี้จะกำหนดขอบเขตของการออกแบบแพลตฟอร์มที่ยอมรับได้สำหรับผู้ใช้หลายล้านคนทั่วยุโรป
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
คณะกรรมาธิการยุโรปดำเนินการทางกฎหมายต่อ Meta และ TikTok ภายใต้กฎหมาย Digital Services Act (DSA) โดยพุ่งเป้าไปที่การออกแบบแพลตฟอร์ม เช่น ฟีเจอร์เลื่อนไม่รู้จบ, เล่นอัตโนมัติ, การแจ้งเตือน และระบบแนะนำเนื้อหาส่วนตัว ที่...
คณะกรรมาธิการยุโรปดำเนินการทางกฎหมายต่อ Meta และ TikTok ภายใต้กฎหมาย Digital Services Act (DSA) โดยพุ่งเป้าไปที่การออกแบบแพลตฟอร์ม เช่น ฟีเจอร์เลื่อนไม่รู้จบ, เล่นอัตโนมัติ, การแจ้งเตือน และระบบแนะนำเนื้อหาส่วนตัว ที่... นี่เป็นครั้งแรกที่ EU ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายโดยไม่ได้เน้นที่เนื้อหาผิดกฎหมายหรือข้อมูลส่วนตัว แต่โฟกัสที่ 'สถาปัตยกรรมที่เป็นอันตราย' ของตัวแพลตฟอร์มเอง [2]
TikTok ถูกชี้เบื้องต้นว่าละเมิด DSA ในข้อหาดีไซน์เสพติดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 และถูกสั่งให้ 'เปลี่ยนการออกแบบพื้นฐานของบริการ' [28][34]