นาทีที่ 57 – สวิสเซอร์แลนด์ 2–0 (โยฮัน มานซัมบี)
โยฮัน มานซัมบี ทำประตูเพิ่มสกอร์ให้สวิสเซอร์แลนด์นำห่าง หลังจากที่แคนาดาเสียการครองบอลด้วยความผิดพลาดส่วนตัว คำเตือนของ มานูเอล อาคานจิ กองหลังสวิสเซอร์แลนด์ที่กล่าวก่อนเกมว่าสวิสเซอร์แลนด์จะไม่ทำให้แคนาดาเอาชนะได้ง่ายๆ กลายเป็นความจริง
นาทีที่ 76 – แคนาดา 1–2 (พรอมิส เดวิด)
พรอมิส เดวิด ตัวสำรองที่ลงมาเป็นความหวังของแคนาดา ยิงประตูตีไข่แตก ทำให้สกอร์ตามมาเป็น 1-2
| ทีม | GP | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ผลต่างประตู | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|
| สวิสเซอร์แลนด์ | 3 | 2 | 1 | 0 | +4 | 7 |
| แคนาดา | 3 | 1 | 1 | 1 | +5 | 4 |
จากระบบ Stats Zone รายงานว่า สวิสเซอร์แลนด์ครองบอลมากถึง 77% ขณะที่แคนาดาครองบอลเพียง 23% ณ ช่วงหนึ่งของเกม (ระหว่างการแข่งขัน) อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้อาจเป็นเพียงข้อมูล ณ เวลานั้น ไม่ใช่สถิติ全集นของเกม ข้อมูลช่วงต้นเกมยังแสดงให้เห็นว่าเกมรุกของทั้งสองทีมยังไม่มาก โดยสวิสเซอร์แลนด์ยิงเข้ากรอบ 1 ครั้ง ส่วนแคนาดายังยิงเข้ากรอบไม่ได้
เจสซี่ มาร์ช หัวหน้าโค้ชแคนาดา ซึ่งทีมของเขาต้องการแค่ผลเสมอเพื่อจบเป็นที่หนึ่งของกลุ่ม แสดงความผิดหวังอย่างมากที่เสียโอกาสในการเล่นรอบน็อกเอาต์ในบ้าน :
"ผมผิดหวังที่เราไม่สามารถเอาชนะหรือเสมอในวันนี้เพื่อให้เราได้อยู่เล่นที่นี่ต่อไป ผมรู้สึกขอบคุณอย่างมากสำหรับความกระตือรือร้นของคนทั้งประเทศ โดยเฉพาะในสนามวันนี้ อย่างไรก็ตาม เราต้องเดินทางไปแอลเอ ซึ่งน่าจะเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยแฟนบอลฝั่งตรงข้าม มันจะเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่"
มาร์ชยังกล่าวชื่นชมฝีมือของสวิสเซอร์แลนด์:
"สวิสเซอร์แลนด์เป็นทีมที่มีทักษะสูง มีประสบการณ์ และชาญฉลาด เราทำผิดพลาดที่ทำให้เราเสียประตูกับทีมที่ลงโทษความผิดพลาดได้ดี"
เขายังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของทีม:
"สิ่งหนึ่งที่ผมรู้เกี่ยวกับทีมของเราคือเรามีหัวใจ และเราจะไม่หยุด เราต้องนำผลงานนั้นและทำให้แน่ใจว่าเราจะนำบทเรียนที่ได้ไปใช้"
มูรัต ยาคิน หัวหน้าโค้ชสวิสเซอร์แลนด์ และทีมของเขา คว้าอันดับหนึ่งของกลุ่มและเส้นทางที่ได้เปรียบในรอบน็อกเอาต์หลังจากชัยชนะที่แวนคูเวอร์