ผลลัพธ์น่าทึ่งเมื่อ AI สามารถระบุกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง โดยมีอัตราการเสียชีวิตจากหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันถึง 7% ต่อปี ในขณะที่วิธีการตรวจหัวใจมาตรฐาน (ที่วัดปริมาณเลือดที่หัวใจสูบฉีดต่อครั้ง) สามารถระบุกลุ่มเสี่ยงสูงได้เพียง 4.6% ต่อปี AI สามารถคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงได้มากขึ้นและแม่นยำกว่า ซึ่งหมายถึงผู้ป่วยหลายพันคนต่อปีที่ถูกมองว่ามีความเสี่ยงต่ำจากการตรวจแบบเดิมอาจได้รับการดูแลที่เหมาะสม
ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันคร่าชีวิตคนอเมริกันมากกว่า 300,000 คนต่อปี เกิดขึ้นเมื่อระบบไฟฟ้าของหัวใจหยุดทำงานกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือน ศาสตราจารย์ Obermeyer กล่าวว่า 'ยารักษา' ที่มีประสิทธิภาพคือเครื่องกระตุ้นหัวใจแบบฝัง (Implantable Cardioverter-Defibrillator: ICD) ที่สามารถช็อกไฟฟ้าหัวใจให้กลับมาเต้นเป็นปกติได้ แต่แพทย์ไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ป่วยรายใดจำเป็นต้องได้รับการฝังอุปกรณ์ก่อนที่จะสายเกินไป
ปัญหาสำคัญคือผู้ป่วยเสียชีวิตเร็วมาก ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้ว่าภายในหัวใจเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านั้น การชันสูตรอาจเปิดเผยโครงสร้างของหัวใจแต่ไม่เปิดเผยการทำงานของระบบไฟฟ้าในขณะที่หัวใจกำลังจะหยุดเต้น
ทีมวิจัยวางแผนที่จะนำอัลกอริทึมไปใช้ในระบบสาธารณสุขจริง เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าผู้ป่วยรายใดควรได้รับเครื่องกระตุ้นหัวใจ การศึกษานี้ยังเปิดประตูสู่งานวิจัยใหม่ๆ ในการค้นหากลไกทางสรีรวิทยาที่แท้จริงเบื้องหลังความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจ
Obermeyer กล่าวว่าเป้าหมายคือ 'ไม่เพียงแต่ตัดสินใจได้ดีขึ้น แต่ยังเริ่มเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับผู้ป่วยเหล่านี้ก่อนที่หัวใจของพวกเขาจะหยุดเต้น'
เนื่องจาก EKG เป็นการตรวจที่ทำเป็นประจำ มีต้นทุนต่ำ และมีอยู่ทุกโรงพยาบาลทั่วโลก เครื่องมือนี้จึงสามารถนำไปใช้ในวงกว้างเพื่อช่วยชีวิตผู้คนได้นับไม่ถ้วน
Comments
0 comments