คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศใช้ 'EU Tax Simplification Package' เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026 คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบของธุรกิจในกลุ่มสหภาพยุโรปลงได้ประมาณ 7,000 8,000 ล้านยูโรต่อปี หรือกว่า 2.9 แสนล้านบาท ชุดปฏิรูปประกอบด้วย 2 ข้อเสนอหลัก: ปรับปรุงกฎหมายภาษีทางตรง 6 ฉบับพร้อมกัน (Omnibus Directive) และ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Search & fact-check with cited sources for What is the European Commission's proposed corporate tax reform package announced on June 24, inc. Article summary: On 24 June 2026, the European Commission adopted a tax simplification package consisting of two legislative proposals: a **direct taxation Omnibus** directive and a **Recast of the Directive on Administrative Cooperation. Topic tags: general, government, general web, news, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้ประกาศใช้ชุดปฏิรูปภาษีครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดภาระต้นทุนในการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านภาษีให้กับธุรกิจในสหภาพยุโรป (EU) อย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่ามูลค่ารวมของภาระที่ลดลงจะสูงถึง 7,000-8,000 ล้านยูโรต่อปี (ประมาณ 2.9-3.2 แสนล้านบาท)
ชุดปฏิรูปนี้ประกอบด้วยข้อเสนอทางกฎหมายหลักสองฉบับ ได้แก่ ‘Omnibus’ ทางภาษีทางตรง (Direct Taxation Omnibus) ซึ่งเป็นการแก้ไขกฎหมายหลายฉบับพร้อมกัน และการ ‘ปรับปรุงครั้งใหญ่’ ของคำสั่งว่าด้วยความร่วมมือทางการบริหาร (Recast of the Directive on Administrative Cooperation หรือ DAC)
นี่คือรายละเอียดสำคัญของข้อเสนอนี้
ข้อเสนอนี้เกิดจากแนวคิดที่ว่ากฎระเบียบภาษีที่ซับซ้อนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการค้าขายข้ามพรมแดนและการลงทุนใน EU โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อธุรกิจต้องจัดการกับกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันถึง 27 ระบบ การปฏิรูปในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำมั่นสัญญาที่กว้างขึ้นของคณะกรรมาธิการยุโรปในการลดภาระการบริหารโดยรวมลงอย่างน้อย 25% สำหรับทุกบริษัท และอย่างน้อย 35% สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยแพ็กเกจภาษีนี้เป็นหนึ่งใน 12 ชุด 'Omnibus' ที่คณะกรรมาธิการได้นำเสนอในหลายนโยบาย ซึ่งรวมกันแล้วคาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการบริหารได้ถึง 18,000 ล้านยูโรต่อปี
ข้อเสนอ Omnibus นี้จะแก้ไขกฎหมาย EU เกี่ยวกับภาษีทางตรงที่มีอยู่ส่วนใหญ่ ซึ่งรวมถึงคำสั่งเกี่ยวกับดอกเบี้ยและค่าลิขสิทธิ์ (Interest and Royalties Directive), คำสั่งบริษัทแม่และบริษัทลูก (Parent-Subsidiary Directive), คำสั่งการควบรวมกิจการ (Merger Directive), คำสั่งต่อต้านการเลี่ยงภาษี (Anti-Tax Avoidance Directive - ATAD) และคำสั่งเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาท โดยดำเนินการผ่านนิติกรรมทางกฎหมายเพียงฉบับเดียว
สาระสำคัญคือการปรับปรุงและทำให้กฎมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ยกเลิกข้อกำหนดที่ล้าสมัย และลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้การทำธุรกิจข้ามพรมแดนง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หนึ่งในจุดเด่นที่สำคัญคือการให้การผ่อนปรนที่ชัดเจนแก่ SMEs จากกฎ ATAD บางข้อ:
การปรับปรุง DAC ครั้งนี้จะยกเครื่องกรอบการทำงานสำหรับความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานด้านภาษีของประเทศสมาชิก ทำให้มีประสิทธิภาพและทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน
แพ็กเกจนี้คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจตามกฎระเบียบได้ประมาณ 7,000-8,000 ล้านยูโรต่อปี โดยในจำนวนนี้ประมาณ 3,300 ล้านยูโรมาจากการตัดขั้นตอนการบริหารที่ซ้ำซ้อนโดยตรง คณะกรรมาธิการระบุว่าผลกระทบต่อรายได้ของงบประมาณประเทศสมาชิกคาดว่าจะจำกัดหรือเป็นกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น
สำหรับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดนใน EU แพ็กเกจนี้จะช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการกับระบบภาษีที่แตกต่างกันของ 27 ประเทศ โดยเฉพาะการยกเลิกภาษีหัก ณ ที่จ่าย (withholding tax) สำหรับเงินปันผล ดอกเบี้ย และค่าลิขสิทธิ์ที่จ่ายภายในกลุ่มบริษัท ควบคู่ไปกับกฎเกณฑ์ทางการเงินที่เรียบง่ายขึ้น และการยกเลิกข้อกำหนดการรายงานที่ซ้ำซ้อน คณะกรรมาธิการเน้นย้ำว่ามาตรการนี้จะช่วย “อำนวยความสะดวกในการจัดหาเงินทุน กระตุ้นการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน”
แม้จะเป็นข้อเสนอที่ได้รับการชื่นชม แต่เส้นทางของแพ็กเกจนี้ยังไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เนื่องจากกฎหมายภาษีของ EU ต้องได้รับ ‘มติเอกฉันท์’ (unanimous approval) จากสมาชิกทั้ง 27 ประเทศในสภายุโรป (Council of the European Union) จึงจะมีผลบังคับใช้ได้ โดยรัฐสภายุโรป (European Parliament) จะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาเท่านั้น ไม่มีอำนาจร่วมตัดสินใจ
นี่คืออุปสรรคสำคัญที่เคยกีดกันข้อเสนอปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ในอดีต เช่น ระบบฐานภาษีนิติบุคคลร่วม (Common Consolidated Corporate Tax Base - CCCTB) และข้อเสนอ ‘กรอบภาษีเงินได้ของธุรกิจในยุโรป’ (Business in Europe: Framework for Income Taxation - BEFIT) ซึ่งปัจจุบันยังคงค้างอยู่หรือถูกถอนไปแล้ว
ยังไม่มีการกำหนดวันที่แน่นอนสำหรับการบังคับใช้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการรับรองของสภายุโรป และการประเมินผลครั้งแรกจะมีขึ้นหลังจากที่กฎใหม่มีผลบังคับใช้แล้วอย่างน้อย 5 ปี
EU Tax Simplification Package เป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามของสหภาพยุโรปในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้มีประสิทธิภาพและแข่งขันได้มากขึ้น แต่ความสำเร็จของมันขึ้นอยู่กับความสามารถในการโน้มน้าวให้ประเทศสมาชิกทั้ง 27 ประเทศเห็นพ้องต้องกัน ซึ่งเป็นความท้าทายที่ยังต้องจับตาดูต่อไป
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศใช้ 'EU Tax Simplification Package' เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026 คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบของธุรกิจในกลุ่มสหภาพยุโรปลงได้ประมาณ 7,000 8,000 ล้านยูโรต่อปี หรือกว่า 2.9 แสนล้านบาท
คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศใช้ 'EU Tax Simplification Package' เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2026 คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบของธุรกิจในกลุ่มสหภาพยุโรปลงได้ประมาณ 7,000 8,000 ล้านยูโรต่อปี หรือกว่า 2.9 แสนล้านบาท ชุดปฏิรูปประกอบด้วย 2 ข้อเสนอหลัก: ปรับปรุงกฎหมายภาษีทางตรง 6 ฉบับพร้อมกัน (Omnibus Directive) และปรับปรุงความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก (Recast of DAC) พร้อมยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับธุรกรรมภายในกลุ่ม และลดภาระให้...
ข้อเสนอนี้ต้องการ 'มติเอกฉันท์' จากประเทศสมาชิกทั้ง 27 ประเทศในสภายุโรปจึงจะมีผลบังคับใช้ โดยจะมีการประเมินครั้งแรกหลังจากบังคับใช้ไปแล้วอย่างน้อย 5 ปี