นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มอสโกแสดงความผิดหวัง ย้อนกลับไปในเดือนตุลาคม 2025 หรือเพียงสองเดือนหลังการประชุมสุดยอด รองรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เก รายาคอฟ (Sergei Ryabkov) เคยกล่าวว่า 'แรงขับเคลื่อนอันทรงพลัง' จากการประชุมได้ 'จางหายไปเป็นส่วนใหญ่' แล้ว โดยโทษผู้นำยุโรปว่าเป็นต้นเหตุของทางตัน จังหวะเวลาของข้อกล่าวหาในเดือนมิถุนายน 2026 ชี้ให้เห็นว่าการแตกหักทางการทูตครั้งนี้เป็นปฏิกิริยาเชิงรับมากกว่าเชิงรุก เนื่องจากเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนใส่มอสโกเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2026 ยูเครนเปิดฉากการโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งต่อมอสโกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น การโจมตีเน้นไปที่โรงกลั่นน้ำมันมอสโก (Moscow Oil Refinery) ในเขต Kapotnya จุดไฟลุกไหม้ครั้งใหญ่ ทำให้ควันดำหนาทึบปกคลุมท้องฟ้าเหนือเมืองหลวง
สนามบินทั้งสี่แห่งของมอสโกต้องปิดทำการชั่วคราว และถนนวงแหวนบางส่วนของเมืองก็ถูกปิด
นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก เซอร์เก โซเบียนิน (Sergei Sobyanin) รายงานว่าระบบป้องกันทางอากาศของรัสเซียสกัดกั้นโดรนของยูเครนได้เกือบ 200 ลำ แต่ก็มีหลายลำที่โจมตีโรงกลั่นสำเร็จ
นี่เป็นการโจมตีโรงกลั่นแห่งนี้เป็นครั้งที่สองในรอบหนึ่งสัปดาห์ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน โดรนยูเครนได้สร้างความเสียหายให้กับหน่วยกลั่นน้ำมันดิบเบื้องต้น (primary processing unit) ของโรงกลั่น ทำให้เกิดเพลิงไหม้และต้องหยุดดำเนินการ ซึ่งโรงกลั่นนี้เป็นแหล่งเชื้อเพลิงหลักให้กับภูมิภาคมอสโก แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่าการโจมตีเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนสร้างความเสียหายให้กับหน่วยการผลิตสำคัญซึ่งคิดเป็น 53% ของกำลังการผลิตทั้งหมดของโรงงาน
การทูตบนเส้นทางอลาสก้าถูกออกแบบมาเพื่อช่วยยุติสงครามในยูเครน แต่ความพยายามหยุดยิงกลับพังทลายลงหลายสัปดาห์ก่อนหน้านั้นแล้ว ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2026 ยูเครนเสนอให้มีการหยุดยิงฝ่ายเดียวเริ่มตั้งแต่วันที่ 5-6 พฤษภาคม เพื่อตอบรับข้อเสนอของรัสเซียที่จะหยุดยิงในวันแห่งชัยชนะ (Victory Day) วันที่ 8-9 พฤษภาคม ยูเครนกล่าวว่ารัสเซียปฏิเสธข้อเสนอโดยยังคงโจมตีด้วยโดรน ขีปนาวุธ และปืนใหญ่อย่างต่อเนื่อง โดยประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) ของยูเครน รายงานว่ามีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงถึง 1,820 ครั้ง ภายในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 6 พฤษภาคม
ภายในวันที่ 22 มิถุนายน ตัวแทนของยูเครนประจำสหประชาชาติส่งสัญญาณว่า เคียฟอาจปรับเปลี่ยนข้อเสนอหยุดยิงของตน เว้นแต่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะผ่านมติเรียกร้องให้หยุดการสู้รบอย่างสมบูรณ์และไม่มีเงื่อนไข 'เกราะกำบัง' ทางการทูตที่มอสโกเคยหวังพึ่งจากเส้นทางอลาสก้านั้นเลือนหายไปอย่างชัดเจน
การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนอย่างต่อเนื่องต่อโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศที่รุนแรงขึ้น เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในอุตสาหกรรม 4 รายว่า รัสเซียกำลังเตรียมที่จะนำเข้าน้ำมันเบนซินทางทะเลจากเอเชียเพื่อบรรเทาการขาดแคลน ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่ผิดปกติสำหรับประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่
คาดว่าน้ำมันเบนซินที่นำเข้าล็อตแรกจะเดินทางถึงท่าเรือทางตะวันตกของรัสเซียในเดือนมิถุนายน
การปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงได้แพร่กระจายไปยังกว่า 50 ภูมิภาคของรัสเซีย รวมถึงเขตปกครองตนเองคานตี-มันซี (Khanty-Mansi Autonomous Okrug) ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ผลิตน้ำมันถึง 40% ของรัสเซีย ที่ปั๊มน้ำมันของ Gazpromneft ในภูมิภาคนี้ ลูกค้าถูกจำกัดให้ซื้อน้ำมันเบนซินได้ไม่เกิน 40 ลิตร และดีเซลไม่เกิน 80 ลิตรต่อครั้ง
สื่อ The Moscow Times รายงานเมื่อต้นเดือนมิถุนายนว่า ปั๊มน้ำมัน Lukoil ในมอสโกจำกัดการขายน้ำมันเบนซินไว้ที่ 100 ลิตรต่อผู้ขับขี่
การรถไฟรัสเซีย (Russian Railways) ซึ่งเป็นบริษัทผูกขาดด้านรถไฟของรัฐ ได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อจัดการการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงท่ามกลางวิกฤตที่รุนแรงขึ้น
สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (Institute for the Study of War) ตั้งข้อสังเกตว่าการตัดสินใจของรัสเซียในปี 2026 ที่จะนำเข้าน้ำมันเบนซินจากเอเชีย หลังจากที่ไม่ทำเช่นนั้นในปี 2025 'ชี้ให้เห็นว่าการขาดแคลนในปีนี้จะเลวร้ายยิ่งกว่า'
ข้อสังเกต: ข้อมูลต้นฉบับกล่าวถึงการยกเลิกคอนเสิร์ต 'Russia Day' ในมอสโกเป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปีด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานจากแหล่งข้อมูลที่ให้มาสนับสนุนข้อเรียกร้องนี้ จึงต้องรอการยืนยันแยกต่างหาก
Comments
0 comments